David I. Kertzer นักประวัติศาสตร์ผู้เปิดโปงความลับวาติกันและประวัติศาสตร์อิตาลี
David Israel Kertzer เป็นปัญญาชนชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะนักมานุษยวิทยา นักประวัติศาสตร์ และอาจารย์มหาวิทยาลัย โดยเขามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านประวัติศาสตร์การเมือง ประชากรศาสตร์ และศาสนาของประเทศอิตาลี ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ (Paul Dupee Jr. University Professor of Social Science) รวมถึงศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาและอิตาลีศึกษา ณ มหาวิทยาลัยบราวน์ (Brown University)

เส้นทางวิชาการของ Kertzer เริ่มต้นจากการสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบราวน์ในปี 1969 ก่อนจะคว้าปริญญาเอกด้านมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยแบรนไดส์ (Brandeis University) ในปี 1974 เขาเคยสั่งสมประสบการณ์การสอนที่วิทยาลัยโบดอยน์ (Bowdoin College) จนถึงปี 1992 ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยบราวน์ และเคยได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง Provost (รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ) ของมหาวิทยาลัยระหว่างปี 2006 ถึง 2011
ผลงานเขียนและการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนวงการ
Kertzer มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเขียนหนังสือและบทความที่เจาะลึกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวาติกันกับรัฐอิตาลี รวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยเฉพาะการวิเคราะห์บทบาทของคริสตจักรคาทอลิกต่อการเติบโตของลัทธิยิวโฮโฟเบีย (Anti-Semitism) หรือความเกลียดชังชาวยิวในยุโรป
การวิพากษ์บทบาทของสันตะปาปาและลัทธิฟาสซิสต์
ในหนังสือ The Popes Against the Jews (2001) Kertzer เสนอทัศนะที่สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมาก โดยระบุว่าวาติกันและสันตะปาปาหลายพระองค์มีส่วนในการปูทางด้านอุดมการณ์ที่นำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว แม้ว่างานชิ้นนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักประวัติศาสตร์บางกลุ่มว่าเป็นการตีความที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ แต่ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในงานเขียนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุคสมัยนั้น
ต่อมาในผลงาน The Pope and Mussolini (2014) ซึ่งใช้หลักฐานจากหอจดหมายเหตุลับของวาติกัน Kertzer ได้ชี้ให้เห็นว่าสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 11 (Pope Pius XI) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการก้าวขึ้นสู่อำนาจของเบนิโต มุสโสลินี และลัทธิฟาสซิสต์ในอิตาลี ซึ่งหนังสือเล่มนี้ส่งผลให้เขาได้รับ รางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) สาขาชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติในปี 2015
การเปิดโปงความลับของสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12
เมื่อหอจดหมายเหตุวาติกันเปิดให้เข้าถึงได้ในปี 2020 Kertzer เป็นหนึ่งในนักประวัติศาสตร์กลุ่มแรกที่ได้เข้าไปศึกษาเอกสารลับ และได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาเขียนในหนังสือ The Pope at War (2022) โดยเขาเปิดเผยว่ามีการเจรจาลับระหว่างอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 (Pope Pius XII) ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของการดำรงตำแหน่ง
ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ Kertzer อธิบายว่าแม้พระองค์จะมีหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้เกี่ยวกับการสังหารหมู่ชาวยิว แต่กลับเลือกที่จะไม่ประณามความโหดร้ายของนาซีอย่างชัดเจน เนื่องจากทรงให้ความสำคัญกับการรักษาความคงอยู่ของคริสตจักรมากกว่าการทำหน้าที่เป็นผู้นำทางศีลธรรมของโลก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: ประวัติศาสตร์การเมือง ศาสนา และประชากรศาสตร์ของอิตาลี
- รางวัลสูงสุด: รางวัลพูลิตเซอร์ ปี 2015 จากหนังสือ The Pope and Mussolini
- ตำแหน่งทางวิชาการ: ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยบราวน์ และอดีต Provost ของมหาวิทยาลัย
- จุดเด่นของงานเขียน: การใช้เอกสารจากหอจดหมายเหตุลับของวาติกันเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนจักรและอำนาจทางการเมือง
| ชื่อหนังสือ | ปีที่พิมพ์ | ประเด็นหลัก |
|---|---|---|
| The Kidnapping of Edgardo Mortara | 1997 | การลักพาตัวเด็กชายชาวยิวโดยคริสตจักร |
| The Popes Against the Jews | 2001 | บทบาทของวาติกันต่อการต่อต้านชาวยิวในยุโรป |
| The Pope and Mussolini | 2014 | ความสัมพันธ์ลับระหว่างปิอุสที่ 11 และมุสโสลินี |
| The Pope at War | 2022 | ความลับของปิอุสที่ 12 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 |
คำถามที่พบบ่อย
David I. Kertzer คือใคร?
เขาเป็นนักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อิตาลีและวาติกัน ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยบราวน์
ผลงานชิ้นใดที่ทำให้เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์?
หนังสือเรื่อง The Pope and Mussolini: The Secret History of Pius XI and the Rise of Fascism in Europe ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2014 ทำให้เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 2015
ประเด็นหลักที่ Kertzer มักนำเสนอในงานเขียนคืออะไร?
เขามักวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างวาติกันกับรัฐบาลอิตาลี และวิพากษ์บทบาทของสันตะปาปาที่มีต่อเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น การขึ้นสู่อำนาจของฟาสซิสต์และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
ทำไมหนังสือ The Pope at War ถึงมีความสำคัญ?
เพราะเป็นงานที่เขียนขึ้นหลังจากหอจดหมายเหตุวาติกันเปิดออก ทำให้เขาสามารถเข้าถึงเอกสารลับที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน เพื่ออธิบายว่าทำไมสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 จึงไม่ประณามการกระทำของนาซีอย่างรุนแรง