Diana Ross ตำนานดีว่าผู้พลิกโฉมวงการเพลงป๊อปและ R&B ระดับโลก
หากจะกล่าวถึงศิลปินหญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรีโลก ชื่อของ Diana Ross ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เธอไม่ได้เป็นเพียงนักร้องเสียงคุณภาพ แต่ยังเป็นไอคอนด้านแฟชั่นและการแสดงที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับศิลปินผิวสีในสหรัฐอเมริกา จากจุดเริ่มต้นในฐานะสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวที่มียอดขายแผ่นเสียงมากกว่า 100 ล้านชุดทั่วโลก

เส้นทางชีวิตจากดีทรอยต์สู่แสงสีเสียง
Diana Ernestine Ross เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 1944 ณ เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ในครอบครัวที่มีลูกถึง 6 คน แม้ว่าในใบเกิดจะระบุชื่อว่า Diana แต่คนใกล้ชิดและครอบครัวมักเรียกเธอว่า Diane มาโดยตลอด ชีวิตวัยเด็กของเธอไม่ได้ราบรื่นนัก เมื่อครั้งอายุ 7 ขวบ เธอและพี่น้องต้องย้ายไปอยู่กับคุณตาคุณยายที่รัฐแอลาบามา เนื่องจากมารดาป่วยเป็นวัณโรคอย่างรุนแรง
เมื่อกลับมายังดีทรอยต์ Diana ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนมัธยม Cass Technical High School ซึ่งเธอไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่เรื่องดนตรี แต่ยังมีความหลงใหลในด้านการออกแบบเสื้อผ้า การตัดเย็บ และการเสริมสวย ซึ่งทักษะเหล่านี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับเธอในเวลาต่อมา นอกจากนี้เธอยังเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับผิวสีคนแรกของห้าง Hudson's ในดีทรอยต์เพื่อหารายได้เสริมอีกด้วย

ยุคทองกับ The Supremes: เกิร์ลกรุ๊ปที่ประสบความสำเร็จที่สุด
เส้นทางสายดนตรีของเธอเริ่มต้นขึ้นในวัย 15 ปี เมื่อได้เข้าร่วมวง Primettes (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น The Supremes) ภายใต้การดูแลของค่าย Motown ซึ่งเป็นค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่บุกเบิกดนตรีแนว Soul และ R&B ในยุคนั้น โดยมี Berry Gordy ผู้ก่อตั้งค่ายเป็นผู้ผลักดันให้ Diana ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องนำ
The Supremes สร้างประวัติศาสตร์เป็นกลุ่มศิลปินหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชาร์ตเพลง โดยมีซิงเกิลอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ถึง 12 เพลง เช่น "Where Did Our Love Go" ซึ่งทำให้พวกเธอกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความโดดเด่นของ Diana เริ่มทำให้เกิดความตึงเครียดภายในวง จนกระทั่งเธอตัดสินใจแยกตัวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยวในปี 1970

การก้าวสู่ศิลปินเดี่ยวและการพิชิตโลกภาพยนตร์
หลังจากแยกตัวจากวง Diana Ross ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในฐานะศิลปินเดี่ยว เธอสร้างสถิติเป็นนักร้องหญิงเดี่ยวที่มีเพลงอันดับ 1 ในสหรัฐฯ มากที่สุดในขณะนั้น ด้วยเพลงฮิตอย่าง "Ain't No Mountain High Enough", "Endless Love" และ "Upside Down" ซึ่งผสมผสานแนวเพลง Pop, Disco และ Dance ได้อย่างลงตัว
นอกเหนือจากงานเพลง เธอยังพิสูจน์ความสามารถในฐานะนักแสดง โดยบทบาทแรกในภาพยนตร์เรื่อง Lady Sings the Blues (1972) ที่เธอรับบทเป็น Billie Holiday ส่งให้เธอได้รับรางวัล Golden Globe และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ซึ่งถือเป็นนักแสดงหญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต

ความสำเร็จในยุคต่อมาและการสร้างตำนาน
ในช่วงทศวรรษ 1980 Diana ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่ที่สุดในวงการเพลงกับค่าย RCA Records มูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้เธอมีอำนาจในการควบคุมการผลิตผลงานของตัวเองอย่างเต็มที่ ผลงานในช่วงนี้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีการนำดนตรี Pop Rock เข้ามาผสมผสาน
ความทุ่มเทของเธอสะท้อนผ่านรางวัลเกียรติยศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้รับเลือกเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame, การมีชื่อบน Hollywood Walk of Fame ถึงสองดวง และการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัล Grammy Lifetime Achievement Award ถึงสองครั้ง (ทั้งในนามส่วนตัวและในนามวง The Supremes)

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ยอดขาย: มียอดขายแผ่นเสียงรวมมากกว่า 100 ล้านชุดทั่วโลก
- สถิติชาร์ต: มีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 รวมทั้งสิ้น 18 เพลง (นับรวมช่วงอยู่กับวงและเดี่ยว)
- ความสำเร็จด้านการแสดง: นักแสดงหญิงผิวสีคนแรกที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จากหนังเรื่องแรกที่แสดง
- รางวัลสูงสุด: ได้รับเหรียญ Presidential Medal of Freedom ในปี 2016
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| แนวเพลงหลัก | R&B, Pop, Disco, Dance |
| ค่ายเพลงที่เคยสังกัด | Motown, RCA, EMI, Parlophone, Decca |
| ผลงานเด่น (เพลง) | Endless Love, Upside Down, I'm Coming Out |
| ผลงานเด่น (ภาพยนตร์) | Lady Sings the Blues, Mahogany, The Wiz |
คำถามที่พบบ่อย
Diana Ross เริ่มต้นอาชีพนักร้องได้อย่างไร?
เธอเริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกวง Primettes ในวัย 15 ปี ก่อนจะถูกเซ็นสัญญาเข้ากับค่าย Motown และเปลี่ยนชื่อวงเป็น The Supremes ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความโด่งดังระดับโลก
ทำไมชื่อในใบเกิดของเธอถึงเป็น Diana ทั้งที่ครอบครัวเรียก Diane?
เนื่องจากเกิดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลในใบสูติบัตร ทำให้ชื่อถูกระบุเป็น Diana แต่ครอบครัวและเพื่อนสนิทในดีทรอยต์ยังคงเรียกเธอว่า Diane มาโดยตลอด
ผลงานการแสดงเรื่องใดที่สร้างชื่อเสียงให้เธอมากที่สุด?
เรื่อง Lady Sings the Blues (1972) ซึ่งเธอรับบทเป็น Billie Holiday โดยผลงานนี้ทำให้เธอได้รับรางวัล Golden Globe และสร้างประวัติศาสตร์ในการเข้าชิงรางวัลออสการ์
ความสำเร็จสูงสุดของเธอในชาร์ต Billboard คืออะไร?
เธอเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุด โดยมีเพลงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 รวม 18 เพลง และถูกจัดอันดับให้เป็นศิลปินที่ติดชาร์ตยอดเยี่ยมอันดับที่ 30 ตลอดกาลโดย Billboard ในปี 2021
เธอมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Michael Jackson?
ทั้งคู่เป็นศิลปินในค่าย Motown เหมือนกัน โดย Diana เป็นผู้แนะนำวง The Jackson 5 ให้เป็นที่รู้จัก และต่อมาได้ร่วมแสดงและร้องเพลงคู่กันในภาพยนตร์เรื่อง The Wiz