← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Didier Deschamps ตำนานกัปตันและยอดกุนซือผู้พาทีมชาติฝรั่งเศสครองโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Didier Deschamps ตำนานกัปตันและยอดกุนซือผู้พาทีมชาติฝรั่งเศสครองโลก

Didier Deschamps ตำนานกัปตันและยอดกุนซือผู้พาทีมชาติฝรั่งเศสครองโลก หากจะกล่าวถึงบุคคลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศส ชื่อของ Didier Deschamps (ดิดิ…

Didier Deschampsดิดิเยร์ เดชองส์ทีมชาติฝรั่งเศสฟุตบอลโลก 1998

Didier Deschamps ตำนานกัปตันและยอดกุนซือผู้พาทีมชาติฝรั่งเศสครองโลก

หากจะกล่าวถึงบุคคลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศส ชื่อของ Didier Deschamps (ดิดิเยร์ เดชองส์) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาไม่ได้เป็นเพียงนักเตะระดับโลกในตำแหน่ง Defensive Midfielder (กองกลางตัวรับ) ที่มีความฉลาดในการอ่านเกม แต่ยังผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมที่พาทีม "ตราไก่" ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกได้อีกครั้ง

เดชองส์ได้รับฉายาว่า "le porteur d'eau" หรือ "คนหาบน้ำ" ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทในสนามที่เน้นการทำงานหนัก คอยตัดเกม และส่งต่อบอลให้ผู้เล่นที่มีทักษะสูงกว่าสร้างสรรค์เกมรุก แม้คำนี้จะถูกใช้ในเชิงสบประมาทโดยอดีตเพื่อนร่วมทีมบางคน แต่ในความเป็นจริง ความเป็นผู้นำและวินัยทางแท็กติกของเขาคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จ

Content image

เส้นทางค้าแข้งจากดาวรุ่งสู่กัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่

เดชองส์เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับสโมสรสมัครเล่น Aviron Bayonnais ก่อนจะถูกแมวมองจาก Nantes ดึงตัวไปร่วมทีมในปี 1983 และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1985 หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปร่วมทีม Marseille ซึ่งที่นี่เขาได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดที่นำสโมสรคว้าแชมป์ UEFA Champions League ได้ในปี 1993 ซึ่งเป็นสโมสรแรกของฝรั่งเศสที่ทำสำเร็จ

ความสำเร็จของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ในฝรั่งเศส เมื่อเขาย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Juventus ในอิตาลี และคว้าแชมป์ Serie A ถึง 3 สมัย รวมถึงแชมป์ Champions League อีกหนึ่งสมัยในปี 1996 นอกจากนี้เขายังเคยหาประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกกับ Chelsea (คว้าแชมป์ FA Cup) และปิดท้ายอาชีพนักเตะกับ Valencia ในสเปน โดยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ Champions League ในปี 2001 ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 32 ปี

Content image

เกียรติประวัติระดับโลกในฐานะนักเตะ

ในระดับทีมชาติ เดชองส์คือผู้นำของ "ยุคทอง" (Golden Generation) เขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีมนำฝรั่งเศสคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 1998 ในบ้านเกิด และตามด้วยแชมป์ ยูโร 2000 ส่งผลให้เขากลายเป็นกัปตันทีมคนที่สองในประวัติศาสตร์ (ต่อจาก Franz Beckenbauer) ที่ได้ชูถ้วยแชมป์โลก, แชมป์ยุโรป และแชมป์สโมสรยุโรปครบทั้งสามรายการ

Content image

บทบาทผู้จัดการทีม: การสร้างอาณาจักรตราไก่

หลังเลิกเล่นฟุตบอล เดชองส์เริ่มต้นอาชีพกุนซือกับ Monaco โดยพาทีมเข้าชิง Champions League ปี 2004 และเคยช่วยให้ Juventus กลับคืนสู่ Serie A ได้สำเร็จหลังเกิดคดี Calciopoli รวมถึงพาทีม Marseille คว้าแชมป์ลีกเอิงในปี 2010

จุดสูงสุดในอาชีพผู้จัดการทีมเกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับแต่งตั้งให้คุมทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2012 เขาใช้ปรัชญาการทำทีมแบบเน้นความสมดุลและวินัย โดยพาทีมคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ทำให้เขากลายเป็นชายคนที่ 3 ของโลกที่ได้แชมป์โลกทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม และเป็นเพียงคนเดียวในปัจจุบันที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งทำสถิตินี้ได้

Content image

เดชองส์ยังพาทีมเข้าชิงฟุตบอลโลก 2022, คว้าแชมป์ UEFA Nations League 2021 และพาทีมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูโร 2024 ก่อนจะปิดฉากการคุมทีมชาติฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยเขาทิ้งสถิติเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่คว้าชัยชนะในฟุตบอลโลกได้ถึง 20 นัด

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสำเร็จสูงสุด: เป็นเพียงคนเดียวในปัจจุบันที่ได้แชมป์โลกทั้งในฐานะนักเตะ (1998) และผู้จัดการทีม (2018)
  • สถิติโลก: ผู้จัดการทีมคนแรกที่ชนะในฟุตบอลโลก 20 นัด
  • ตำแหน่งถนัด: กองกลางตัวรับ (Defensive Midfielder) ที่โดดเด่นด้านการตัดเกมและภาวะผู้นำ
  • สโมสรที่เคยสังกัด: Nantes, Marseille, Bordeaux, Juventus, Chelsea และ Valencia
  • สไตล์การคุมทีม: เน้นความยืดหยุ่นทางแท็กติก (Pragmatism) และการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในทีม
สรุปความสำเร็จของ Didier Deschamps
บทบาท รายการแข่งขัน ความสำเร็จหลัก
นักเตะ FIFA World Cup แชมป์ (1998)
นักเตะ UEFA European Championship แชมป์ (2000)
นักเตะ UEFA Champions League แชมป์ (1993, 1996)
ผู้จัดการทีม FIFA World Cup แชมป์ (2018), รองแชมป์ (2022)
ผู้จัดการทีม UEFA Nations League แชมป์ (2021)
ผู้จัดการทีม UEFA European Championship รองแชมป์ (2016)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Didier Deschamps ถึงถูกเรียกว่า "คนหาบน้ำ"?

เป็นฉายาที่ Eric Cantona ใช้เรียกเพื่อสื่อว่าบทบาทของเดชองส์คือการทำงานหนักในแดนกลาง คอยแย่งบอลจากคู่ต่อสู้แล้วส่งต่อให้ผู้เล่นที่มีพรสวรรค์สูงกว่าเป็นคนทำเกมรุก ซึ่งในภายหลังฉายานี้กลายเป็นเครื่องหมายการันตีความทุ่มเทและวินัยของเขา

เดชองส์มีความพิเศษอย่างไรเมื่อเทียบกับผู้จัดการทีมคนอื่นในฟุตบอลโลก?

เขาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถพาทีมชนะในฟุตบอลโลกได้ถึง 20 นัด และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่คุมทีมชาติชุดเดิมเข้าแข่งขันฟุตบอลโลกติดต่อกันถึง 4 สมัย

สไตล์การคุมทีมของเดชองส์เป็นอย่างไร?

เขาเน้นความสมดุลและการเปลี่ยนจังหวะเกม (Transitions) โดยไม่ควบคุมผู้เล่นจนเกินไป แต่จะปล่อยให้เกมดำเนินไปและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ รวมถึงให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพของผู้เล่นที่ต้องเข้ากันได้ดีเพื่อให้ทีมมีความเป็นหนึ่งเดียว

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะกัปตันทีมคืออะไร?

การนำทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 และแชมป์ยูโร 2000 ซึ่งทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นทีมแรกที่ครองทั้งแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปพร้อมกันนับตั้งแต่เยอรมันตะวันตกเคยทำไว้ในปี 1974