Dave Wottle ตำนานเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกและฉายา The Head Waiter
หากพูดถึงนักวิ่งระยะกลางที่มีสไตล์การวิ่งอันเป็นเอกลักษณ์และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมทั่วโลก ชื่อของ Dave Wottle (เดฟ ว็อตเทิล) ย่อมอยู่ในลำดับต้นๆ เขาคือนักกรีฑาชาวอเมริกันผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองจากการวิ่ง 800 เมตร ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1972 ที่เมืองมิวนิก และยังเคยเป็นเจ้าของสถิติโลกในระยะดังกล่าวอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่จดจำนอกเหนือจากความเร็ว คือการสวม หมวกกอล์ฟ ลงสนามแข่งขัน ซึ่งเริ่มต้นจากความต้องการใช้หมวกเพื่อเก็บผมที่ยาวไม่ให้บดบังทัศนวิสัยขณะวิ่ง จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวที่แฟนกีฬาจดจำได้ดี

จุดเริ่มต้นจากเด็กชายผู้อ่อนแอสู่ยอดนักวิ่ง
เส้นทางสู่ความสำเร็จของ Wottle ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความแข็งแกร่ง ในวัยเด็กเขาเป็นเด็กที่รูปร่างผอมบางและสุขภาพไม่แข็งแรง จนแพทย์ประจำครอบครัวแนะนำให้เขาเริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่งเพื่อเสริมสร้างร่างกาย ซึ่งคำแนะนำนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเข้าสู่โลกของกรีฑาอย่างเต็มตัว
ในช่วงมัธยมปลายที่ Lincoln High School ในเมืองแคนตัน รัฐโอไฮโอ เขาเริ่มฉายแววโดดเด่นด้วยการคว้าแชมป์รัฐโอไฮโอในการวิ่งระยะ 1 ไมล์ เมื่อปี 1968 ก่อนจะก้าวเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัยที่ Bowling Green State University (BGSU) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาพัฒนาศักยภาพจนก้าวขึ้นสู่ระดับโลก
เส้นทางสู่ความสำเร็จในระดับมหาวิทยาลัยและอุปสรรค
ในช่วงปีแรกและปีที่สองที่ BGSU Wottle สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถทำลายกำแพงเวลา 4 นาทีในการวิ่งระยะ 1 ไมล์ได้เป็นครั้งแรกด้วยเวลา 3:59.0 นาที ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการวิ่งระยะ 1 ไมล์ต่ำกว่า 4 นาทีบนแผ่นดินรัฐอินดีแอนา นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์รายการ USTFF 880 ด้วยเวลา 1:47.8 นาที
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขาไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในปี 1971 เขาต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บรุนแรงหลายครั้ง ทั้งกระดูกหน้าแข้ง (Fibula) ร้าวทั้งสองข้าง และอาการถุงน้ำที่ข้อเข่าอักเสบ (Bursitis) ทำให้ต้องพักการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล แต่ด้วยความมุ่งมั่น เขาใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายจนกลับมาลงสนามได้อีกครั้งและทำผลงานได้ดียิ่งขึ้นในฤดูกาลถัดมา
ชัยชนะที่มิวนิกและฉายา "The Head Waiter"
ก่อนการแข่งขันโอลิมปิกปี 1972 Wottle สร้างความฮือฮาในรอบคัดเลือกที่ Eugene รัฐออริกอน โดยการวิ่ง 800 เมตรเพื่อเป็นการวอร์มอัพร่างกายก่อนแข่งระยะ 1,500 เมตร แต่ผลปรากฏว่าเขาคว้าอันดับหนึ่งและทำเวลาเทียบเท่าสถิติโลกที่ 1:44.3 นาที
ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่มิวนิก Wottle ใช้กลยุทธ์ที่น่าทึ่งด้วยการปล่อยให้คู่แข่งนำหน้าไปก่อน และรั้งท้ายกลุ่มในช่วง 500 เมตรแรก ก่อนจะเริ่มเร่งสปีดแซงคู่แข่งทีละคนในช่วงทางตรงสุดท้าย และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งด้วยเวลาที่เฉือนชนะ Yevhen Arzhanov จากสหภาพโซเวียตเพียง 0.03 วินาที ซึ่งเป็นการเข้าเส้นชัยที่ใกล้เคียงที่สุดในประวัติศาสตร์การวิ่ง 800 เมตรของโอลิมปิกในขณะนั้น
จากสไตล์การวิ่งที่รอจังหวะสุดท้ายเพื่อเข้าปาดหน้าคว้าชัย ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "The Head Waiter" (บริกรผู้รอเสิร์ฟ) และได้รับรางวัล U.S. Olympic Spirit Award จากความกล้าหาญและความสำเร็จอันโดดเด่น
บทสรุปอาชีพนักกีฬาและการก้าวสู่บทบาทใหม่
หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์จาก BGSU และรับราชการเป็นร้อยตรีในกองทัพอากาศสหรัฐฯ Wottle ยังคงสร้างผลงานในระดับมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย โดยสามารถเอาชนะนักวิ่งระดับโลกอย่าง Kip Keino และทำเวลาวิ่ง 1 ไมล์ได้ 3:53.3 นาที ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกในขณะนั้น
เขาหันมาเป็นนักวิ่งอาชีพในปี 1974 ก่อนจะตัดสินใจรีไทร์จากการแข่งขันเพื่อเข้าสู่สายงานบริหารการศึกษา โดยดำรงตำแหน่งคณบดีฝ่ายรับสมัครนักศึกษาและทุนการศึกษาที่ Rhodes College ยาวนานจนถึงปี 2012 และยังได้รับเกียรติให้เป็นคณบดีกิตติคุณ (Emeritus) รวมถึงดำรงตำแหน่งบริหารในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่อมา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เหรียญทองโอลิมปิก: วิ่ง 800 เมตร ปี 1972 ที่มิวนิก
- สถิติส่วนตัวที่ดีที่สุด: 800 เมตร (1:44.3), 1,500 เมตร (3:36.2), 1 ไมล์ (3:53.3)
- เอกลักษณ์: สวมหมวกกอล์ฟขณะวิ่งเพื่อเก็บผมยาว ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ใน National Track and Field Hall of Fame
- ฉายา: "The Head Waiter" และ "Wottle the Throttle"
- การศึกษา: ปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ จาก Bowling Green State University
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ส่วนสูง / น้ำหนัก | 1.83 เมตร / 66 กิโลกรัม |
| ความสำเร็จสูงสุด | เหรียญทองโอลิมปิก 800 เมตร (1972) |
| สถาบันการศึกษา | Bowling Green State University |
| รางวัลเกียรติยศ | U.S. Olympic Spirit Award, National Track and Field Hall of Fame |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Dave Wottle ถึงได้รับฉายาว่า "The Head Waiter"?
เพราะในรอบชิงชนะเลิศโอลิมปิกปี 1972 เขาใช้กลยุทธ์วิ่งรั้งท้ายกลุ่มเกือบตลอดการแข่งขัน และเร่งสปีดแซงคู่แข่งทุกคนในช่วงทางตรงสุดท้ายเพื่อเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก เหมือนกับบริกรที่รอจังหวะเสิร์ฟอาหารในตอนท้าย
หมวกกอล์ฟที่เขาสวมใส่มีความสำคัญอย่างไร?
ในตอนแรกเขาสวมเพื่อประโยชน์ใช้สอยในการเก็บผมยาวไม่ให้บังตา แต่ต่อมามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ประจำตัว และปัจจุบันหมวกใบนั้นถูกจัดแสดงในหอเกียรติยศ National Track and Field Hall of Fame
Wottle เคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอะไรบ้างในช่วงนักศึกษา?
เขาเคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรุนแรงในปี 1971 ได้แก่ กระดูกหน้าแข้ง (Fibula) ร้าวทั้งซ้ายและขวา รวมถึงมีอาการถุงน้ำที่ข้อเข่าอักเสบ ทำให้ต้องพักการแข่งขันไปทั้งฤดูกาล
หลังจากเลิกเป็นนักกีฬา Dave Wottle ทำอาชีพอะไร?
เขาเข้าสู่สายงานบริหารการศึกษา โดยดำรงตำแหน่งคณบดีฝ่ายรับสมัครนักศึกษาและทุนการศึกษา (Dean of Admissions and Financial Aid) ที่ Rhodes College และทำงานบริหารในมหาวิทยาลัยอื่นๆ เช่น Millsaps College และ Ohio Wesleyan University
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาในระยะ 1 ไมล์คืออะไร?
เขาสามารถวิ่งระยะ 1 ไมล์ได้ในเวลา 3:53.3 นาที ซึ่งในขณะนั้นทำให้เขาเป็นนักวิ่งระยะ 1 ไมล์ที่เร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประวัติศาสตร์โลก