← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Conrad Smith ตำนานเซ็นเตอร์ผู้พาทีม All Blacks ครองโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Conrad Smith ตำนานเซ็นเตอร์ผู้พาทีม All Blacks ครองโลก

Conrad Smith ตำนานเซ็นเตอร์ผู้พาทีม All Blacks ครองโลก หากจะกล่าวถึงผู้เล่นตำแหน่ง Centre (เซ็นเตอร์ หรือผู้เล่นกองกลาง) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการรักบี้ระดับโลก …

Conrad SmithAll BlacksRugby UnionHurricanes

Conrad Smith ตำนานเซ็นเตอร์ผู้พาทีม All Blacks ครองโลก

หากจะกล่าวถึงผู้เล่นตำแหน่ง Centre (เซ็นเตอร์ หรือผู้เล่นกองกลาง) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการรักบี้ระดับโลก ชื่อของ Conrad Smith ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เขาไม่เพียงแต่เป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกและรับของทีมชาติ New Zealand (All Blacks) แต่ยังเป็นแบบอย่างของนักกีฬาที่มีระเบียบวินัยและมีความสามารถทางวิชาการควบคู่ไปกับความเป็นเลิศทางกีฬา

เส้นทางอาชีพของ Smith เต็มไปด้วยความสำเร็จที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะการเป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์ Rugby World Cup ถึงสองสมัยในปี 2011 และ 2015 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของอาชีพนักรักบี้อาชีพ

Content image

เส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพและการศึกษา

Conrad Smith เกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1981 ที่เมือง Hāwera ประเทศนิวซีแลนด์ ในวัยเด็กเขาไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่รักบี้ แต่ยังมีความสามารถในกีฬาคริกเก็ต โดยเฉพาะในตำแหน่ง Fast Bowler (ผู้ขว้างลูกเร็ว) ซึ่งความคล่องแคล่วในการเล่นเกมรับในสนามคริกเก็ตทำให้เขาได้รับฉายาว่า "Snakey" เนื่องจากมีท่วงท่าการเคลื่อนที่ที่ลื่นไหลเหมือนงู

นอกเหนือจากด้านกีฬา Smith ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างมาก เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมาย (LLB Hons) จาก Victoria University of Wellington และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทนายความ (Barrister and Solicitor) ของศาลสูงแห่งนิวซีแลนด์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เขานำมาปรับใช้กับกลยุทธ์ในสนามแข่ง

ความสำเร็จในระดับสโมสรและทีมชาติ

ในระดับสโมสร Smith ใช้เวลาส่วนใหญ่กับทีม Hurricanes ในรายการ Super Rugby และทีม Wellington ในรายการ ITM Cup แม้ว่าในช่วงแรกของอาชีพเขาจะต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งในช่วงปี 2006, 2007 และ 2011 แต่เขาก็สามารถกลับมาผงาดจนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งกัปตันทีม Hurricanes จนถึงปี 2015

สำหรับในระดับทีมชาติ เขาเปิดตัวกับทีม All Blacks ในปี 2004 ขณะมีอายุเพียง 22 ปี และกลายเป็นตัวหลักในตำแหน่งเซ็นเตอร์อย่างเต็มตัวในปี 2008 สิ่งที่น่าจดจำที่สุดคือการจับคู่ในแดนกลางร่วมกับ Ma'a Nonu ซึ่งทั้งคู่สร้างสถิติลงเล่นร่วมกันในนามทีมชาติถึง 50 นัด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

หลังจากอำลาทีมชาติในปี 2015 Smith ได้ย้ายไปร่วมทีม Pau ในประเทศฝรั่งเศส และลงเล่นจนถึงปี 2018 ก่อนจะผันตัวมาเป็นโค้ชด้านเกมรับและผู้จัดการด้านสมรรถนะสูง (High Performance Manager) ให้กับสโมสรเดิม ก่อนจะเดินทางกลับนิวซีแลนด์ในปี 2021

สรุปข้อมูลและสถิติการลงเล่นของ Conrad Smith
ทีม / ระดับการแข่งขัน ช่วงปีที่เล่น จำนวนนัดที่ลงสนาม คะแนนที่ทำได้
Wellington 2003–2015 43 60
Hurricanes 2004–2015 126 120
Pau (ฝรั่งเศส) 2015–2018 52 29
New Zealand (All Blacks) 2004–2015 94 130

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • แชมป์โลก 2 สมัย: เป็นกำลังหลักของทีม All Blacks ในการคว้าแชมป์ Rugby World Cup ปี 2011 และ 2015
  • คู่หูประวัติศาสตร์: สร้างสถิติลงเล่นร่วมกับ Ma'a Nonu มากที่สุดในโลกถึง 50 นัด
  • ความสำเร็จส่วนตัว: ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Member of the New Zealand Order of Merit (MNZM) ในปี 2016
  • บทบาทผู้นำ: เคยดำรงตำแหน่งกัปตันทีม Hurricanes และเป็นตัวแทนผู้เล่นในสมาคม IRPA และ NZRPA
  • การศึกษา: เป็นทนายความที่ได้รับอนุญาตจากศาลสูงแห่งนิวซีแลนด์
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Conrad Smith เล่นตำแหน่งอะไรในทีมรักบี้?

เขาเล่นในตำแหน่ง Centre (เซ็นเตอร์) ซึ่งเป็นตำแหน่งกองกลางที่ต้องใช้ทั้งทักษะการทำเกมรุกและการป้องกันที่เหนียวแน่น

ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า "Snakey"?

ฉายานี้มีที่มาจากทักษะการเล่นเกมรับในกีฬาคริกเก็ต ซึ่งโค้ชของเขาเปรียบเทียบว่าเขามีการเคลื่อนที่ที่ลื่นไหลและรวดเร็วเหมือนงูที่กำลังเลื้อย

ความสำเร็จสูงสุดในอาชีพนักรักบี้ของเขาคืออะไร?

คือการคว้าแชมป์ Rugby World Cup สองสมัยติดต่อกันในปี 2011 และ 2015 ร่วมกับทีมชาติ All Blacks ของนิวซีแลนด์

หลังจากเลิกเล่นรักบี้แล้ว Conrad Smith ทำอะไร?

เขาเริ่มต้นบทบาทการเป็นโค้ชด้านเกมรับให้กับทีม Pau ในฝรั่งเศส และก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการด้านสมรรถนะสูง (High Performance Manager) ก่อนจะกลับมาทำงานที่นิวซีแลนด์และร่วมงานกับ International Rugby Players ในดับลิน

เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Ma'a Nonu?

ทั้งคู่เป็นคู่หูในตำแหน่งกองกลาง (Midfield Partnership) ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์รักบี้ โดยลงเล่นร่วมกันในนามทีมชาติถึง 50 นัด