David Telfer Robie ผู้ขับเคลื่อนเสรีภาพสื่อและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชนแห่งเอเชียแปซิฟิก
David Telfer Robie (เกิดปี 1945) คือบุคคลสำคัญในวงการสื่อสารมวลชนชาวนิวซีแลนด์ ผู้ทุ่มเทเวลามากกว่า 4 ทศวรรษในการรายงานข่าวและวิเคราะห์สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เขาไม่เพียงแต่เป็นนักเขียนและนักข่าวระดับมืออาชีพ แต่ยังเป็นนักการศึกษาด้านสื่อที่มุ่งเน้นการส่งเสริม เสรีภาพสื่อ (Media Freedom) หรือสิทธิในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารโดยปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจรัฐในภูมิภาคแปซิฟิก

เส้นทางชีวิตและการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างชื่อและส่งผลต่อแนวคิดของ Robie คือการได้ร่วมเดินทางไปกับเรือ Rainbow Warrior ซึ่งเป็นเรือธงของกองเรือนิเวศวิทยาจากองค์กร Greenpeace ในปี 1985 เขาใช้เวลาบนเรือลำนี้เป็นเวลา 10 สัปดาห์ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อสายลับฝรั่งเศสลอบวางระเบิดเรือลำดังกล่าวในท่าเรือโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์
จากประสบการณ์ตรงในครั้งนั้น Robie ได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านหนังสือชื่อ Eyes of Fire: The Last Voyage of the Rainbow Warrior ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1986 และได้รับความนิยมจนมีการจัดพิมพ์ฉบับอนุสรณ์ในปี 2005 และฉบับครบรอบ 30 ปีในปี 2015 รวมถึงฉบับครบรอบ 40 ปีในปี 2025 เพื่อย้ำเตือนถึงเหตุการณ์สำคัญในครั้งนั้น
บทบาทด้านการศึกษาและการสร้างเครือข่ายสื่อ
Robie มีบทบาทอย่างสูงในการวางรากฐานการศึกษาวารสารศาสตร์ในภูมิภาคแปซิฟิก โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
- ปี 1993-1997: บริหารหลักสูตรวารสารศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปาปัวนิวกินี และก่อตั้ง Pacific Journalism Review ในปี 1994
- ปี 1998-2002: ดำรงตำแหน่งผู้ประสานงานโรงเรียนวารสารศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งแปซิฟิกใต้ (University of the South Pacific) ซึ่งในช่วงนี้เขาได้นำนักศึกษาลงพื้นที่รายงานข่าวเหตุการณ์รัฐประหารโดย George Speight ในฟิจิ ปี 2000
- ปี 2005-2020: ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ และเลื่อนเป็นศาสตราจารย์ที่คณะการศึกษาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโอ๊คแลนด์ (AUT) ก่อนจะเกษียณอายุในตำแหน่งผู้อำนวยการ Pacific Media Centre
นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง Asia Pacific Media Network ในปี 2021 พร้อมทั้งบริหารเว็บไซต์ข่าวอิสระอย่าง Asia Pacific Report และ Café Pacific ซึ่งเว็บไซต์หลังนี้เคยถูกข่มขู่ให้ปิดตัวลงโดยรัฐบาลฟิจิในปี 1998 เนื่องจากเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์การเมือง ซึ่งกลายเป็นกรณีทดสอบสำคัญของรัฐธรรมนูญฟิจิปี 1997 ในเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: การเมืองและสื่อมวลชนในภูมิภาคแปซิฟิกใต้
- ผลงานเขียน: ผู้เขียนหนังสือ Eyes of Fire และหนังสือด้านสิทธิมนุษยชนและสื่อในแปซิฟิกหลายเล่ม
- เกียรติยศสูงสุด: ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Member of the New Zealand Order of Merit (MNZM) ในปี 2024 จากผลงานด้านวารสารศาสตร์และการศึกษา
- รางวัลการันตี: รางวัล NZ Media Prize (1985), Qantas Press Awards (1989), PIMA Pacific Media Freedom Award (2005) และ AMIC Asia Communication Award (2015)
| ปี (ค.ศ.) | เหตุการณ์ / ตำแหน่ง | ความสำคัญ |
|---|---|---|
| 1985 | ร่วมเดินทางกับเรือ Rainbow Warrior | พยานเหตุการณ์ระเบิดเรือโดยสายลับฝรั่งเศส |
| 1994 | ก่อตั้ง Pacific Journalism Review | สร้างพื้นที่วิชาการด้านวารสารศาสตร์ในแปซิฟิก |
| 2005 | อาจารย์ที่ AUT | พัฒนาการศึกษาสื่อสารมวลชนในระดับอุดมศึกษา |
| 2020 | เกษียณจาก Pacific Media Centre | สิ้นสุดบทบาทผู้อำนวยการศูนย์สื่อแปซิฟิก |
| 2024 | ได้รับเครื่องราชฯ MNZM | เชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสื่อเอเชียแปซิฟิก |
คำถามที่พบบ่อย
David Robie มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรือ Rainbow Warrior?
เขาเป็นหนึ่งในลูกเรือที่ร่วมเดินทางไปกับเรือ Rainbow Warrior ของ Greenpeace ในปี 1985 และอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่เรือถูกลอบวางระเบิดโดยสายลับฝรั่งเศส ซึ่งเขาได้นำประสบการณ์นี้มาเขียนเป็นหนังสือชื่อ Eyes of Fire
บทบาทของเขาในการส่งเสริมเสรีภาพสื่อในฟิจิเป็นอย่างไร?
เขาได้ก่อตั้งเว็บไซต์ Café Pacific เพื่อนำเสนอข้อมูลด้านการเมืองและสื่อ ซึ่งเคยถูกรัฐบาลฟิจิข่มขู่ให้ปิดตัวและขู่จะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานของเขา เพื่อเป็นการทดสอบขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญของประเทศ
ผลงานเขียนที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?
หนังสือที่โดดเด่นที่สุดคือ Eyes of Fire: The Last Voyage of the Rainbow Warrior ซึ่งมีการตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง รวมถึงเล่มอื่นๆ เช่น Don't Spoil My Beautiful Face ที่เน้นเรื่องสิทธิมนุษยชนในแปซิฟิก
รางวัล MNZM ที่เขาได้รับหมายถึงอะไร?
MNZM หรือ Member of the New Zealand Order of Merit เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของนิวซีแลนด์ที่มอบให้แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์อย่างโดดเด่น โดย David Robie ได้รับในปี 2024 จากการอุทิศตนให้แก่วงการวารสารศาสตร์และการศึกษาด้านสื่อในเอเชียแปซิฟิก