Daniel Cantor กับบทบาทผู้ขับเคลื่อน Working Families Party และการปฏิรูปการเมืองสหรัฐฯ
ในโลกของการเมืองสหรัฐอเมริกา Daniel Cantor เป็นที่รู้จักในฐานะนักจัดตั้งทางการเมืองผู้ทรงอิทธิพล ผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับการรวมกลุ่มแรงงานและภาคประชาสังคมเพื่อผลักดันการปฏิรูปในแนวทาง Social Democrat (สังคมประชาธิปไตย) โดยเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้นำที่ดำรงตำแหน่งยาวนานของ Working Families Party (WFP) พรรคการเมืองสายก้าวหน้าในนิวยอร์กที่มุ่งเน้นการสร้างความเปลี่ยนแปลงจากฐานราก

จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจทางการเมือง
Cantor เกิดในปี 1955 ที่เมืองเลวิตทาวน์ รัฐนิวยอร์ก ในครอบครัวชาวยิวอาชเคนซี โดยมีมารดาเป็นบรรณารักษ์ที่กระตือรือร้นในกิจกรรมภาคพลเมืองและการต่อต้านการเซ็นเซอร์ ซึ่งหล่อหลอมให้เขาสนใจการเมืองตั้งแต่เยาว์วัย โดยเฉพาะหลังจากได้รับนิตยสาร The Progressive เป็นของขวัญจากคุณลุงในช่วงวัยรุ่น
ในช่วงการศึกษาที่มหาวิทยาลัย Wesleyan เขาได้เริ่มบทบาทนักกิจกรรมนักศึกษา และหลังจากสำเร็จการศึกษาในปี 1977 เขาได้เข้าร่วมกับ ACORN (องค์กรพัฒนาชุมชนเพื่อสิทธิพลเมือง) พร้อมทั้งศึกษาแนวคิดของ Richard Cloward และ Frances Fox Piven เพื่อนำมาปรับใช้ในการจัดตั้งชุมชน
เส้นทางการต่อสู้จากระดับชุมชนสู่ระดับชาติ
ในช่วงแรกของการทำงาน Cantor ได้สร้างพันธมิตรระหว่างเชื้อชาติในหลายรัฐเพื่อกดดันรัฐบาลท้องถิ่นให้ปรับปรุงการบริการสาธารณะ และเคยนำการจัดตั้งสหภาพแรงงานสำหรับพนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในดีทรอยต์ นอกจากนี้เขายังมีบทบาทในคณะกรรมการแรงงานแห่งชาติเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในเอลซัลวาดอร์ และได้ร่วมทำงานในแคมเปญเลือกตั้งประธานาธิบดีของ Jesse Jackson ทั้งในปี 1984 และ 1988
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1989 เมื่อเขาเห็นความสำเร็จของพรรคการเมืองสายสีเขียวในยุโรป ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามถึงการขาดแคลนพรรคการเมืองที่สามที่มีประสิทธิภาพในสหรัฐฯ ประกอบกับความไม่พอใจที่พรรค Liberal Party of New York ให้การสนับสนุน Rudy Giuliani ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กปี 1993 ทำให้ Cantor ร่วมมือกับ Joel Rogers เพื่อหาทางสร้างพรรคการเมืองสายก้าวหน้าขึ้นมา
พวกเขาได้นำกลยุทธ์ Fusion voting (การลงคะแนนแบบรวมพรรค ซึ่งอนุญาตให้ผู้สมัครคนเดียวสามารถลงสมัครในนามหลายพรรคพร้อมกันได้) มาใช้เพื่อดึงพรรคเดโมแครตให้เคลื่อนตัวไปทางซ้ายมากขึ้น โดยเริ่มจากการก่อตั้ง New Party (NP) ในปี 1992 แม้ว่า NP จะต้องยุติบทบาทลงในปี 1998 เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายในบางรัฐ แต่ก็นำไปสู่การก่อตั้ง Working Families Party (WFP) ในปีเดียวกัน เพื่อสร้างฐานเสียงและให้การสนับสนุนผู้สมัครสายก้าวหน้าในนิวยอร์ก

การสร้างอาณาจักร Working Families Party (WFP)
Cantor วางโครงสร้าง WFP ให้เป็นเครื่องมือในการกดดันกลุ่มอำนาจเก่าของพรรคเดโมแครต โดยเน้นการรณรงค์ระดับรากหญ้าและการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้นำชุมชนและสหภาพแรงงาน พรรค WFP ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรใหญ่ เช่น United Auto Workers และ Communications Workers of America
เขามักเปรียบเทียบ WFP ว่าเป็นคำตอบทางฝั่งซ้ายที่คู่ขนานกับขบวนการ Tea Party โดยเน้นว่ารัฐบาลจะมีคุณภาพได้ก็ต่อเมื่อเราเลือกคนที่มีค่านิยมด้านความเท่าเทียมและโอกาสเข้าไปบริหาร นอกจากนี้ WFP ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการยกเลิกกฎหมายยาเสพติดที่รุนแรง และต่อต้านนโยบาย Stop and Frisk (การตรวจค้นโดยไม่มีเหตุอันควร)
ความสำเร็จสูงสุดของ Cantor เกิดขึ้นในช่วงปี 2013 เมื่อพันธมิตรอย่าง Bill de Blasio ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก และมีผู้สมัครที่ WFP สนับสนุนชนะการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นจำนวนมาก รวมถึงการขยายเครือข่ายไปยังรัฐอื่นๆ เช่น โอเรกอน และเพนซิลเวเนีย
ความท้าทายและการส่งต่อไม้ต่อ
อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของ Cantor เริ่มลดลงหลังการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กปี 2014 จากความขัดแย้งกับ Andrew Cuomo และประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับการจ้างผู้ประท้วง ซึ่งทำให้กลุ่มก้าวหน้าบางส่วนเริ่มขาดความเชื่อมั่นในตัว WFP
Cantor ก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำ WFP ในปี 2018 โดยส่งมอบหน้าที่ให้ Maurice Mitchell เพื่อนำพรรคไปสู่ระดับชาติ โดยเขานิยาม WFP ว่าเป็น "กลุ่มอิสระ" ภายในพรรคเดโมแครต มากกว่าจะเป็นพรรคที่สามที่แยกตัวออกไปอย่างเด็ดขาด
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- บทบาทหลัก: ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการระดับชาติของ Working Families Party (WFP)
- กลยุทธ์เด่น: การใช้ Fusion voting เพื่อผลักดันนโยบายสายก้าวหน้าผ่านพรรคเดโมแครต
- เป้าหมายทางการเมือง: สร้างทางเลือกสายก้าวหน้าเพื่อคานอำนาจกับฝ่ายขวาทางศาสนา
- ความสำเร็จ: ขยายเครือข่าย WFP ไปยัง 19 รัฐ และสนับสนุนผู้สมัครชนะการเลือกตั้งจำนวนมากในนิวยอร์ก
- แนวคิดปัจจุบัน: มุ่งเน้นความรับผิดชอบของตัวแทนทางการเมืองต่อประชาชนในพื้นที่
| ช่วงปี | บทบาท/องค์กร | ผลงานสำคัญ |
|---|---|---|
| หลังปี 1977 | ACORN | จัดตั้งพันธมิตรระหว่างเชื้อชาติและสหภาพแรงงานฟาสต์ฟู้ด |
| 1992–1998 | New Party (NP) | ผลักดันการใช้ Fusion voting ในระดับรัฐ |
| 1998–2018 | Working Families Party (WFP) | สร้างฐานอำนาจสายก้าวหน้าในนิวยอร์กและขยายสู่ระดับชาติ |
| หลังปี 2018 | The Action Lab | ที่ปรึกษาด้านกิจกรรมชุมชนสายสังคมนิยม |
คำถามที่พบบ่อย
Fusion voting คืออะไร และทำไม Daniel Cantor ถึงให้ความสำคัญ?
Fusion voting คือระบบที่อนุญาตให้ผู้สมัครหนึ่งคนลงสมัครในนามหลายพรรคการเมืองได้ ซึ่ง Cantor ใช้กลยุทธ์นี้เพื่อให้พรรคขนาดเล็กอย่าง WFP สามารถส่งสัญญาณถึงพรรคใหญ่ (เดโมแครต) ว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากที่สนับสนุนนโยบายสายก้าวหน้า ทำให้พรรคใหญ่ต้องปรับนโยบายตามเพื่อรักษาฐานเสียง
Working Families Party (WFP) แตกต่างจากพรรคการเมืองที่สามทั่วไปอย่างไร?
WFP ไม่ได้ตั้งเป้าที่จะแยกตัวออกมาเป็นพรรคเดี่ยวเพื่อแข่งกับพรรคใหญ่แบบพรรค Green Party แต่ทำหน้าที่เป็น "กลุ่มอิทธิพลภายใน" ที่คอยผลักดันและคัดกรองผู้สมัครสายก้าวหน้าให้เข้าไปอยู่ในพรรคเดโมแครต เพื่อเปลี่ยนทิศทางของพรรคให้เอื้อต่อชนชั้นแรงงานมากขึ้น
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้อิทธิพลของ Daniel Cantor ใน WFP เริ่มลดลง?
เกิดจากความขัดแย้งในการตัดสินใจสนับสนุน Andrew Cuomo และกรณีอื้อฉาวเรื่องการจ้างผู้ประท้วงปลอม ซึ่งทำให้กลุ่มนักกิจกรรมสายก้าวหน้าและนิตยสารบางฉบับมองว่า WFP เริ่มประนีประนอมกับกลุ่มทุนและนักการเมืองสายกลางมากเกินไป
ปัจจุบัน Daniel Cantor ทำอะไรอยู่?
หลังจากลาออกจาก WFP ในปี 2018 เขาได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับ The Action Lab ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมชุมชนสายสังคมนิยมที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักสังคมนิยมในการรณรงค์ทางการเมือง