← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Deborah Pryce เส้นทางนักการเมืองหญิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งพรรครีพับลิกัน

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Deborah Pryce เส้นทางนักการเมืองหญิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งพรรครีพับลิกัน

Deborah Pryce เส้นทางนักการเมืองหญิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งพรรครีพับลิกัน Deborah Pryce (เดโบราห์ ไพรซ์) เป็นนักกฎหมายและนักการเมืองหญิงชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในพรรครีพับลิก…

Deborah Pryceเดโบราห์ ไพรซ์พรรครีพับลิกันสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ

Deborah Pryce เส้นทางนักการเมืองหญิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งพรรครีพับลิกัน

Deborah Pryce (เดโบราห์ ไพรซ์) เป็นนักกฎหมายและนักการเมืองหญิงชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในพรรครีพับลิกัน โดยเธอได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ตัวแทนจากเขต 15 ของรัฐโอไฮโอ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเมืองโคลัมบัสและย่านชานเมือง ตั้งแต่ปี 1993 จนถึงปี 2009

Content image

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสายกฎหมาย

ไพรซ์เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 1951 ที่เมืองวอร์เรน รัฐโอไฮโอ เธอเริ่มต้นเส้นทางวิชาการด้วยการคว้าปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตในปี 1973 และศึกษาต่อด้านกฎหมายจนสำเร็จการศึกษาจาก Capital University Law School ในปี 1976

ก่อนจะก้าวเข้าสู่สนามการเมืองระดับประเทศ เธอมีประสบการณ์การทำงานในสายตุลาการและบริหารอย่างโชกโชน โดยเคยเป็นผู้พิพากษาศาลปกครองของกรมประกันภัยรัฐโอไฮโอ (1976–1978) และทำงานให้กับเมืองโคลัมบัสในหลายตำแหน่ง ทั้งอัยการผู้ช่วยเมือง, ทนายความอาวุโส และผู้ช่วยผู้จัดการเมือง จนกระทั่งปี 1985-1992 เธอได้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลเทศบาลเขตแฟรงคลิน โดยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้พิพากษาประธานศาลในท้ายที่สุด

บทบาทผู้นำในสภาผู้แทนราษฎร

ไพรซ์ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 1992 และได้ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงของพรรครีพับลิกันในสภาฯ โดยเธอเคยดำรงตำแหน่งสำคัญดังนี้:

  • เลขานุการการประชุมพรรครีพับลิกัน (Secretary of the House Republican Conference): ปี 1999–2001
  • รองประธานการประชุมพรรครีพับลิกัน (Vice Chair of the House Republican Conference): ปี 2001–2003
  • ประธานการประชุมพรรครีพับลิกัน (Chair of the House Republican Conference): ปี 2003–2007 ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดอันดับ 4 ของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ เธอยังมีบทบาทในคณะกรรมการด้านบริการทางการเงิน (House Committee on Financial Services) และคณะกรรมการกฎระเบียบของสภา (House Rules Committee) อีกด้วย

จุดยืนทางการเมืองและประเด็นทางสังคม

ในด้านอุดมการณ์ ไพรซ์ยึดถือแนวทางอนุรักษนิยมทั้งในด้านการคลังและสังคม อย่างไรก็ตาม เธอมีความคิดเห็นที่เปิดกว้างในบางประเด็น โดยเป็นสมาชิกของกลุ่มสายกลางขวาหลายกลุ่ม และมีจุดยืน Pro-choice หรือการสนับสนุนสิทธิในการเลือกทำแท้ง โดยเธอมองว่ารัฐบาลไม่ควรเข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจของผู้หญิงเกี่ยวกับครรภ์ของตนเอง

สำหรับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เธอถูกวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่ม League of Conservation Voters (LCV) เนื่องจากมีคะแนนด้านสิ่งแวดล้อมที่ต่ำ และถูกระบุว่าสนับสนุนผลประโยชน์ของบริษัทน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการโหวตเพื่อลดข้อจำกัดของกฎหมายว่าด้วยชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species Act)

ความท้าทายและการตัดสินใจทางการเมือง

ในช่วงสงครามอิรัก ไพรซ์เคยตกเป็นเป้าวิจารณ์และเคยเดินออกจากบทสัมภาษณ์ของ CNN ในปี 2006 แม้เธอจะสนับสนุนการให้อำนาจประธานาธิบดีในการใช้กำลังทหาร แต่เธอก็ยอมรับว่าไม่ได้พึงพอใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในอิรัก

ในช่วงปี 2007 มีรายงานว่าเธอเริ่มเปลี่ยนทิศทางการลงคะแนนเสียง โดยหันไปสนับสนุนร่างกฎหมายของฝ่ายเดโมแครตในหลายกรณี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากสำหรับผู้นำพรรครีพับลิกันในขณะนั้น แต่ในเรื่องสงครามอิรัก เธอยังคงยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนร่วมพรรคอย่างเหนียวแน่น

การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายและการอำลาตำแหน่ง

การเลือกตั้งปี 2006 เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุด โดยเธอต้องเผชิญหน้ากับ Mary Jo Kilroy จากพรรคเดโมแครต การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจระดับชาติเนื่องจากเป็นเขตที่ก้ำกึ่ง (Toss-up) แม้ไพรซ์จะพยายามชูผลงานการดึงงบประมาณกลาง (Earmarks) มาพัฒนาพื้นที่ เช่น โครงการพลังงานสะอาดและสถาบันวิจัยสุขภาพ แต่ผลการเลือกตั้งออกมาสูสีมากจนต้องมีการนับคะแนนใหม่ (Recount) ซึ่งในที่สุดไพรซ์เป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนที่ห่างกันเพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 สิงหาคม 2007 ไพรซ์ได้ประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยที่ 9 เพื่อใช้เวลากับลูกสาวและพ่อแม่ที่ชราภาพ และพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 มกราคม 2009 โดยมี Mary Jo Kilroy เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งสูงสุด: ประธานการประชุมพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร (อันดับ 4 ของพรรค)
  • ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี 1993 ถึง 2009
  • จุดยืนทางสังคม: อนุรักษนิยม แต่สนับสนุนสิทธิในการเลือกทำแท้ง (Pro-choice)
  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Ohio State University และปริญญากฎหมาย (JD) จาก Capital University
  • บทบาทหลังเกษียณ: ร่วมลงนามสนับสนุนการสมรสเท่าเทียมในคดี Hollingsworth v. Perry ปี 2013
สรุปไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งของ Deborah Pryce
ช่วงปี ตำแหน่ง หน่วยงาน/บทบาท
1976–1978 ผู้พิพากษาศาลปกครอง กรมประกันภัยรัฐโอไฮโอ
1985–1992 ผู้พิพากษา ศาลเทศบาลเขตแฟรงคลิน
1993–2009 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 15 รัฐโอไฮโอ
1999–2001 เลขานุการการประชุมพรรครีพับลิกัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
2001–2003 รองประธานการประชุมพรรครีพับลิกัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
2003–2007 ประธานการประชุมพรรครีพับลิกัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Deborah Pryce มีบทบาทสำคัญอย่างไรในพรรครีพับลิกัน?

เธอเคยดำรงตำแหน่งประธานการประชุมพรรครีพับลิกัน (Chair of the House Republican Conference) ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารระดับสูงอันดับที่ 4 ของพรรคในสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประสานงานและดูแลทิศทางของสมาชิกพรรค

จุดยืนของเธอในเรื่องการทำแท้งเป็นอย่างไร?

แม้จะเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันสายอนุรักษนิยม แต่เธอมีจุดยืนสนับสนุนสิทธิในการเลือกทำแท้ง (Pro-choice) โดยเชื่อว่ารัฐบาลไม่ควรแทรกแซงการตัดสินใจส่วนบุคคลของผู้หญิงในเรื่องการตั้งครรภ์

ทำไมเธอถึงถูกวิจารณ์เรื่องสิ่งแวดล้อม?

เธอถูกกลุ่ม League of Conservation Voters (LCV) จัดให้อยู่ในรายชื่อ "Dirty Dozen" เนื่องจากมีประวัติการลงคะแนนเสียงที่เอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมพลังงานและสนับสนุนการลดความเข้มงวดของกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า

เหตุใดเธอจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในปี 2007?

เธอประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยที่ 9 เนื่องจากต้องการใช้เวลาดูแลลูกสาวและพ่อแม่ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น

หลังพ้นตำแหน่งทางการเมือง เธอมีบทบาทในเรื่องสังคมอย่างไร?

ในปี 2013 เธอได้แสดงจุดยืนสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ โดยร่วมลงนามในคำร้องต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการสมรสเท่าเทียมในคดี Hollingsworth v. Perry