David Paterson เส้นทางชีวิตและการเมืองของผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กผู้สร้างประวัติศาสตร์
David Paterson เป็นนักการเมืองชาวอเมริกันผู้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐอเมริกา โดยเขาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กคนที่ 55 ระหว่างปี 2008 ถึง 2010 ความโดดเด่นของเขาไม่เพียงแต่อยู่ที่ตำแหน่งทางการเมือง แต่เขายังเป็นผู้ว่าการรัฐคนแรกของนิวยอร์กที่เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน และเป็นบุคคลแรกที่มีความบกพร่องทางการเห็น (Legally Blind) ที่ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้ว่าการรัฐในสหรัฐอเมริกา

จุดเริ่มต้นของชีวิตและการเอาชนะอุปสรรค
เดวิด อเล็กซานเดอร์ แพเทอร์สัน เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 1954 ณ นครนิวยอร์ก ในครอบครัวที่มีพื้นฐานด้านกฎหมายและการเมือง โดยมีบิดาคือ Basil Paterson ซึ่งเป็นทนายความด้านกฎหมายแรงงานและเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐนิวยอร์ก ส่วนมารดาคือ Portia Hairston Paterson
ชีวิตของเขาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 3 เดือน เมื่อการติดเชื้อที่หูลุกลามไปยังเส้นประสาทตา ส่งผลให้เขาสูญเสียการมองเห็นในตาซ้ายและเหลือการมองเห็นที่จำกัดมากในตาขวา เพื่อให้ลูกชายได้รับโอกาสทางการศึกษาในห้องเรียนปกติแทนที่จะเป็นห้องเรียนพิเศษ ครอบครัวจึงย้ายไปอยู่ที่ย่าน South Hempstead ในลองไอส์แลนด์ ทำให้เขากลายเป็นนักเรียนผู้พิการคนแรกของโรงเรียนรัฐบาลใน Hempstead และสำเร็จการศึกษาในปี 1971
ด้านการศึกษาขั้นสูง เขาคว้าปริญญาตรีสาขาประวัติศาสตร์จาก Columbia University ในปี 1977 และปริญญานิติศาสตรดุษฎี (Juris Doctor) จาก Hofstra Law School ในปี 1983 แม้ว่าเขาจะประสบปัญหาในการสอบเนติบัณฑิตของนิวยอร์ก (New York bar examination) ซึ่งเขาเชื่อว่าเกิดจากการขาดการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการทางสายตา แต่เขาก็ใช้ประสบการณ์นี้ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระเบียบการสอบในเวลาต่อมา

เส้นทางการก้าวสู่จุดสูงสุดทางการเมือง
แพเทอร์สันเริ่มต้นอาชีพทางการเมืองในปี 1985 โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาแห่งรัฐนิวยอร์ก (New York State Senate) ในเขตที่บิดาของเขาเคยดำรงตำแหน่ง เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนี้อย่างยาวนานจนถึงปี 2006 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา (Senate Minority Leader) ในปี 2003 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้นำนิติบัญญัติที่ไม่ใช่คนผิวขาวคนแรกของรัฐ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2006 เมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นผู้สมัครรองผู้ว่าการรัฐคู่กับ Eliot Spitzer ซึ่งทั้งคู่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายด้วยคะแนนเสียงถึง 65.7% และแพเทอร์สันได้เข้าดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการรัฐในวันที่ 1 มกราคม 2007
การดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กและการบริหารท่ามกลางวิกฤต
ในวันที่ 17 มีนาคม 2008 เดวิด แพเทอร์สัน ได้รับการสาบานตนเป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กแทนที่ Eliot Spitzer ที่ลาออกเนื่องจากอื้อฉาวเรื่องการค้าประเวณี การบริหารงานของเขาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่ง คือช่วง วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (Great Recession) ซึ่งเขาต้องรับมือกับภาวะขาดดุลทางงบประมาณมหาศาลและการล่มสลายของสถาบันการเงินในวอลล์สตรีท
ผลงานที่โดดเด่นในช่วงนี้คือการตัดสินใจตัดลดงบประมาณภาครัฐอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการแต่งตั้งบุคคลสำคัญ เช่น Kirsten Gillibrand ให้ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ แทนที่ Hillary Clinton นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ผลักดันการยอมรับใบทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกันจากเขตอำนาจศาลอื่น แม้จะเผชิญกับแรงต้านจากกลุ่มอนุรักษนิยมอย่างหนักก็ตาม

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ประวัติศาสตร์: เป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนแรก และเป็นผู้ว่าการรัฐที่ตาบอดตามกฎหมายคนแรกของสหรัฐฯ
- การศึกษา: จบการศึกษาจาก Columbia University และ Hofstra Law School
- วิกฤตเศรษฐกิจ: บริหารรัฐนิวยอร์กในช่วง Great Recession โดยเน้นการตัดลดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุล
- บทบาทหลังพ้นตำแหน่ง: เป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุ, ประธานพรรคเดโมแครตในนิวยอร์ก (2014-2015) และเขียนหนังสืออัตชีวประวัติ
| ช่วงปี | ตำแหน่ง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1985 – 2006 | สมาชิกวุฒิสภาแห่งรัฐนิวยอร์ก | ได้รับเลือกตั้งซ้ำถึง 10 ครั้ง |
| 2003 – 2006 | ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา | ผู้นำนิติบัญญัติที่ไม่ใช่คนผิวขาวคนแรก |
| 2007 – 2008 | รองผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก | คู่หูการเมืองของ Eliot Spitzer |
| 2008 – 2010 | ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กคนที่ 55 | ดำรงตำแหน่งแทน Spitzer ที่ลาออก |
| 2014 – 2015 | ประธานพรรคเดโมแครตในนิวยอร์ก | บทบาทหลังพ้นตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ |
คำถามที่พบบ่อย
David Paterson มีความบกพร่องทางการเห็นได้อย่างไร?
เขาประสบปัญหาการติดเชื้อที่หูอย่างรุนแรงตั้งแต่อายุ 3 เดือน ซึ่งเชื้อได้ลุกลามไปยังเส้นประสาทตา ทำให้ตาซ้ายบอดสนิทและตาขวามีการมองเห็นที่จำกัดมาก
ทำไมเขาถึงได้เป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กโดยไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงในตอนแรก?
เขาดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการรัฐ และได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐโดยอัตโนมัติหลังจากที่ Eliot Spitzer ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากกรณีอื้อฉาว
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในการบริหารรัฐของเขาคืออะไร?
คือการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก (Great Recession) ซึ่งส่งผลให้รัฐนิวยอร์กเผชิญกับภาวะขาดดุลทางงบประมาณอย่างรุนแรง จนต้องมีการตัดลดงบประมาณในหลายภาคส่วน
เขามีบทบาทอย่างไรในเรื่องสมรสเท่าเทียม?
เขาเป็นผู้สั่งการให้หน่วยงานรัฐยอมรับใบทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกันที่จดทะเบียนจากรัฐอื่น และพยายามผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในรัฐนิวยอร์ก แม้ว่าในขณะนั้นจะถูกวุฒิสภาปัดตกไปก็ตาม
หลังพ้นตำแหน่งทางการเมือง เขาทำอะไรบ้าง?
เขาผันตัวไปเป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุ ดำรงตำแหน่งประธานพรรคเดโมแครตในนิวยอร์ก และเขียนหนังสือชื่อ "Black, Blind, & in Charge" เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเป็นผู้นำและการเอาชนะอุปสรรคในชีวิต