Corey Lewandowski เส้นทางชีวิตและบทบาททางการเมืองข้างกาย Donald Trump
Corey Lewandowski เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ โดยเฉพาะในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิดของ Donald Trump เขาเริ่มต้นจากการเป็นผู้จัดการแคมเปญหาเสียงคนแรกในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 และก้าวขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาที่มีอิทธิพล รวมถึงการทำงานในตำแหน่งสำคัญในกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security หรือ DHS)

จุดเริ่มต้นและประสบการณ์การทำงานในช่วงแรก
Lewandowski เติบโตในเมืองโลเวลล์ รัฐแมสซาชูเซตส์ และมีความสนใจด้านการเมืองมาตั้งแต่สมัยเรียน โดยเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐแมสซาชูเซตส์ในปี 1994 แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เขาก็ได้สั่งสมประสบการณ์ผ่านการทำงานเป็นผู้ช่วยสมาชิกสภาคองเกรสและเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน (Republican National Committee)
นอกจากงานด้านการเมือง เขายังเคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สายตรวจทางน้ำของตำรวจรัฐนิวแฮมป์เชียร์ในช่วงปี 2006-2010 และทำงานเป็นล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist หรือ ผู้ที่ได้รับว่าจ้างให้โน้มน้าวการตัดสินใจของรัฐบาล) ให้กับบริษัทต่างๆ เช่น Schwartz MSL ซึ่งเน้นด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและพลังงานแสงอาทิตย์
บทบาทในแคมเปญหาเสียงของ Donald Trump
ความสัมพันธ์ระหว่าง Lewandowski และ Trump เริ่มต้นขึ้นในปี 2014 และนำไปสู่การที่เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการแคมเปญหาเสียงในปี 2015 โดยใช้หลักการทำงานที่ว่า "Let Trump be Trump" เพื่อให้ Trump ได้แสดงตัวตนอย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์
อย่างไรก็ตาม เขาต้องออกจากตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2016 หลังจากเกิดความขัดแย้งภายในทีมงานและการต่อสู้ทางอำนาจกับ Paul Manafort ซึ่งเป็นประธานแคมเปญในขณะนั้น หลังจากนั้นเขาได้ผันตัวไปเป็นนักวิเคราะห์การเมืองให้กับสถานีโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง CNN, Fox News และ OANN

การทำงานในรัฐบาลและประเด็นอื้อฉาว
Lewandowski มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ Trump อย่างมาก แม้ในช่วงที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีรายงานว่าเขาเคยเป็นตัวกลางในการส่งข้อความระหว่าง Trump และ Jeff Sessions อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นอกจากนี้เขายังร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางการเมือง Avenue Strategies ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้ความใกล้ชิดกับทำเนียบขาวเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ในช่วงปี 2025 เขาได้รับบทบาทเป็นที่ปรึกษาอาวุโสและรักษาการหัวหน้าคณะทำงาน (Acting Chief of Staff) ให้กับ Kristi Noem รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ในฐานะพนักงานรัฐบาลพิเศษ (Special Government Employee หรือ SGE) ซึ่งเขาได้รับอำนาจในการตัดสินใจด้านบุคลากรและการจ้างงานภายในกระทรวงอย่างกว้างขวาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: ปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จาก University of Massachusetts Lowell และปริญญาโทจาก American University
- ตำแหน่งเด่น: ผู้จัดการแคมเปญหาเสียงคนแรกของ Donald Trump ปี 2016 และที่ปรึกษาอาวุโสในกระทรวง DHS
- ธุรกิจ: ร่วมก่อตั้ง Avenue Strategies บริษัทที่ปรึกษาด้านรัฐกิจในวอชิงตัน ดี.ซี.
- ความสัมพันธ์: มีรายงานข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ Kristi Noem ซึ่งทั้งคู่ปฏิเสธ
- ประเด็นทางกฎหมาย: เคยถูกจับกุมในข้อหาลหุโทษจากการนำอาวุธปืนเข้าไปในอาคารสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรในปี 1999 (ภายหลังข้อหาถูกยกฟ้อง)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 18 กันยายน 1973 |
| พรรคการเมือง | รีพับลิกัน (Republican) |
| บทบาทสำคัญใน DHS | ที่ปรึกษาอาวุโส / รักษาการหัวหน้าคณะทำงาน (2025-2026) |
| ผลงานเขียน | ร่วมเขียนหนังสือ "Let Trump Be Trump" |
คำถามที่พบบ่อย
Corey Lewandowski มีความสำคัญอย่างไรต่อ Donald Trump?
เขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนที่จงรักภักดีที่สุดและเป็นผู้จัดการแคมเปญคนแรกที่ช่วยวางรากฐานการหาเสียงในปี 2016 รวมถึงเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวที่ Trump ไว้วางใจให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญ
บทบาทของเขาในกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) คืออะไร?
เขาทำงานในฐานะที่ปรึกษาและรักษาการหัวหน้าคณะทำงานให้กับ Kristi Noem โดยมีอำนาจในการบริหารจัดการบุคลากรและคัดกรองข้อมูลก่อนถึงรัฐมนตรี
ทำไมเขาถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเป็นล็อบบี้ยิสต์?
เนื่องจากเขาดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาที่ให้การเข้าถึงตัวประธานาธิบดี Trump ได้ง่าย แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นล็อบบี้ยิสต์อย่างเป็นทางการ ทำให้ถูกมองว่าหลีกเลี่ยงกฎระเบียบด้านจริยธรรม
เขาเคยลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งใดบ้าง?
เขาเคยลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐแมสซาชูเซตส์ในปี 1994 และลงสมัครเหรัญญิกเมือง Windham รัฐนิวแฮมป์เชียร์ในปี 2012 รวมถึงเคยพิจารณาลงสมัครวุฒิสภาในปี 2020 แต่สุดท้ายไม่ได้ลงแข่ง
ประเด็นเรื่อง "Womp Womp" คืออะไร?
เป็นเหตุการณ์ที่เขาใช้คำเลียนเสียงเอฟเฟกต์ตลกขบขันในรายการ Fox News ขณะที่มีการพูดถึงเด็กผู้อพยพที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรม ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าขาดความเห็นอกเห็นใจ