← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Denis Sassou Nguesso เส้นทางอำนาจและการเมืองของประธานาธิบดีสาธารณรัฐคองโก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Denis Sassou Nguesso เส้นทางอำนาจและการเมืองของประธานาธิบดีสาธารณรัฐคองโก

Denis Sassou Nguesso เส้นทางอำนาจและการเมืองของประธานาธิบดีสาธารณรัฐคองโก Denis Sassou Nguesso คือรัฐบุรุษและอดีตนายทหารผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของทวีปแอฟริกา โดยดำรงตำ…

Denis Sassou Nguessoประธานาธิบดีคองโกการเมืองคองโกประวัติ Denis Sassou Nguesso

Denis Sassou Nguesso เส้นทางอำนาจและการเมืองของประธานาธิบดีสาธารณรัฐคองโก

Denis Sassou Nguesso คือรัฐบุรุษและอดีตนายทหารผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของทวีปแอฟริกา โดยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคองโกมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1997 นอกจากนี้เขายังเคยนำพาประเทศในฐานะประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาชนคองโกในช่วงปี 1979 ถึง 1992 อีกด้วย

Content image

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสายทหาร

Sassou Nguesso เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 1943 ที่เมือง Edou ในเขต Oyo ทางตอนเหนือของคองโก เขาเป็นบุตรคนสุดท้องของ Julien Nguesso หัวหน้าพรานผู้มีชื่อเสียง และ Émilienne Mouebara โดยเขาเริ่มต้นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ Fort Rousset (ปัจจุบันคือ Owando) และเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยครู Dolisie ระหว่างปี 1956 ถึง 1960

เขาตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางทหารในปี 1960 ก่อนที่ประเทศจะได้รับเอกราช โดยได้รับการฝึกฝนทางทหารในแอลจีเรีย และต่อมาได้ศึกษาที่โรงเรียนทหารราบ Saint-Maixent-l'École ในประเทศฝรั่งเศส จนสำเร็จการศึกษาในยศร้อยโท เมื่อกลับมายังคองโก เขาได้เข้าร่วมหน่วยพลร่มระดับ elite และเป็นหนึ่งในนายทหารรุ่นแรกของ Airborne Group ซึ่งเป็นกองพันพลร่มแห่งแรกของกองทัพคองโกที่ก่อตั้งโดย Marien Ngouabi ในปี 1965

ด้วยความสามารถในการบริหารงานทหาร เขาจึงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญอย่างรวดเร็ว ทั้งผู้บัญชาการกองทัพ, ผู้ดูแลเขตทหาร Brazzaville (ZAB) และหัวหน้าแผนกข่าวกรองของหน่วยความมั่นคงแห่งรัฐ จนได้รับการเลื่อนยศเป็นพันเอกในปี 1978 และขึ้นสู่ยศพลเอกในปี 1989

Content image

การก้าวเข้าสู่การเมืองและการครองอำนาจครั้งแรก

บทบาททางการเมืองของเขาเริ่มต้นจากการมีส่วนร่วมในการรัฐประหารปี 1968 เพื่อโค่นล้มประธานาธิบดี Alphonse Massamba-Débat และสนับสนุน Marien Ngouabi ให้ขึ้นสู่อำนาจ โดยเขาเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสภาปฏิวัติแห่งชาติ (National Revolution Council) และต่อมาได้เข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางของ พรรคแรงงานคองโก (Congolese Party of Labour หรือ PCT) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ยึดถือลัทธิมาร์กซิสต์-เลนินิสต์

ในช่วงปี 1970 เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ทั้งผู้อำนวยการความมั่นคงแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาความมั่นคงขณะมีอายุเพียง 32 ปี หลังจากเกิดเหตุลอบสังหารประธานาธิบดี Ngouabi ในปี 1977 Sassou Nguesso ได้นำคณะกรรมการทหารของพรรค PCT เข้าควบคุมอำนาจชั่วคราว ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีอย่างเต็มตัวในปี 1979

ในสมัยแรกของการดำรงตำแหน่ง เขาได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาในด้านการขุดเจาะน้ำมันและแร่ธาตุ แม้จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหภาพโซเวียตและจีน แต่ฝรั่งเศสยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักทางเศรษฐกิจ โดยมีบริษัทน้ำมัน Elf Aquitaine เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มผลผลิตน้ำมันของประเทศ

Content image

ความผันผวนทางการเมืองและสงครามกลางเมือง

ในปี 1990 Sassou Nguesso ได้นำระบบการเมืองแบบหลายพรรคเข้ามาใช้ แต่ต่อมาในปี 1991 เขาถูกลดบทบาทให้เป็นเพียงประมุขเชิงสัญลักษณ์จากการประชุมระดับชาติ และพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 1992 โดยได้คะแนนเป็นอันดับสาม

ความขัดแย้งทางการเมืองนำไปสู่สงครามกลางเมืองครั้งแรกในช่วงปี 1993 ซึ่งมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มติดอาวุธต่างๆ จนกระทั่งเกิดสงครามกลางเมืองครั้งที่สองในปี 1997 เมื่อกองกำลังกบฏของ Sassou Nguesso โดยการสนับสนุนจากกองทัพแองโกลา ได้เข้ายึดอำนาจจากประธานาธิบดี Pascal Lissouba และกลับคืนสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในวันที่ 25 ตุลาคม 1997

หลังการกลับมาครองอำนาจ เขาได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 1992 และใช้ "กฎหมายพื้นฐาน" (Fundamental Act) เพื่อรวมอำนาจบริหารทั้งหมดไว้ที่ประธานาธิบดีเพียงผู้เดียว ทั้งในฐานะประมุขแห่งรัฐ หัวหน้ารัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด

Content image

การรักษาอำนาจในศตวรรษที่ 21 และประเด็นวิพากษ์วิจารณ์

Sassou Nguesso ชนะการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องในปี 2002, 2009, 2016, 2021 และล่าสุดในปี 2026 โดยในการเลือกตั้งปี 2016 เขาได้ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติเพื่อลบข้อจำกัดเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง ทำให้เขาสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกครั้ง ท่ามกลางการคัดค้านและการบอยคอตจากฝ่ายค้าน

ในระดับสากล เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานสหภาพแอฟริกา (African Union) ในปี 2006 และมีบทบาทในการพยายามแก้ไขวิกฤตการณ์ในลิเบีย อย่างไรก็ตาม เขาเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการใช้ทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน โดยข้อมูลจาก Pandora Papers ระบุว่าเขามีอำนาจควบคุมเหมืองเพชรที่มีมูลค่าสูงในประเทศ และมีรายงานว่าบุตรชายของเขาใช้เงินจากการขายน้ำมันของรัฐในการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในต่างประเทศ

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ระยะเวลาครองอำนาจ: ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสองช่วงเวลา (1979–1992 และ 1997–ปัจจุบัน)
  • พื้นฐานทางทหาร: ยศพลเอก และเป็นผู้ก่อตั้งหน่วยพลร่ม Airborne Group
  • อุดมการณ์ทางการเมือง: ผู้นำพรรคแรงงานคองโก (PCT) ที่มีรากฐานจากลัทธิมาร์กซิสต์-เลนินิสต์
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: รักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับฝรั่งเศสและรัสเซีย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและเสถียรภาพของรัฐบาล
  • ชัยชนะล่าสุด: ชนะการเลือกตั้งปี 2026 ด้วยคะแนนเสียง 94.82%
สรุปข้อมูลประวัติและตำแหน่งของ Denis Sassou Nguesso
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 23 พฤศจิกายน 1943
พรรคการเมือง พรรคแรงงานคองโก (PCT)
วาระประธานาธิบดีครั้งที่ 1 8 กุมภาพันธ์ 1979 – 31 สิงหาคม 1992
วาระประธานาธิบดีครั้งที่ 2 25 ตุลาคม 1997 – ปัจจุบัน
ยศทางทหารสูงสุด พลเอก (General)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Denis Sassou Nguesso ขึ้นสู่อำนาจได้อย่างไร?

เขาเริ่มต้นจากการเป็นนายทหารระดับสูงและมีบทบาทในการรัฐประหารปี 1968 ต่อมาได้ก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และขึ้นเป็นประธานาธิบดีครั้งแรกในปี 1979 หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองและการลอบสังหารผู้นำคนก่อน

ทำไมเขาถึงสามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ยาวนาน?

นอกจากการควบคุมกองทัพและกลไกอำนาจรัฐแล้ว เขายังได้ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติในปี 2015 เพื่อยกเลิกข้อจำกัดเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง ทำให้เขาสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ต่อเนื่อง

บทบาทของฝรั่งเศสต่อรัฐบาลของ Sassou Nguesso คืออะไร?

ฝรั่งเศสเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะผ่านบริษัทน้ำมัน Elf Aquitaine ที่ช่วยให้คองโกสามารถขุดเจาะน้ำมันและนำเงินมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายของรัฐบาล รวมถึงให้ความช่วยเหลือทางทหารในบางช่วงเวลา

เขามีความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตอย่างไร?

เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์ผ่านเอกสาร Pandora Papers ว่าควบคุมเหมืองเพชรที่มีมูลค่ามหาศาล และมีรายงานจาก NGO อย่าง Global Witness ว่าบุตรชายของเขาใช้เงินจากรายได้การขายน้ำมันของรัฐในการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในปารีสและดูไบ

สงครามกลางเมืองในคองโกส่งผลอย่างไรต่อการเมืองของเขา?

สงครามกลางเมืองทั้งสองครั้งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยครั้งแรกทำให้เขาต้องสูญเสียอำนาจและกลายเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แต่ครั้งที่สองทำให้เขาสามารถใช้กำลังทหารยึดอำนาจคืนและกลับมาเป็นประธานาธิบดีได้อีกครั้งในปี 1997