David Atherton วาทยกรผู้ทรงอิทธิพลและผู้ก่อตั้ง London Sinfonietta
ในโลกของดนตรีคลาสสิกและดนตรีร่วมสมัย ชื่อของ David Atherton เป็นที่ยอมรับในฐานะวาทยกร (Conductor) หรือผู้อำนวยเพลงผู้มีความสามารถโดดเด่น เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้ควบคุมวงออร์เคสตรา แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกที่สร้างรากฐานสำคัญให้กับวงดนตรีระดับโลกอย่าง London Sinfonietta ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในวงแชมเบอร์ออร์เคสตรา (Chamber Orchestra - วงดนตรีขนาดเล็กที่มีจำนวนนักดนตรีจำกัด) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปัจจุบัน
เส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นในสายดนตรี
David Atherton เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1944 ที่เมืองแบล็กพูล รัฐแลนคาเชียร์ ประเทศอังกฤษ ท่ามกลางครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ทางดนตรี โดยมีบิดาเป็นทั้งวาทยกรและอาจารย์สอนดนตรีที่ St Joseph's College และมีมารดาเป็นนักร้อง ด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาจาก Blackpool Grammar School ก่อนจะเข้าศึกษาต่อด้านดนตรีที่ Fitzwilliam College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
ความสำเร็จในอาชีพและบทบาทผู้นำทางดนตรี
ปี ค.ศ. 1967 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของ Atherton เมื่อเขาได้ก่อตั้ง London Sinfonietta และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการดนตรีจนถึงปี ค.ศ. 1973 โดยเขาได้นำเสนอผลงานดนตรีร่วมสมัยชิ้นสำคัญหลายชิ้นเป็นครั้งแรกของโลก ในปีเดียวกันนั้น เขาได้รับคำเชิญจาก Sir Georg Solti ให้เข้าร่วมทีมดนตรีของ Royal Opera House, Covent Garden และสร้างประวัติศาสตร์ในปี ค.ศ. 1968 ด้วยการเป็นวาทยกรที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ขึ้นควบคุมการแสดงที่นี่ในเรื่อง Il trovatore โดยเขาใช้เวลา 12 ปีในฐานะวาทยกรประจำ และควบคุมการแสดงมากกว่า 150 ครั้ง
นอกจากนี้ เขายังสร้างสถิติเป็นวาทยกรที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ BBC Proms และได้ปรากฏตัวในการแสดงต่อเนื่องถึง 30 ฤดูกาล
การขยายอิทธิพลสู่ระดับสากล
Atherton ได้นำความสามารถของเขาไปสู่เวทีระดับโลก โดยเริ่มจากการควบคุมวงที่ La Scala ในมิลาน ประเทศอิตาลี (ค.ศ. 1976) และ War Memorial Opera House ในซานฟรานซิสโก (ค.ศ. 1978) ต่อมาเขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการดนตรีของ San Diego Symphony (ค.ศ. 1980–1987) และเป็นวาทยกรหลักของ Royal Liverpool Philharmonic
ในเอเชีย เขาได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการดนตรีของ Hong Kong Philharmonic Orchestra ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 จนถึงปี ค.ศ. 2000 ซึ่งจากการอุทิศตนเพื่อวงการดนตรีในฮ่องกง ทำให้เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE (Officer of the Order of the British Empire) และได้รับเกียรติยศสูงสุดในตำแหน่ง Conductor Laureate ของวง
ผลงานสร้างสรรค์และรางวัลการันตีคุณภาพ
นอกจากการบริหารวงดนตรี Atherton ยังเป็นผู้ริเริ่มเทศกาลดนตรี Mainly Mozart Festival ในซานดิเอโก และจัดเทศกาลดนตรีในลอนดอนที่รวบรวมผลงานทั้งหมดของคีตกวีชื่อดังอย่าง Maurice Ravel, Igor Stravinsky, Anton Webern และ Edgard Varèse โดยร่วมมือกับวงชั้นนำ เช่น London Symphony Orchestra และ BBC Symphony Orchestra
ในด้านการบันทึกเสียง เขาได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Awards โดยรางวัลที่โดดเด่น ได้แก่ รางวัล Conductor of the Year จาก Composers' Guild of Great Britain (ค.ศ. 1971), รางวัล Edison Award จากเนเธอร์แลนด์ (ค.ศ. 1973), Grand Prix du Disque จากฝรั่งเศส (ค.ศ. 1977) และ Koussevitzky Award (ค.ศ. 1981) นอกจากนี้ การบันทึกเสียงโอเปร่าเรื่อง King Priam ของ Michael Tippett ยังได้รับรางวัล International Record Critics' Award ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดในวงการบันทึกเสียงระดับโลก
| ช่วงปี / ปีที่ได้รับ | ตำแหน่ง / รางวัล | องค์กร / ผลงาน |
|---|---|---|
| 1967 | ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการดนตรี | London Sinfonietta |
| 1968 | วาทยกรที่อายุน้อยที่สุด | Royal Opera House & BBC Proms |
| 1980 - 1987 | ผู้อำนวยการดนตรี | San Diego Symphony |
| 1989 - 2000 | ผู้อำนวยการดนตรี | Hong Kong Philharmonic Orchestra |
| 1989 | ผู้ก่อตั้ง | Mainly Mozart Festival |
| หลากหลายปี | รางวัลระดับโลก | Edison Award, Grand Prix du Disque, International Record Critics' Award |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้บุกเบิก: ก่อตั้ง London Sinfonietta ซึ่งเป็นวงแชมเบอร์ออร์เคสตราชั้นนำของโลก
- สถิติ: เป็นวาทยกรที่อายุน้อยที่สุดที่เคยปรากฏตัวใน Royal Opera House และ BBC Proms
- เกียรติยศ: ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE จากการทำงานด้านดนตรีในฮ่องกง
- คำชมจากศิลปิน: Michael Tippett เคยยกย่องว่าเขาเป็น "วาทยกรผู้มีอัจฉริยภาพ" (Conductor of genius)
ชีวิตส่วนตัวและครอบครัว
David Atherton แต่งงานกับ Ann Gianetta Drake ในปี ค.ศ. 1970 และมีบุตรด้วยกัน 3 คน (ลูกสาว 2 คน และลูกชาย 1 คน) ก่อนจะแยกทางกันในปี ค.ศ. 1983 ต่อมาในปี ค.ศ. 2012 เขาได้แต่งงานกับ Eleanor Ann Roth นักไวโอลินซึ่งเป็นคู่ชีวิตมานานถึง 27 ปี
นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวของเขายังมีความผูกพันกับดนตรีอย่างลึกซึ้ง โดย Joan น้องสาวของเขาเป็นนักไวโอลินอิสระและดำรงตำแหน่ง Principal Second Violin ของ London Sinfonietta มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 และ Elizabeth ลูกสาวคนโตของเขาก็เป็นนักร้องโอเปร่า
คำถามที่พบบ่อย
David Atherton มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อวงการดนตรีร่วมสมัย?
เขาเป็นผู้ก่อตั้งวง London Sinfonietta และใช้ตำแหน่งผู้อำนวยการดนตรีในการนำเสนอผลงานเพลงร่วมสมัยชิ้นสำคัญหลายชิ้นเป็นครั้งแรก ทำให้วงนี้กลายเป็นหนึ่งในวงแชมเบอร์ออร์เคสตราที่โดดเด่นที่สุดในโลก
รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยได้รับคืออะไร?
หนึ่งในรางวัลที่ได้รับการยอมรับสูงสุดคือ International Record Critics' Award จากการบันทึกเสียงโอเปร่าเรื่อง King Priam ของ Michael Tippett ซึ่งถือเป็นรางวัลระดับท็อปของโลกในด้านการบันทึกเสียง
เขามีความเกี่ยวข้องกับดนตรีในประเทศใดบ้างนอกเหนือจากอังกฤษ?
เขามีบทบาทสำคัญในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา (ผู้อำนวยการดนตรี San Diego Symphony), ฮ่องกง (ผู้อำนวยการดนตรี Hong Kong Philharmonic Orchestra) รวมถึงการควบคุมวงในอิตาลี เยอรมนี และสาธารณรัฐเช็ก
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Michael Tippett เป็นอย่างไร?
Michael Tippett คีตกวีชื่อดัง ได้เขียนไว้ในอัตชีวประวัติของตนเองว่า David Atherton เป็นวาทยกรที่มีอัจฉริยภาพและสามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในผลงานเพลงของเขาได้อย่างลึกซึ้ง