← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
David Weil นักเศรษฐศาสตร์ผู้ขับเคลื่อนนโยบายแรงงานสหรัฐฯ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

David Weil นักเศรษฐศาสตร์ผู้ขับเคลื่อนนโยบายแรงงานสหรัฐฯ

David Weil นักเศรษฐศาสตร์ผู้ขับเคลื่อนนโยบายแรงงานสหรัฐฯ David Weil เป็นนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายแรงงานของสหรัฐอเมริกา โ…

David WeilWage and Hour Divisionกระทรวงแรงงานสหรัฐนักเศรษฐศาสตร์

David Weil นักเศรษฐศาสตร์ผู้ขับเคลื่อนนโยบายแรงงานสหรัฐฯ

David Weil เป็นนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายแรงงานของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในด้านการกำกับดูแลค่าจ้างและชั่วโมงการทำงาน เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่พยายามผลักดันความเป็นธรรมในตลาดแรงงานยุคใหม่

ในด้านการศึกษา Weil สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมและแรงงาน (Industrial and Labor Relations) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล ก่อนจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะ (Master of Public Policy) และระดับปริญญาเอก (PhD) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาเข้าสู่เส้นทางสายวิชาการและการบริหารระดับสูง

Content image

เส้นทางอาชีพจากห้องเรียนสู่การบริหารระดับประเทศ

ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่บทบาททางการเมือง Weil ได้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบอสตันตั้งแต่ปี 1998 จนถึง 2013 และในปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งคณบดีของ Heller School for Social Policy and Management ที่มหาวิทยาลัยแบรนไดซ์ ซึ่งเป็นสถาบันที่เน้นด้านนโยบายสังคมและการจัดการ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อเขาได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดี Barack Obama ให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารของ Wage and Hour Division (กองงานค่าจ้างและชั่วโมงการทำงาน) ภายใต้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ โดยเขาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้จนถึงปี 2017 เพื่อดูแลการบังคับใช้กฎหมายแรงงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สรุปประวัติและตำแหน่งสำคัญของ David Weil
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา ป.ตรี Cornell, ป.โท และ ป.เอก Harvard
ตำแหน่งบริหาร (2014-2017) ผู้บริหาร Wage and Hour Division (สมัย Obama)
ตำแหน่งวิชาการ อดีตศาสตราจารย์ BU, คณบดี Heller School (Brandeis)
ประเด็นที่ขับเคลื่อน การคุ้มครองแรงงานในระบบ Gig Economy

บทบาททางการเมืองและความท้าทายในสมัยประธานาธิบดีไบเดน

นอกเหนือจากงานบริหาร Weil ยังเป็นผู้วิจารณ์รูปแบบการจ้างงานของบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Uber โดยเขาโต้แย้งว่าการจัดประเภทคนขับรถเป็น Independent Contractors (ผู้รับจ้างอิสระ) แทนที่จะเป็นลูกจ้างนั้น เป็นการลดทอนสิทธิที่แรงงานควรได้รับ

ด้วยเหตุนี้ ในปี 2021 ประธานาธิบดี Joe Biden จึงได้เสนอชื่อเขากลับเข้าดำรงตำแหน่งผู้บริหาร Wage and Hour Division อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กระบวนการแต่งตั้งในครั้งนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางการเมืองอย่างหนัก จนกระทั่งในวันที่ 30 มีนาคม 2022 วุฒิสภาได้ลงมติไม่ผ่าน Cloture Motion (ญัตติขอปิดการอภิปรายเพื่อลงมติ) ด้วยคะแนน 47 ต่อ 53 เสียง ซึ่งมีสมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตบางส่วนไม่เห็นชอบ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ถูกเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีไบเดนพ่ายแพ้ในการลงมติของวุฒิสภา ส่งผลให้การแต่งตั้ง David Weil สิ้นสุดลง และนำไปสู่การแต่งตั้ง Jessica Looman ให้ดำรงตำแหน่งแทนในเวลาต่อมา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษาชั้นสูง: จบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำทั้ง Cornell และ Harvard
  • ประสบการณ์บริหาร: เคยนำทัพกองงานค่าจ้างและชั่วโมงการทำงานในช่วงปี 2014-2017
  • จุดยืนทางสังคม: ผลักดันให้คนขับรถในแอปพลิเคชันเรียกรถได้รับสถานะเป็นลูกจ้างเพื่อสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น
  • ประวัติศาสตร์การเมือง: เป็นผู้ถูกเสนอชื่อคนแรกของรัฐบาลไบเดนที่ไม่ผ่านการรับรองจากวุฒิสภา
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

David Weil คือใคร?

เขาเป็นนักเศรษฐศาสตร์และนักวิชาการชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายแรงงาน และเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารในกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ

Wage and Hour Division มีหน้าที่อะไร?

เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ การจ่ายค่าล่วงเวลา และชั่วโมงการทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย

ทำไม David Weil ถึงวิจารณ์ Uber?

เพราะเขาเห็นว่าการระบุว่าคนขับเป็นผู้รับจ้างอิสระ (Independent Contractors) ทำให้บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบสวัสดิการและสิทธิพื้นฐานที่ลูกจ้างพึงได้

เหตุใดเขาจึงไม่ได้รับตำแหน่งในสมัยประธานาธิบดีไบเดน?

เนื่องจากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอในวุฒิสภา โดยมีการลงมติไม่ผ่านญัตติปิดการอภิปราย (Cloture Motion) ทำให้ไม่สามารถดำเนินการลงมติแต่งตั้งได้

ปัจจุบัน David Weil ทำงานที่ไหน?

ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งคณบดีที่ Heller School for Social Policy and Management ของมหาวิทยาลัยแบรนไดซ์