Daniel Brandenstein จากนักบินรบสู่ผู้บัญชาการภารกิจกระสวยอวกาศ NASA
Daniel Charles Brandenstein คือบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศของสหรัฐอเมริกา เขาไม่ได้เป็นเพียงอดีตนักบินอวกาศของ NASA แต่ยังเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงอย่างรองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ United Space Alliance รวมถึงเคยเป็นหัวหน้าสำนักงานนักบินอวกาศ (Chief of the Astronaut Office) ในช่วงปี 1987 ถึง 1992 อีกด้วย

เส้นทางชีวิตและการเตรียมความพร้อมก่อนสู่ห้วงอวกาศ
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โครงการอวกาศ Brandenstein เริ่มต้นด้วยพื้นฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่ง โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์จาก University of Wisconsin–River Falls จากนั้นเขาได้เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายน 1965 และได้รับการฝึกฝนจนกลายเป็น Naval Aviator หรือนักบินกองทัพเรือในปี 1967
ในช่วงสงครามเวียดนาม เขาได้แสดงความกล้าหาญด้วยการบินภารกิจรบถึง 192 ครั้ง บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Constellation และ USS Ranger โดยใช้เครื่องบิน A-6 Intruder นอกจากนี้เขายังมีความเชี่ยวชาญด้านการทดสอบระบบอาวุธและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประสบการณ์การเป็นนักบินทดสอบ (Test Pilot) นี้เองที่เป็นใบเบิกทางสำคัญให้เขาได้รับเลือกเข้าสู่โครงการนักบินอวกาศของ NASA ในปี 1978
ความสำเร็จในภารกิจกระสวยอวกาศทั้ง 4 ครั้ง
Brandenstein ได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบินอวกาศอย่างเป็นทางการในปี 1979 โดยในช่วงแรกเขาทำหน้าที่เป็น CAPCOM (Capsule Communicator) หรือเจ้าหน้าที่สื่อสารหลักระหว่างศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินกับนักบินอวกาศในภารกิจ STS-1 และ STS-2 ก่อนที่จะได้ออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศด้วยตนเองรวม 4 ภารกิจ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
1. ภารกิจ STS-8 (ปี 1983)
ในฐานะนักบินของกระสวยอวกาศ Challenger ภารกิจนี้มีความพิเศษคือเป็นครั้งแรกที่มีการปล่อยตัวและลงจอดในเวลากลางคืน โดยมีการปล่อยดาวเทียม INSAT-1B ของอินเดีย และทดสอบระบบแขนกล (RMS) รวมถึงการทดลองทางชีวฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์อวกาศอีกมากมาย
2. ภารกิจ STS-51-G (ปี 1985)
Brandenstein ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการบนกระสวยอวกาศ Discovery โดยเน้นการส่งดาวเทียมสื่อสารของเม็กซิโก (Morelos), สหภาพอาหรับ (Arabsat) และสหรัฐฯ (AT&T Telstar) รวมถึงการใช้ดาวเทียม SPARTAN เพื่อศึกษาดาราศาสตร์รังสีเอกซ์
3. ภารกิจ STS-32 (ปี 1990)
เขารับหน้าที่ผู้บัญชาการบนกระสวยอวกาศ Columbia ในภารกิจที่ยาวนานที่สุดในขณะนั้น โดยมีการเก็บกู้ Long Duration Exposure Facility (LDEF) ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 9,724 กิโลกรัม และทำการทดลองด้านการปรับตัวของมนุษย์ในสภาวะไมโครกราวิตี้ (Microgravity) หรือสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ
4. ภารกิจ STS-49 (ปี 1992)
ภารกิจสุดท้ายในฐานะผู้บัญชาการคือการนำกระสวยอวกาศ Endeavour บินเป็นครั้งแรก โดยมีการทำ EVA (Extravehicular Activity) หรือการออกเดินนอกยานอวกาศถึง 4 ครั้ง เพื่อซ่อมแซมดาวเทียม Intelsat และทดสอบขั้นตอนการประกอบสถานีอวกาศ 'Freedom' ในอนาคต
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เวลารวมในอวกาศ: 32 วัน 21 ชั่วโมง 3 นาที (รวมกว่า 789 ชั่วโมง)
- จำนวนภารกิจ: 4 ครั้ง (STS-8, STS-51-G, STS-32, STS-49)
- ตำแหน่งสูงสุดใน NASA: หัวหน้าสำนักงานนักบินอวกาศ (1987–1992)
- ประสบการณ์การรบ: บินภารกิจในสงครามเวียดนาม 192 ครั้ง
- การเกษียณอายุ: เกษียณจาก NASA และกองทัพเรือสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคม 1992
| ภารกิจ | ยานอวกาศ | บทบาท | จุดเด่นของภารกิจ |
|---|---|---|---|
| STS-8 | Challenger | นักบิน | ปล่อยตัวและลงจอดกลางคืนครั้งแรก |
| STS-51-G | Discovery | ผู้บัญชาการ | ส่งดาวเทียมสื่อสาร 3 ประเทศ |
| STS-32 | Columbia | ผู้บัญชาการ | เก็บกู้ LDEF และทดลองด้านการแพทย์ |
| STS-49 | Endeavour | ผู้บัญชาการ | เที่ยวบินแรกของ Endeavour และการเดินอวกาศ 4 ครั้ง |
รางวัลและเกียรติยศ
ด้วยผลงานอันโดดเด่น Brandenstein ได้รับเหรียญตราและรางวัลมากมาย เช่น Defense Superior Service Medal, Legion of Merit และ Distinguished Flying Cross รวมถึงรางวัลระดับนานาชาติอย่างเหรียญทอง Yuri Gagarin จาก FAI และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Legion of Honor จากฝรั่งเศส นอกจากนี้เขายังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์อีกด้วย
คำถามที่พบบ่อย
Daniel Brandenstein มีบทบาทอะไรใน NASA นอกจากการเป็นนักบินอวกาศ?
เขาเคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการลูกเรือบิน และเป็นหัวหน้าสำนักงานนักบินอวกาศ (Chief of the Astronaut Office) ระหว่างปี 1987 ถึง 1992
ภารกิจใดที่ถือเป็นครั้งแรกของกระสวยอวกาศที่เขาเกี่ยวข้อง?
เขาเป็นผู้บัญชาการในภารกิจ STS-49 ซึ่งเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ (Maiden flight) ของกระสวยอวกาศ Endeavour
ประสบการณ์ทางทหารของเขามีส่วนช่วยในการเป็นนักบินอวกาศอย่างไร?
การเป็นนักบินรบในสงครามเวียดนามและการเป็นนักบินทดสอบระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เขามีทักษะการบินขั้นสูงและการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ NASA ต้องการ
เขามีชั่วโมงบินในอวกาศรวมทั้งหมดเท่าใด?
Daniel Brandenstein บันทึกเวลาปฏิบัติงานในห้วงอวกาศรวมแล้วมากกว่า 789 ชั่วโมง
การเดินอวกาศ (EVA) ในภารกิจ STS-49 มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
เพื่อเก็บกู้ ซ่อมแซม และส่งดาวเทียม Intelsat กลับขึ้นไป รวมถึงทดสอบทักษะการทำงานนอกยานที่จะนำไปใช้ในการสร้างสถานีอวกาศ 'Freedom'