Derrick Rossi ผู้ร่วมก่อตั้ง Moderna และนวัตกรผู้พลิกโฉมวงการสเต็มเซลล์
ในโลกของเทคโนโลยีชีวภาพ ชื่อของ Derrick Rossi เป็นที่รู้จักในฐานะนักชีววิทยาด้านสเต็มเซลล์และผู้ประกอบการชาวแคนาดาผู้มีวิสัยทัศน์ เขาคือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Moderna บริษัทเวชภัณฑ์ระดับโลกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการแพทย์ด้วยการนำเทคโนโลยี RNA มาใช้ในการรักษาและป้องกันโรค

เส้นทางชีวิตและการศึกษาที่หล่อหลอมความเป็นนักวิทยาศาสตร์
Rossi เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1966 ณ เมืองโตรอนโต ในครอบครัวผู้อพยพชาวมอลตา โดยเป็นลูกคนสุดท้องจากพี่น้อง 5 คน เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ขยันขันแข็ง โดยมีบิดาทำงานในอู่ซ่อมตัวถังรถยนต์ยาวนานถึง 50 ปี และมารดาเป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่ชาวมอลตา
ความหลงใหลในด้าน ชีววิทยาโมเลกุล (Molecular Biology - การศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของโมเลกุลในเซลล์) เริ่มปรากฏชัดตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนมัธยม Dr. Norman Bethune ในย่าน Scarborough จากนั้นเขาได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและโทด้านพันธุศาสตร์โมเลกุลที่มหาวิทยาลัยโตรอนโต ก่อนจะคว้าปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิในปี 2003 และสั่งสมประสบการณ์ในฐานะนักวิจัยหลังปริญญาเอก (Post-doc) ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในห้องปฏิบัติการของ Irving Weissman ระหว่างปี 2003 ถึง 2007
บทบาททางวิชาการและการก้าวกระโดดสู่โลกธุรกิจ
ในปี 2007 Rossi ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาสเต็มเซลล์และชีววิทยาการฟื้นฟูที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ด พร้อมกันนั้นเขายังดำรงตำแหน่งคณาจารย์หลักที่สถาบันสเต็มเซลล์ฮาร์วาร์ด (Harvard Stem Cell Institute) และเป็นนักวิจัยที่สถาบันโรคภูมิคุ้มกัน (IDI) รวมถึงโปรแกรมเวชศาสตร์ระดับเซลล์และโมเลกุลที่โรงพยาบาลเด็กบอสตัน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2010 เมื่อเขาได้ร่วมก่อตั้ง Moderna โดยอาศัยการค้นพบว่า Pluripotent Stem Cells (สเต็มเซลล์ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ชนิดใดก็ได้ในร่างกาย) สามารถถูกดัดแปลงและโปรแกรมใหม่ได้ ซึ่งนวัตกรรมนี้ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งในการค้นพบทางการแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี
ความสำเร็จในการฟื้นฟูหัวใจและการระดมทุน
ในปี 2013 ทีมวิจัยของ Rossi และ Chien ได้รายงานความสำเร็จในการปรับปรุงการทำงานของหัวใจในหนูทดลองและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในระยะยาว ผ่านการกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงของสเต็มเซลล์ให้กลายเป็นเซลล์ระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การรักษาเชิงฟื้นฟูของ Moderna ความสำเร็จนี้ส่งผลให้บริษัทสามารถจับมือเป็นพันธมิตรกับ AstraZeneca โดยได้รับเงินสดล่วงหน้าถึง 240 ล้านดอลลาร์ พร้อมโอกาสได้รับเงินตามความสำเร็จของโครงการ (Milestone payments) และได้รับเงินลงทุนเพิ่มเติมจากนักลงทุนรายอื่นอีก 110 ล้านดอลลาร์
การขยายอาณาจักรไบโอเทคและบทบาทปัจจุบัน
หลังจากก้าวลงจากตำแหน่งที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์และคณะกรรมการของ Moderna ในปี 2014 Rossi ได้มุ่งเน้นการสร้างบริษัทนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2015 เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งทางวิทยาศาสตร์ของ Intellia Therapeutics ตามด้วย Magenta Therapeutics ในปี 2016 และ Stelexis Therapeutics ในปี 2017 ซึ่งบริษัทหลังนี้มุ่งเน้นการพัฒนายาเพื่อรักษาเซลล์ต้นกำเนิดของมะเร็ง
เพื่อให้สามารถทุ่มเทให้กับการเป็นผู้ประกอบการได้อย่างเต็มที่ Rossi ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2018 นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่ง CEO ชั่วคราวของ New York Stem Cell Foundation (ตุลาคม 2022 - มกราคม 2024) และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของ Convelo Therapeutics
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้ร่วมก่อตั้ง Moderna: นำความรู้ด้านสเต็มเซลล์มาสร้างบริษัทเวชภัณฑ์ระดับโลก
- นวัตกรรม mRNA: ใช้ผลงานของ Katalin Karikó และ Drew Weissman เพื่อเลี่ยงปัญหาจริยธรรมจากการใช้สเต็มเซลล์มนุษย์
- ความปลอดภัยสูง: เทคโนโลยี mRNA ของเขาลดความเสี่ยงเรื่องการแทรกตัวเข้าสู่จีโนม (Genomic integration) ซึ่งต่างจากวิธีที่ใช้ DNA
- รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัล Princess of Asturias สาขาการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในปี 2021
| ช่วงเวลา/หัวข้อ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|
| การศึกษา | ป.ตรี-โท (U of Toronto), ป.เอก (U of Helsinki), Post-doc (Stanford) |
| ตำแหน่งวิชาการ | รองศาสตราจารย์ที่ Harvard Medical School และ Harvard University |
| บริษัทที่ร่วมก่อตั้ง | Moderna, Intellia Therapeutics, Magenta Therapeutics, Stelexis Therapeutics |
| ตำแหน่งปัจจุบัน | CEO ของ Convelo Therapeutics |
| ความสำเร็จหลัก | การใช้ synthetic modified mRNA ในการโปรแกรมสเต็มเซลล์ |
คำถามที่พบบ่อย
Derrick Rossi มีบทบาทอย่างไรในการก่อตั้ง Moderna?
เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งที่นำการค้นพบเรื่องการโปรแกรมสเต็มเซลล์ชนิด Pluripotent มาประยุกต์ใช้ และเป็นผู้ผลักดันการนำเทคโนโลยี mRNA มาใช้ในการสร้างยาและวัคซีน โดยสามารถดึงดูดนักลงทุนให้มาร่วมสนับสนุนโครงการได้สำเร็จ
ทำไม Rossi ถึงเลือกใช้ mRNA แทน DNA ในการพัฒนาการรักษา?
เนื่องจากเทคโนโลยีที่ใช้ RNA จะช่วยกำจัดความเสี่ยงในการที่สารพันธุกรรมจะเข้าไปแทรกตัวในจีโนมของร่างกาย (Genomic integration) และลดโอกาสเกิดการกลายพันธุ์จากการแทรกตัว (Insertional mutagenesis) ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ในวิธีการที่ใช้ DNA
ผลงานวิจัยด้านหัวใจของเขามีความสำคัญอย่างไร?
ในปี 2013 เขาและทีมงานสามารถพิสูจน์ได้ว่าการกำหนดทิศทางของสเต็มเซลล์ให้กลายเป็นเซลล์หัวใจสามารถช่วยฟื้นฟูการทำงานของหัวใจในหนูทดลองได้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาการรักษาเชิงฟื้นฟู (Regenerative therapeutics)
ปัจจุบัน Derrick Rossi ยังทำงานที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดหรือไม่?
ไม่แล้ว เขาได้ลาออกจากทุกตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2018 เพื่อให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจในฐานะผู้ประกอบการด้านไบโอเทคอย่างเต็มตัว