Dick Gephardt เส้นทางชีวิตจากผู้นำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สู่บทบาทล็อบบี้ยิสต์ผู้ทรงอิทธิพล
Richard Andrew Gephardt หรือที่รู้จักในชื่อ Dick Gephardt คือบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา เขาเป็นทั้งทนายความ นักการเมือง และล็อบบี้ยิสต์ผู้มีบทบาทสูง โดยเฉพาะการเป็นตัวแทนเขตเลือกตั้งที่ 3 ของรัฐมิสซูรีในสภาผู้แทนราษฎรยาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ (ค.ศ. 1977–2005) และเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในพรรคเดโมแครต ทั้งในฐานะผู้นำเสียงข้างมากและผู้นำเสียงข้างน้อยของสภาฯ

จุดเริ่มต้นและพื้นฐานชีวิต
เกฟฮาร์ดเกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1941 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ในครอบครัวที่มีเชื้อสายเยอรมัน โดยมีบิดาเป็นพนักงานส่งนมของสหรัฐฯ เขาโดดเด่นด้านกิจกรรมมาตั้งแต่สมัยเรียน โดยเป็นถึงประธานสภานักศึกษาและประธานรุ่นปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น (Northwestern University) ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี 1962 และคว้าปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (JD) จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนในปี 1965
นอกจากด้านการศึกษา เขายังเป็น Eagle Scout ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของลูกเสืออเมริกา และเคยรับใช้ชาติในกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศของรัฐมิสซูรี (Missouri Air National Guard) ระหว่างปี 1965 ถึง 1971 ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางการเมืองท้องถิ่นในฐานะประธานเขตเลือกตั้งและสมาชิกสภาเมืองเซนต์หลุยส์ในช่วงปี 1971–1976 ซึ่งในขณะนั้นเขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เรียกกันว่า "The Young Turks"

บทบาทผู้นำในสภาผู้แทนราษฎรและการขับเคลื่อนทางการเมือง
เกฟฮาร์ดก้าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในปี 1976 และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องถึง 14 สมัย ตลอดระยะเวลาดังกล่าวเขาไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงของพรรคเดโมแครต โดยเป็นผู้นำเสียงข้างมาก (House Majority Leader) ระหว่างปี 1989–1995 และเปลี่ยนมาเป็นผู้นำเสียงข้างน้อย (House Minority Leader) ในปี 1995–2003
ในด้านจุดยืนทางการเมือง เกฟฮาร์ดมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยในช่วงแรกเขามีแนวคิดอนุรักษนิยมทางสังคมและคัดค้านการทำแท้งอย่างรุนแรง แต่เมื่อตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 1987 เขาได้เปลี่ยนจุดยืนมาสนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง นอกจากนี้เขายังถูกมองว่าเป็น Economic Populist หรือนักประชานิยมทางเศรษฐกิจ ที่สนับสนุนระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า การจัดเก็บภาษีแบบก้าวหน้า และการค้าที่เป็นธรรม โดยมักจะคัดค้านข้อตกลงการค้าเสรีอย่าง NAFTA

การชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีและความท้าทาย
เกฟฮาร์ดพยายามก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของประเทศถึงสองครั้ง ครั้งแรกในปี 1988 ซึ่งเขาเริ่มต้นได้อย่างสวยงามด้วยการชนะในไอโอวาและเซาท์ดาโคตา แต่สุดท้ายต้องพ่ายแพ้เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณในการหาเสียงและโฆษณาโจมตีเรื่องการเปลี่ยนจุดยืนทางการเมือง (Flip-flopping) ของเขา
ครั้งที่สองในปี 2004 เขาลงสมัครอีกครั้งโดยได้รับการสนับสนุนจาก แนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) และสหภาพแรงงานหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม เขาถูกมองว่ามีภาพลักษณ์ที่ล้าสมัยเกินไป และการสนับสนุนสงครามอิรักในช่วงแรกทำให้เขาเสียคะแนนจากกลุ่มเสรีนิยม ส่งผลให้เขาต้องยุติการหาเสียงหลังจากทำผลงานได้ไม่ดีนักในการเลือกตั้งระดับรัฐในไอโอวา

ชีวิตหลังการเมือง: จากนักการเมืองสู่ล็อบบี้ยิสต์
หลังจากอำลาตำแหน่งในสภาฯ เมื่อปี 2005 เกฟฮาร์ดได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นที่ปรึกษาและ ล็อบบี้ยิสต์ (ผู้ที่ทำหน้าที่โน้มน้าวการตัดสินใจของรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐ) โดยก่อตั้งบริษัท Gephardt Government Affairs และ Gephardt Group รวมถึงร่วมงานกับบริษัทกฎหมายระดับโลกอย่าง DLA Piper และสถาบันการเงินอย่าง Goldman Sachs
บทบาทในโลกธุรกิจของเขามีทั้งที่ได้รับคำชมและคำวิจารณ์ เช่น การก่อตั้ง SolidaritUS Health เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับครอบครัวชนชั้นแรงงาน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ถูกวิจารณ์จากการทำงานให้บริษัท Spirit Aerosystems ในการต่อต้านสหภาพแรงงาน ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์นักการเมืองสายแรงงานในอดีตของเขา นอกจากนี้เขายังร่วมก่อตั้ง Council for Responsible Social Media เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบเชิงลบของโซเชียลมีเดียต่อเด็กและสังคม

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: ผู้นำเสียงข้างมากและผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
- ระยะเวลาในสภาฯ: ค.ศ. 1977 – 2005 (รวม 14 สมัย)
- การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Northwestern University และปริญญากฎหมายจาก University of Michigan
- จุดเปลี่ยนสำคัญ: เปลี่ยนจุดยืนจากคัดค้านการทำแท้งมาเป็นสนับสนุนสิทธิในการทำแท้งในปี 1987
- บทบาทปัจจุบัน: นักธุรกิจ ที่ปรึกษา และผู้ร่วมก่อตั้งสภาเพื่อโซเชียลมีเดียที่มีความรับผิดชอบ
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง / บทบาท | หน่วยงาน / องค์กร |
|---|---|---|
| 1965 – 1971 | เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศ | Missouri Air National Guard |
| 1971 – 1976 | สมาชิกสภาเมือง (Alderman) | St. Louis Board of Aldermen |
| 1977 – 2005 | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร | U.S. House of Representatives |
| 1989 – 1995 | ผู้นำเสียงข้างมาก (Majority Leader) | พรรคเดโมแครต (สภาผู้แทนฯ) |
| 1995 – 2003 | ผู้นำเสียงข้างน้อย (Minority Leader) | พรรคเดโมแครต (สภาผู้แทนฯ) |
| 2005 – ปัจจุบัน | ประธานและ CEO / ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ | Gephardt Group / DLA Piper / Goldman Sachs |
คำถามที่พบบ่อย
Dick Gephardt คือใคร?
เขาเป็นอดีตนักการเมืองระดับสูงของพรรคเดโมแครต สหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งผู้นำทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร และปัจจุบันเป็นล็อบบี้ยิสต์และที่ปรึกษาทางธุรกิจ
ทำไมเขาถึงไม่เคยได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร (Speaker of the House)?
แม้เขาจะเป็นผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาฯ แต่ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งผู้นำเสียงข้างน้อย พรรคเดโมแครตยังไม่สามารถทวงคืนเสียงข้างมากในสภาได้จนกระทั่งปี 2006 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เขาลาออกจากสภาไปแล้ว
จุดยืนเรื่องการทำแท้งของเขาเปลี่ยนไปอย่างไร?
ในช่วงแรกเขาเป็นอนุรักษนิยมและคัดค้านการทำแท้งอย่างรุนแรง โดยเชื่อว่าชีวิตเริ่มต้นตั้งแต่การปฏิสนธิ แต่ในปี 1987 เขาได้ประกาศเลิกสนับสนุนกฎหมายที่จำกัดสิทธิในการทำแท้ง
บทบาทของเขาหลังเกษียณจากการเมืองคืออะไร?
เขาผันตัวมาเป็นล็อบบี้ยิสต์ ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านรัฐกิจและแรงงาน เป็นกรรมการบริหารในบริษัทใหญ่ เช่น Ford Motor Company และทำงานด้านสังคมผ่านโครงการ Council for Responsible Social Media
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับสงครามอิรัก?
เกฟฮาร์ดเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่ลงมติเห็นชอบให้บุกอิรักในปี 2002 แต่ในเวลาต่อมาเขาได้ยอมรับว่าการตัดสินใจสนับสนุนสงครามในครั้งนั้นเป็นความผิดพลาด