David Lloyd จากนักเทนนิสมือโปรสู่เจ้าพ่ออาณาจักรฟิตเนสระดับโลก
หากพูดถึงชื่อ David Lloyd หลายคนอาจนึกถึงเครือข่ายคลับสุขภาพและฟิตเนสชั้นนำในยุโรป แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างเต็มตัว ชายผู้นี้คือหนึ่งในนักเทนนิสอาชีพชาวอังกฤษที่มีบทบาทสำคัญในวงการกีฬาช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 โดยเขาไม่เพียงแต่สร้างชื่อในฐานะผู้เล่น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับทีมชาติอังกฤษในระดับสากล
เส้นทางสายกีฬาและการแข่งขันระดับโลก
เดวิด ลอยด์ เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 1948 ที่เมือง Leigh-on-Sea รัฐ Essex เขาเริ่มต้นเส้นทางเทนนิสที่ Westcliff Hard LTC ร่วมกับพี่น้องของเขา โดยเฉพาะกับ จอห์น ลอยด์ น้องชายของเขาที่กลายเป็นนักเทนนิสที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของอังกฤษในยุคเดียวกัน
ความโดดเด่นของเดวิดเริ่มปรากฏชัดในปี 1965 เมื่อเขาสามารถคว้าแชมป์ทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ในการแข่งขัน British Junior championships ที่วิมเบิลดัน และในปีต่อมาเขาก็เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศประเภทเดี่ยวรุ่นเยาวชน จุดสูงสุดในอาชีพนักเทนนิสเดี่ยวของเขาคือการครองอันดับที่ 128 ของโลกเมื่อเดือนกันยายน 1973 และเคยผ่านเข้าถึงรอบ 32 คนสุดท้ายที่วิมเบิลดันในปี 1972 โดยพ่ายให้กับ จอห์น นิวคัมบ์ อดีตมือหนึ่งของโลกชาวออสเตรเลีย
ในด้านการรับใช้ชาติ เดวิดเป็นสมาชิกทีม Davis Cup (การแข่งขันเทนนิสชิงแชมป์โลกประเภททีม) ของสหราชอาณาจักรในช่วงปี 1972-1974 และ 1976-1980 โดยในปี 1978 เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมอังกฤษชุดแรกที่สามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1937 นอกจากนี้เขายังประสบความสำเร็จในประเภทคู่ โดยเคยคว้าแชมป์รายการ Dewar Cup ที่ลอนดอนในปี 1976 ร่วมกับน้องชายของเขา
การเปลี่ยนผ่านสู่โลกธุรกิจและอาณาจักร David Lloyd Leisure
หลังจากประกาศรีไทร์จากการเป็นนักเทนนิสอาชีพในปี 1981 เดวิดได้ใช้ประสบการณ์ด้านกีฬาไปเป็นโค้ชที่แคนาดาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตด้วยการก่อตั้ง David Lloyd Leisure Clubs ในปี 1982 โดยเปิดคลับแห่งแรกที่ย่าน Heston ใกล้กับ Hounslow ทางตะวันตกของลอนดอน
ธุรกิจของเขาเติบโตอย่างรวดเร็วจนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในปี 1992 และในปี 1995 บริษัท Whitbread Plc ได้เข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่าสูงถึง 200 ล้านปอนด์ ต่อมาเดวิดและลูกชาย (สก็อต ลอยด์) ได้ร่วมกันสร้างคลับฟิตเนส Next Generation ซึ่งในเวลาต่อมาได้ถูกรวมเข้ากับกลุ่ม David Lloyd Leisure อีกครั้งผ่านการเข้าซื้อกิจการโดย London & Regional Properties และ Bank of Scotland ในปี 2007 ด้วยมูลค่าดีลสูงถึง 925 ล้านปอนด์
ปัจจุบัน ภายใต้การบริหารของ TDR Capital ตั้งแต่ปี 2013 อาณาจักรนี้ได้ขยายตัวครอบคลุมคลับในสหราชอาณาจักรและยุโรปถึง 89 แห่ง รวมถึง Harbour Clubs 2 แห่ง และ David Lloyd Studios อีก 5 แห่ง โดยมีสมาชิกที่ใช้บริการรวมกว่า 440,000 คน
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และของสะสม
นอกเหนือจากธุรกิจฟิตเนส เดวิด ลอยด์ ยังมีความเชี่ยวชาญในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู โดยเขาได้พัฒนา Sugar Hill Resort ในบาร์เบโดส รวมถึงมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย และการสร้างวิลล่าหรูใกล้กับเมืองมาร์เบยาในประเทศสเปน
นอกจากนี้ เขายังมีความสนใจในงานศิลปะ โดยในปี 2007 เขาได้ทุ่มเงินซื้อคอลเลกชันผลงานของ Willard Wigan ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะขนาดจิ๋ว ซึ่งมีการประเมินมูลค่าไว้สูงถึง 11.2 ล้านปอนด์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- อันดับโลกสูงสุด: ประเภทเดี่ยวอันดับ 128 (ปี 1973) และประเภทคู่อันดับ 40 (ปี 1977)
- ความสำเร็จในทีมชาติ: นำทีมอังกฤษเข้าชิงชนะเลิศ Davis Cup ปี 1978
- จุดเริ่มต้นธุรกิจ: ก่อตั้ง David Lloyd Leisure แห่งแรกในปี 1982 ที่ลอนดอน
- มูลค่าธุรกิจ: ดีลการซื้อขายกิจการในปี 2007 มีมูลค่าสูงถึง 925 ล้านปอนด์
- บทบาทอื่นๆ: เคยดำรงตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอล Hull City A.F.C. และ Hull FC ในช่วงปี 1997-1998
| หัวข้อ | รายละเอียด/สถิติ |
|---|---|
| สถิติการแข่งเดี่ยว | ชนะ 26 แพ้ 60 (แชมป์ 14 รายการ) |
| สถิติการแข่งคู่ | ชนะ 46 แพ้ 56 (แชมป์ 1 รายการ) |
| ผลงาน Grand Slam ที่ดีที่สุด | ประเภทคู่: รอบรองชนะเลิศ Wimbledon (1973) |
| จำนวนคลับในเครือปัจจุบัน | 89 แห่งในสหราชอาณาจักรและยุโรป |
| จำนวนสมาชิกโดยประมาณ | 440,000 คน |
คำถามที่พบบ่อย
David Lloyd มีความสัมพันธ์อย่างไรกับวงการเทนนิสหลังจากเลิกเล่น?
เขาได้รับแต่งตั้งเป็นกัปตันทีม Davis Cup ของอังกฤษในปี 1995 และทำงานร่วมกับ Lawn Tennis Association รวมถึงเคยทำหน้าที่เป็นโค้ชให้กับ Tim Henman นักเทนนิสชื่อดังของอังกฤษ
ธุรกิจ David Lloyd Leisure เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร?
เริ่มต้นจากการที่เดวิดนำประสบการณ์การเป็นโค้ชเทนนิสจากแคนาดากลับมาใช้ในอังกฤษ โดยเปิดคลับแห่งแรกที่ Heston ในปี 1982 ก่อนจะขยายตัวจนกลายเป็นเครือข่ายฟิตเนสระดับสากล
นอกจากธุรกิจสุขภาพแล้ว David Lloyd ลงทุนในด้านใดอีกบ้าง?
เขาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ในหลายประเทศ เช่น บาร์เบโดส สเปน และประเทศไทย (ภูเก็ต) รวมถึงการสะสมงานศิลปะมูลค่าสูง
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาในฐานะนักกีฬาคืออะไร?
การเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ Davis Cup ในปี 1978 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปี (นับจากปี 1937) ของประเทศอังกฤษ