Daniel Day-Lewis ตำนานนักแสดงผู้ทุ่มเทและเจ้าของสถิติออสการ์ 3 สมัย
หากจะกล่าวถึงนักแสดงที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์แบบและความทุ่มเทขั้นสูงสุดในโลกภาพยนตร์ ชื่อของ Sir Daniel Day-Lewis ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงนักแสดง แต่เป็นศิลปินผู้ใช้ชีวิตเพื่อสวมบทบาทอย่างแท้จริง ด้วยเทคนิคการแสดงที่เข้มข้นและการเลือกรับบทที่พิถีพิถัน ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลก

เส้นทางสู่การเป็นยอดนักแสดง
Daniel Day-Lewis เกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 1957 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เติบโตมาในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางศิลปะและวรรณกรรม โดยมีบิดาเป็นกวีและคุณตาเป็นผู้บริหารสตูดิโอภาพยนตร์ชื่อดัง แม้ในช่วงวัยเด็กเขาจะมีบุคลิกที่ค่อนข้างดื้อรั้นและเคยมีปัญหาเรื่องพฤติกรรม แต่สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะการฝึกเลียนแบบสำเนียงและท่าทางของเด็กในลอนดอนใต้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งเขาถือว่านั่นคือการแสดงครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จ
เขาได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นระบบที่ Bristol Old Vic Theatre School เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของการแสดงอาชีพ ทั้งในโรงละครและภาพยนตร์ โดยในช่วงแรกเขาได้สร้างชื่อจากการร่วมงานกับ Royal Shakespeare Company และมีผลงานภาพยนตร์ที่เริ่มเป็นที่ยอมรับอย่าง My Beautiful Laundrette และ A Room with a View ในปี 1985

Method Acting: จิตวิญญาณแห่งความสมจริง
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของ Day-Lewis คือการใช้ Method Acting หรือการแสดงแบบเข้าถึงบทบาท ซึ่งไม่ใช่เพียงการจำบท แต่คือการเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นตัวละครนั้นๆ ทั้งในและนอกกองถ่าย เขาจะทำการค้นคว้าข้อมูลอย่างหนักและใช้ชีวิตตามแบบฉบับของตัวละครอย่างเคร่งครัด
- My Left Foot (1989): เขาสวมบทเป็น Christy Brown ผู้ป่วยโรคสมองพิการ (Cerebral Palsy) โดยยอมให้ทีมงานป้อนอาหารและเคลื่อนย้ายเขาด้วยรถเข็นตลอดการถ่ายทำ เพื่อสัมผัสความรู้สึกของตัวละครอย่างแท้จริง
- The Last of the Mohicans (1992): เขาฝึกทักษะการเอาตัวรอดในป่า ล่าสัตว์ ตกปลา และหัดต่อเรือแคนูด้วยตัวเอง
- Gangs of New York (2002): เขารับบทเป็น Bill the Butcher โดยฝึกปามีดและรักษาสำเนียงนิวยอร์กตลอดเวลา แม้ในยามที่ป่วยเป็นโรคปอดบวมก็ปฏิเสธที่จะสวมเสื้อโค้ทตัวหนาเพราะไม่ตรงตามยุคสมัยของตัวละคร
- Lincoln (2012): เขาใช้เวลาเตรียมตัวถึงหนึ่งปี อ่านหนังสือเกี่ยวกับประธานาธิบดีลินคอล์นกว่า 100 เล่ม และใช้เสียงของลินคอล์นในการสื่อสารกับทุกคนในกองถ่าย

ความสำเร็จและรางวัลเกียรติยศ
ความทุ่มเทส่งผลให้เขาเป็นนักแสดงชายเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัล Academy Award (ออสการ์) สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมถึง 3 ครั้ง จากภาพยนตร์เรื่อง My Left Foot, There Will Be Blood และ Lincoln นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล BAFTA 4 ครั้ง และ Golden Globe 2 ครั้ง รวมถึงได้รับแต่งตั้งเป็นอัศวิน (Knighthood) ในปี 2014 จากผลงานด้านการละคร
| ปีที่ฉาย | ชื่อภาพยนตร์ | บทบาท | รางวัลหลักที่ได้รับ |
|---|---|---|---|
| 1989 | My Left Foot | Christy Brown | Oscar, BAFTA |
| 2007 | There Will Be Blood | Daniel Plainview | Oscar, BAFTA, Golden Globe |
| 2012 | Lincoln | Abraham Lincoln | Oscar, BAFTA, Golden Globe |

การเกษียณและการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่
ตลอดอาชีพการทำงาน Day-Lewis เคยประกาศอำลาวงการถึงสองครั้ง ครั้งแรกในช่วงปี 1997-2000 เพื่อไปเป็นช่างทำรองเท้าฝึกหัดในประเทศอิตาลี และครั้งที่สองในปี 2017 หลังจากภาพยนตร์เรื่อง Phantom Thread โดยให้เหตุผลว่าเขาต้องการเชื่อมั่นในคุณค่าของสิ่งที่ทำ
อย่างไรก็ตาม ในปี 2024 มีการประกาศการกลับมาของเขาในภาพยนตร์เรื่อง Anemone ซึ่งกำกับโดย Ronan ลูกชายของเขาเอง และ Daniel ยังร่วมเขียนบทในเรื่องนี้ด้วย โดยภาพยนตร์ได้เปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์นิวยอร์กปี 2025 ซึ่งได้รับคำชมว่าเป็นการกลับมาที่ทรงพลังและน่าประทับใจ

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถิติโลก: เป็นนักแสดงคนแรกและคนเดียวที่ชนะรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม 3 ครั้ง
- ความหลงใหล: นอกจากงานแสดง เขามีความเชี่ยวชาญด้านงานไม้และงานทำรองเท้า
- ความเป็นส่วนตัว: ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างเข้มงวด ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์หรือปรากฏตัวในงานสังคม
- การศึกษา: จบการศึกษาจาก Bristol Old Vic Theatre School
คำถามที่พบบ่อย
Method Acting ที่ Daniel Day-Lewis ใช้คืออะไร?
คือเทคนิคการแสดงที่นักแสดงจะพยายามเข้าถึงอารมณ์และสภาวะทางจิตใจของตัวละคร โดยการใช้ชีวิตและคิดแบบตัวละครนั้นๆ ตลอดเวลา แม้ในขณะที่ไม่ได้ถ่ายทำ เพื่อให้การแสดงออกมาสมจริงที่สุด
ทำไมเขาถึงเคยเลิกแสดงเพื่อไปทำรองเท้า?
เขามีความหลงใหลในงานฝีมือและการสร้างสรรค์สิ่งของด้วยมือ โดยได้เดินทางไปอิตาลีเพื่อเป็นช่างฝึกหัดกับ Stefano Bemer เพื่อค้นหาความสงบและทำตามความสนใจส่วนตัว
ภาพยนตร์เรื่องใดที่ทำให้เขาโด่งดังเป็นครั้งแรก?
แม้จะมีผลงานหลายเรื่อง แต่ My Beautiful Laundrette (1985) และ My Left Foot (1989) คือผลงานที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับในระดับสากลและคว้ารางวัลใหญ่ครั้งแรก
เขากลับมาแสดงภาพยนตร์อีกครั้งเมื่อไหร่?
หลังจากประกาศเกษียณในปี 2017 เขาได้กลับมาแสดงอีกครั้งในปี 2024 ในภาพยนตร์เรื่อง Anemone ซึ่งกำกับโดยลูกชายของเขาเอง