← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Daniel Pearce เส้นทางศิลปินเสียงทองจากบอยแบนด์สู่เบื้องหลังเพลงฮิตระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Daniel Pearce เส้นทางศิลปินเสียงทองจากบอยแบนด์สู่เบื้องหลังเพลงฮิตระดับโลก

Daniel Pearce เส้นทางศิลปินเสียงทองจากบอยแบนด์สู่เบื้องหลังเพลงฮิตระดับโลก หากพูดถึงศิลปินที่มีความสามารถรอบด้านทั้งการร้องเพลง การแต่งเพลง และการแสดง Daniel Pearce คือหน…

Daniel PearceOne True VoicePopstars: The Rivalsนักร้องชาวอังกฤษ

Daniel Pearce เส้นทางศิลปินเสียงทองจากบอยแบนด์สู่เบื้องหลังเพลงฮิตระดับโลก

หากพูดถึงศิลปินที่มีความสามารถรอบด้านทั้งการร้องเพลง การแต่งเพลง และการแสดง Daniel Pearce คือหนึ่งในชื่อที่น่าสนใจของวงการเพลงอังกฤษ เขาเริ่มต้นจากการเป็นดาวรุ่งในรายการเรียลลิตี้โชว์ ก่อนจะพัฒนาฝีมือจนกลายเป็นนักร้องเสียงหลักและนักร้องประสานเสียงให้กับศิลปินระดับโลกมากมาย โดยมีความเชี่ยวชาญในแนวดนตรีที่หลากหลายตั้งแต่ Pop, Hip Hop ไปจนถึง Drum and Bass (ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่มีจังหวะกลองรวดเร็วและหนักแน่น)

จุดเริ่มต้นกับปรากฏการณ์ Popstars: The Rivals

ย้อนกลับไปในปี 2002 Daniel Pearce ได้สร้างชื่อเสียงจากการเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Popstars: The Rivals ทางช่อง ITV ซึ่งเขาได้โชว์พลังเสียงผ่านบทเพลงดังอย่าง "Against All Odds", "Celebration" และ "For Once in My Life" จนสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของฝ่ายชายด้วยเพลง "Candle in the Wind"

ผลการคัดเลือกทำให้เขาได้เป็นหนึ่งในสมาชิก 5 คนสุดท้ายที่ร่วมก่อตั้งวงบอยแบนด์ One True Voice (หรือ OTV) ซึ่งเป็นวงที่เกิดจากการโหวตของผู้ชมทางบ้าน โดยในขณะนั้นรายการเดียวกันนี้ยังได้สร้างวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง Girls Aloud อีกด้วย

ความสำเร็จและจุดเปลี่ยนของ One True Voice

วง One True Voice ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยซิงเกิลเปิดตัว "Sacred Trust / After You're Gone" สามารถไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 2 ของชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการขับเคี่ยวกับวง Girls Aloud ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสปี 2002 นอกจากนี้ยังมีเพลง "Shakespeare's (Way With) Words" ที่ติด Top 10 ในปี 2003

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูร้อนปี 2003 Daniel ซึ่งรับหน้าที่เป็นทั้งผู้เรียบเรียงเสียงประสานและผู้ร่วมแต่งเพลงของวง ได้ตัดสินใจลาออกเพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว ส่งผลให้วง One True Voice ประกาศยุบวงในเวลาต่อมา

การเดินทางในสายดนตรีและการร่วมงานกับศิลปินระดับโลก

หลังจากแยกตัวจากวง Daniel ได้ขยายขอบเขตความสามารถด้วยการรับบทนำในละครเพลงเรื่อง Jailhouse Rock ที่ West End กรุงลอนดอน และเป็นนักร้องประสานเสียงให้กับ Craig David นอกจากนี้เขายังพยายามกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งในรายการ The X Factor ปี 2009 โดยผ่านเข้าถึงรอบ Bootcamp และเป็นหนึ่งใน 24 คนสุดท้ายในกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป ภายใต้การดูแลของ Simon Cowell แม้จะไม่ได้ผ่านเข้าสู่รอบ Live Finals แต่ประสบการณ์นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต

ความโดดเด่นของ Daniel ปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อเขาได้ร่วมงานกับ Dizzee Rascal โดยมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงและร้องประสานในซิงเกิลอันดับ 1 อย่าง "Dirtee Disco" รวมถึงเพลง "Holiday" และ "Dance wiv Me" ซึ่งเขาได้ร่วมแสดงสดในเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Reading และ Leeds Festival รวมถึง Glastonbury ในปี 2013

อีกหนึ่งผลงานชิ้นสำคัญคือการเป็นเสียงร้องนำในเพลง "Nobody to Love" ของดีเจคู่หู Sigma ซึ่งกลายเป็นเพลงอันดับ 1 ใน UK Singles Chart แม้ว่าชื่อของเขาจะไม่ปรากฏบนหน้าปกซิงเกิล แต่เขาก็ได้ร่วมทัวร์และแสดงสดกับ Sigma ในงานใหญ่อย่าง Capital Jingle Bell Ball

ในปี 2021 Daniel ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเข้าร่วมทัวร์ The Last Domino? ของวงร็อคระดับตำนานอย่าง Genesis ในฐานะนักร้องประสานเสียง เพื่อสนับสนุน Phil Collins ที่มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวง Genesis ที่มีการใช้นักร้องประสานเสียง

Pearce with Genesis in 2022

โปรเจกต์ Shuffler และชีวิตส่วนตัว

นอกจากงานเบื้องหลัง Daniel ยังได้ร่วมก่อตั้งวง Shuffler ในปี 2011 ซึ่งเป็นวงแนว Funk, Rock และ Soul โดยร่วมงานกับสมาชิกจากวง Jamiroquai ได้แก่ Paul Turner (เบส), Rob Harris (กีตาร์) และ Derrick McKenzie (กลอง) โดยเขาทำหน้าที่เป็นนักร้องนำและได้ผลิตอัลบั้มชื่อ Shuffler ในปี 2013

ในด้านชีวิตส่วนตัว Daniel เกิดที่เมือง Ashford รัฐ Kent ประเทศอังกฤษ เป็นลูกครึ่งอังกฤษ-ไนจีเรีย เขาถูกรับเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารก โดยมารดาผู้ให้กำเนิดคือ Maryanne Morgan ซึ่งเป็นนักแต่งเพลงที่เคยเขียนเพลงให้กับวง Sugababes ด้านชีวิตคู่ เขาเคยสมรสกับ Charlotte Hodson ในปี 2004 และมีบุตรชาย 2 คน ก่อนจะหย่าร้างกันในปี 2016

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • จุดเริ่มต้น: แจ้งเกิดจากรายการ Popstars: The Rivals และเป็นสมาชิกวง One True Voice
  • ความสำเร็จในชาร์ต: มีส่วนร่วมในเพลงอันดับ 1 ของ UK ถึง 3 เพลง และมีผลงานที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Brit Awards และ Grammy Awards
  • ผลงานเด่น: ร้องนำในเพลง "Nobody to Love" ของ Sigma และร่วมงานกับ Dizzee Rascal ในเพลง "Dirtee Disco"
  • ประสบการณ์ระดับโลก: เป็นนักร้องประสานเสียงให้วง Genesis ในทัวร์ The Last Domino?
  • บทบาททางดนตรี: เป็นนักร้องนำวง Shuffler และมีความสามารถในการเรียบเรียงเพลง
สรุปผลงานและเส้นทางอาชีพของ Daniel Pearce
ช่วงปี ผลงาน/บทบาทสำคัญ ความสำเร็จ/หมายเหตุ
2002-2003 สมาชิกวง One True Voice ซิงเกิล "Sacred Trust" อันดับ 2 ของ UK
2009-2010 ร่วมงานกับ Dizzee Rascal เพลง "Dirtee Disco" อันดับ 1 ของ UK
2011-ปัจจุบัน นักร้องนำวง Shuffler แนวเพลง Funk, Rock และ Soul
2014 ร้องนำให้ Sigma เพลง "Nobody to Love" อันดับ 1 ของ UK
2021 นักร้องประสานเสียงวง Genesis ทัวร์ The Last Domino?
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Daniel Pearce มีชื่อเสียงมาจากรายการอะไร?

เขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายในรายการเรียลลิตี้โชว์ Popstars: The Rivals ทางช่อง ITV ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งวง One True Voice

เพลง "Nobody to Love" ของ Sigma เกี่ยวข้องกับ Daniel Pearce อย่างไร?

Daniel Pearce เป็นผู้รับหน้าที่ร้องนำในเพลงนี้ ซึ่งสามารถขึ้นถึงอันดับ 1 ของชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักร แม้ว่าชื่อของเขาจะไม่ได้ระบุไว้บนหน้าปกซิงเกิลก็ตาม

Daniel Pearce เคยร่วมงานกับวง Genesis หรือไม่?

ใช่ เขาได้เข้าร่วมทัวร์ The Last Domino? ของวง Genesis ในปี 2021 โดยทำหน้าที่เป็นนักร้องประสานเสียงเพื่อสนับสนุน Phil Collins

วง Shuffler คือวงดนตรีแนวไหนและมีใครร่วมก่อตั้งบ้าง?

Shuffler เป็นวงแนว Funk, Rock และ Soul ซึ่ง Daniel Pearce ก่อตั้งร่วมกับสมาชิก 3 คนจากวง Jamiroquai ได้แก่ Paul Turner, Rob Harris และ Derrick McKenzie

Daniel Pearce มีความเกี่ยวข้องกับวงการแต่งเพลงผ่านครอบครัวอย่างไร?

มารดาผู้ให้กำเนิดของเขาคือ Maryanne Morgan ซึ่งเป็นนักแต่งเพลงมืออาชีพที่เคยเขียนเพลงให้กับศิลปินชื่อดังอย่างวง Sugababes