David Lord โปรดิวเซอร์และนักประพันธ์เพลงผู้สร้างสรรค์ผลงานระดับตำนาน
ในโลกของดนตรีร่วมสมัย ชื่อของ David Lord เป็นที่รู้จักในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินระดับโลกมากมาย เขาเป็นทั้งนักประพันธ์เพลง (Composer) และโปรดิวเซอร์บันทึกเสียง (Record Producer) ชาวอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย ตั้งแต่ดนตรีคลาสสิกไปจนถึงเพลงป๊อปและร็อกที่ติดชาร์ตระดับสากล
เส้นทางสายดนตรีและการศึกษา
David Lord เกิดในปี 1944 ที่เมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เขาได้รับการบ่มเพาะทักษะทางดนตรีขั้นสูงจาก Royal Academy of Music โดยเป็นลูกศิษย์ของ Richard Rodney Bennett ซึ่งรากฐานการศึกษาที่เข้มข้นนี้ทำให้เขามีความสามารถโดดเด่นในการเรียบเรียงเสียงประสาน โดยในช่วงเริ่มต้นของอาชีพ เขาได้สั่งสมประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ให้กับสถานีวิทยุ BBC Radio
ผลงานการประพันธ์เพลงและดนตรีคลาสสิก
นอกเหนือจากงานโปรดิวซ์ Lord ยังมีผลงานการเขียนเพลงที่น่าสนใจหลายชิ้น เช่น The Wife of Winter (1968) ที่เขียนขึ้นสำหรับ Janet Baker และ The History of the Flood (1969) ซึ่งใช้บทประพันธ์ของ John Heath-Stubbs นอกจากนี้เขายังสร้างสรรค์ Cantata (เพลงร้องสำหรับกลุ่มนักร้องและเครื่องดนตรี) สำหรับเด็กในชื่อ The Sea Journey ซึ่งมีการบันทึกเสียงไว้สองครั้ง คือในปี 1969 สำหรับเทศกาล Farnham และปี 1982 โดยนักเรียนจากโรงเรียนสถานทูตอังกฤษ St. Catherine's ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ
ความสามารถของเขายังครอบคลุมไปถึงการเขียนเพลงสำหรับศิลปินเดี่ยวอย่าง Julian Bream และการสร้างสรรค์บทเพลงสำหรับใช้ในการแข่งขันคัดเลือกผู้อำนวยเพลง (Conductor) ของวง London Symphony Orchestra อีกด้วย
บทบาทโปรดิวเซอร์และผลงานเพลงฮิต
ในช่วงทศวรรษ 1980 David Lord ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเพลงป๊อปและร็อก เขาเป็นผู้ดูแลการผลิตซิงเกิลแรกของวง Tears for Fears ที่ชื่อว่า "Suffer the Children" ในปี 1981 และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเรียบเรียงเสียงประสานเครื่องสาย (String Arrangements) ในเพลงดังอย่าง "Everybody's Got to Learn Sometime" ของวง The Korgis และ "I'll Stand by You" ของวง The Pretenders
นอกจากนี้ เขายังมีส่วนร่วมในอัลบั้มของ Peter Hammill โดยรับหน้าที่เป็นทั้งวิศวกรบันทึกเสียงและผู้เล่น Prophet 5 (ซินธิไซเซอร์อนาล็อกรุ่นคลาสสิก) ในเพลง "Just Good Friends" จากอัลบั้ม Patience ปี 1983
Crescent Studios และการทำงานในเมืองบาธ
ตั้งแต่ปี 1970 Lord ได้ย้ายมาพำนักที่เมืองบาธ และได้ก่อตั้ง Crescent Studios ซึ่งเริ่มต้นจากห้องพักชั้นบนใน Camden Crescent ก่อนจะขยายไปยังอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1700 บนถนน Walcot Street อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจปิดสตูดิโอแห่งนี้ลงเนื่องจากการก่อสร้างถนนเส้นใหม่ที่อยู่ติดกับสถานที่ทำงาน
ความเชี่ยวชาญของเขาเป็นที่ยอมรับจนได้รับเชิญให้ไปออกรายการ The South Bank Show เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับกระบวนการผลิตอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 4 ของ Peter Gabriel
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: จบการศึกษาจาก Royal Academy of Music ภายใต้การดูแลของ Richard Rodney Bennett
- ผลงานเด่น: เรียบเรียงเสียงประสานเครื่องสายให้เพลงฮิตของ The Korgis และ The Pretenders
- สตูดิโอ: เคยเป็นเจ้าของ Crescent Studios ในเมืองบาธ
- ความหลากหลาย: ทำงานครอบคลุมทั้งดนตรีคลาสสิก, เพลงประกอบ และการผลิตอัลบั้มสตูดิโอ
| ศิลปิน | ชื่ออัลบั้ม | ปีที่ออกจำหน่าย |
|---|---|---|
| The Korgis | Dumb Waiters | 1980 |
| The Korgis | Sticky George | 1981 |
| Peter Gabriel | Peter Gabriel | 1982 |
| Roy Harper | Work of Heart | 1982 |
| The Icicle Works | The Icicle Works | 1984 |
| XTC | The Big Express | 1984 |
| Jean Michel Jarre | Zoolook | 1984 |
| Icehouse | Man of Colours | 1987 |
| Peter Hammill | Fireships | 1992 |
ประเด็นทางกฎหมาย
ในปี 2015 David Lord ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาเปิดสถานบริการทางเพศ (Brothel) ภายในที่พักของตนเอง โดยเขายอมรับว่ามีการรับจองและรับเงินจากผู้ให้บริการทางเพศ ซึ่งศาลพิจารณาว่าไม่มีการบังคับขู่เข็ม จึงตัดสินโทษจำคุกแบบรอลงอาญา พร้อมกำหนดให้ปฏิบัติตามมาตรการคุมประพฤติ ได้แก่ การสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Tag) และการกักบริเวณในที่พักตั้งแต่เวลา 19.00 น. ถึง 07.00 น. เป็นเวลา 4 เดือน
คำถามที่พบบ่อย
David Lord มีชื่อเสียงจากผลงานด้านใดมากที่สุด?
เขามีชื่อเสียงในฐานะโปรดิวเซอร์และนักเรียบเรียงเสียงประสาน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับศิลปินอย่าง Peter Gabriel, XTC และการสร้างสรรค์เสียงเครื่องสายในเพลงฮิตของ The Korgis
Crescent Studios ตั้งอยู่ที่ไหนและทำไมถึงปิดตัวลง?
สตูดิโอตั้งอยู่ที่เมืองบาธ ประเทศอังกฤษ และถูกปิดตัวลงเนื่องจากมีการก่อสร้างถนนเส้นใหม่ขึ้นมาติดกับตัวสตูดิโอ
David Lord มีผลงานด้านดนตรีคลาสสิกอย่างไรบ้าง?
เขาประพันธ์เพลงหลายชิ้น เช่น The Wife of Winter และ The Sea Journey ซึ่งเป็น Cantata สำหรับเด็ก รวมถึงเขียนบทเพลงสำหรับการแข่งขันผู้อำนวยเพลงของวง London Symphony Orchestra
เขาเคยทำงานร่วมกับศิลปินคนใดบ้างในยุค 80?
เขาทำงานร่วมกับศิลปินหลากหลายกลุ่ม เช่น Tears for Fears, Jean Michel Jarre, Icehouse และ The Icicle Works
การศึกษาทางดนตรีของ David Lord เป็นอย่างไร?
เขาสำเร็จการศึกษาจาก Royal Academy of Music โดยศึกษาภายใต้การชี้แนะของ Richard Rodney Bennett