David Lee นักวิจารณ์ศิลปะผู้ท้าทายวงการศิลปะร่วมสมัย
ในโลกของศิลปะร่วมสมัยที่มักเต็มไปด้วยคำนิยามที่ซับซ้อนและนามธรรม David Lee (เกิดปี 1953) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดุดันและตรงไปตรงมาที่สุด เขาเป็นนักวิจารณ์ศิลปะชาวอังกฤษที่อุทิศตนให้กับการตีแผ่สิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นความล้มเหลวของมาตรฐานศิลปะในปัจจุบัน โดยเฉพาะการต่อต้าน Conceptual Art (ศิลปะเชิงแนวคิด ซึ่งเน้นที่ความคิดหรือมโนทัศน์มากกว่าทักษะการสร้างสรรค์ชิ้นงาน) และการวิจารณ์รางวัล Turner Prize อย่างเผ็ดร้อน
จุดเริ่มต้นของ The Jackdaw และการต่อสู้กับภาษาที่ฟุ่มเฟือย
เดิมที David Lee เคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการของนิตยสาร Art Review แต่ด้วยความต้องการที่จะวิพากษ์วิจารณ์วงการศิลปะอย่างเต็มที่และไร้ข้อจำกัด เขาจึงตัดสินใจลาออกเพื่อก่อตั้งนิตยสารของตนเองในชื่อ The Jackdaw เมื่อปี 2000 นิตยสารฉบับนี้มีลักษณะเป็นสื่อเสียดสีที่เต็มไปด้วยความคิดเห็นส่วนตัวและคำวิจารณ์ที่รุนแรง โดยมีการตีพิมพ์ปีละ 6 ฉบับ เพื่อเป็นกระบอกเสียงในการโจมตีมาตรฐานศิลปะที่เขาเห็นว่าไม่สามารถยอมรับได้
หนึ่งในส่วนที่โดดเด่นที่สุดที่ Lee นำติดตัวมาจากสมัยทำงานที่ Art Review คือคอลัมน์ "Artbollocks" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขานำข้อความบรรยายผลงานศิลปะจากศิลปิน แกลเลอรี หรือนักวิจารณ์คนอื่นๆ ที่เขาเห็นว่าใช้ภาษาที่เยิ่นเย้อ อวดอ้าง และไร้สาระ มาตีพิมพ์ซ้ำเพื่อประชดประชันและชี้ให้เห็นถึงความว่างเปล่าของคำนิยามเหล่านั้น
ทัศนะต่อกลุ่มศิลปินและนิทรรศการชื่อดัง
แม้ว่าแนวทางของ David Lee จะมีความคล้ายคลึงกับกลุ่ม Stuckists (กลุ่มศิลปินที่เน้นการวาดภาพและต่อต้านศิลปะเชิงแนวคิด) ในแง่ของการไม่ยอมรับกลุ่ม Young British Artists และรางวัล Turner Prize แต่เขาก็ไม่ได้เห็นพ้องกับกลุ่ม Stuckists ไปเสียทั้งหมด Lee แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเขาไม่ชื่นชอบผลงานของกลุ่มนี้เช่นกัน โดยครั้งหนึ่งเขาเคยประกาศอย่างรุนแรงว่า หากหอศิลป์ Tate ยอมรับผลงานบริจาคจากกลุ่ม Stuckists เขาจะเดินเปลือยกายร้องเพลง Mamma Mia ไปตามถนน Whitehall พร้อมสวมปลอกแขนสวัสดิกะอันโปรดของเขา
นอกจากนี้ ในปี 2004 Lee ได้วิจารณ์นิทรรศการ New Blood ของ Charles Saatchi อย่างหนัก โดยระบุว่างานดังกล่าวเป็นเพียงการรวมตัวของกลเม็ดและลูกไม้ที่ถูกโปรโมตด้วยความสิ้นหวังและไร้รสนิยม พร้อมทั้งกล่าวหาว่ามีการผลักดันศิลปินที่เขาเรียกว่า "ไร้พรสวรรค์" อย่าง Stella Vine ให้กลายเป็นที่รู้จักในสังคม
บทบาทในสื่อกระแสหลักและรายการโทรทัศน์
นอกจากการเขียนนิตยสาร David Lee ยังได้ปรากฏตัวในสื่อโทรทัศน์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญอิสระ เช่น ในรายการ Big Brother ของอังกฤษเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2009 ซึ่งเขาต้องตัดสินผลงานศิลปะ 3 ชิ้น โดยที่ 2 ชิ้นเป็นผลงานของผู้เข้าแข่งขัน และอีก 1 ชิ้นเป็นผลงานของเด็กวัย 6 ขวบ แม้ว่าเขาจะถูกบอกว่าทั้งสามชิ้นเป็นฝีมือของผู้เข้าแข่งขัน แต่เขาก็ยังตัดสินให้ผลงานของเด็ก 6 ขวบเป็นชิ้นที่แย่ที่สุด
นอกจากนี้ เขายังได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในสามกรรมการตัดสินในรายการศิลปะ Show Me the Monet ทางช่อง BBC2 อีกด้วย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้ก่อตั้ง: นิตยสาร The Jackdaw (ก่อตั้งปี 2000)
- จุดยืนหลัก: ต่อต้านศิลปะเชิงแนวคิด (Conceptual Art) และรางวัล Turner Prize
- เอกลักษณ์: ใช้การเสียดสีและวิจารณ์อย่างรุนแรงผ่านคอลัมน์ "Artbollocks"
- ประสบการณ์สื่อ: อดีตบรรณาธิการ Art Review และกรรมการรายการ Show Me the Monet (BBC2)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| บทบาทหลัก | นักวิจารณ์ศิลปะร่วมสมัยชาวอังกฤษ |
| สื่อในครอบครอง | นิตยสาร The Jackdaw (ออกปีละ 6 ฉบับ) |
| เป้าหมายการวิจารณ์ | Conceptual Art, Turner Prize, และภาษาที่ฟุ่มเฟือยในวงการศิลปะ |
| ผลงานเด่น | คอลัมน์ Artbollocks |
คำถามที่พบบ่อย
David Lee คือใคร?
เขาเป็นนักวิจารณ์ศิลปะชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากการวิพากษ์วิจารณ์ศิลปะร่วมสมัยอย่างตรงไปตรงมาและรุนแรง โดยเป็นบรรณาธิการและผู้ก่อตั้งนิตยสาร The Jackdaw
นิตยสาร The Jackdaw มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?
เป็นนิตยสารที่เน้นการเสียดสีและวิจารณ์มาตรฐานของวงการศิลปะร่วมสมัย โดยมุ่งเน้นไปที่การต่อต้านศิลปะเชิงแนวคิดและรางวัลศิลปะที่เขาเห็นว่าไม่มีคุณภาพ
คอลัมน์ Artbollocks คืออะไร?
เป็นส่วนหนึ่งของนิตยสารที่ David Lee นำคำบรรยายผลงานศิลปะที่เขาเห็นว่าใช้ภาษาที่โอ้อวดหรือไร้สาระจากศิลปินและแกลเลอรีมาตีพิมพ์ซ้ำเพื่อเป็นการล้อเลียน
David Lee มีความสัมพันธ์อย่างไรกับกลุ่ม Stuckists?
เขามีจุดยืนร่วมกับกลุ่ม Stuckists ในการต่อต้านศิลปะเชิงแนวคิดและรางวัล Turner Prize แต่เขาก็วิจารณ์ผลงานศิลปะของกลุ่ม Stuckists เองว่าไม่มีคุณภาพเช่นกัน
David Lee เคยร่วมงานกับสื่อกระแสหลักหรือไม่?
เคย โดยเขาเคยเป็นกรรมการในรายการ Show Me the Monet ของ BBC2 และร่วมเป็นกรรมการตัดสินในภารกิจหนึ่งของรายการ Big Brother เวอร์ชันอังกฤษ