Don Ness อดีตนายกเทศมนตรีผู้พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของเมืองดูลูธ
Don Ness เป็นนักการเมืองชาวอเมริกันผู้สร้างผลงานโดดเด่นในฐานะนายกเทศมนตรีคนที่ 38 ของเมืองดูลูธ รัฐมินนิโซตา โดยดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2008 ถึง 2016 เขาเป็นสมาชิกของพรรค Democratic-Farmer-Labor (DFL) และเป็นที่จดจำในฐานะผู้นำที่สามารถนำพาเมืองผ่านพ้นวิกฤตทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตของพลเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เส้นทางชีวิตและการศึกษา
Don Ness เกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 1974 ณ เมืองดูลูธ เติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการรับใช้สังคม โดยบิดาของเขาเป็นศิษยาภิบาลของคริสตจักรคริสเตียนและเป็นศาสนาจารย์ประจำหน่วยงานบริการเด็ก Northwoods
ด้านการศึกษา Ness สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Central High School ก่อนจะคว้าปริญญาตรีด้านการจัดการระบบสารสนเทศ (Management Information Sciences) จาก University of Minnesota Duluth ซึ่งเขาได้รับรางวัล Sieur du Lhut จากการอุทิศตนเพื่อกิจกรรมในมหาวิทยาลัย และต่อมาได้ศึกษาต่อจนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จาก College of St. Scholastica
ประสบการณ์การทำงานและการก้าวสู่ตำแหน่งทางการเมือง
ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเมือง Ness มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างต่อเนื่อง เขาได้ก่อตั้ง Bridge Syndicate กลุ่มเยาวชนที่มุ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของพลเมืองในพื้นที่ Twin Ports นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเทศกาลดนตรี Homegrown Music Festival เป็นเวลา 2 ปี และทำงานให้กับมูลนิธิ Zeppa Family Foundation ซึ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจน ความหิวโหย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
ในด้านการเมือง Ness เริ่มต้นจากการเป็นผู้จัดการแคมเปญให้แก่สมาชิกสภาคองเกรส Jim Oberstar นานเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ปี 1997 ต่อมาในปี 1999 เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาเมืองดูลูธ (Councilor-at-large) และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาเมืองในปี 2001 และ 2004
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2007 เมื่อเขาชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีจากผู้สมัครทั้งหมด 12 คน และเข้าพิธีสาบานตนเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2008 แม้ว่าเขาจะถูกกล่าวขานว่าเป็นนายกเทศมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของเมือง (ในวัย 33 ปี) แต่ในความเป็นจริง John Fedo เคยดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่อายุ 29 ปีในปี 1979
ผลงานการบริหารและการกอบกู้สถานะทางการเงิน
เมื่อเข้ารับตำแหน่ง Ness ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะปัญหาการขาดดุลงบประมาณถึง 4.4 ล้านดอลลาร์ เขาตัดสินใจดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดและยากลำบาก เช่น การปรับเปลี่ยนแผนสวัสดิการสุขภาพของผู้เกษียณอายุให้สอดคล้องกับพนักงานปัจจุบัน และย้ายผู้มีสิทธิ์ไปยังระบบ Medicare ซึ่งช่วยลดหนี้สินด้านสุขภาพที่ไม่ได้จัดสรรงบประมาณไว้ถึง 209 ล้านดอลลาร์ในปี 2013 แม้จะถูกคัดค้านจากสหภาพแรงงานจนถึงขั้นขึ้นศาลฎีกาของรัฐ แต่เขาก็สามารถผลักดันจนสำเร็จ
ความพยายามเหล่านี้ส่งผลให้กองทุนทั่วไปของเมืองเปลี่ยนจากยอดติดลบ 1.3 ล้านดอลลาร์ในปี 2008 กลายเป็นเงินสำรองสูงถึง 7.53 ล้านดอลลาร์ในปี 2011 แม้ว่าในช่วงปี 2010 จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลกที่ทำให้เงินช่วยเหลือจากรัฐลดลงถึง 5.2 ล้านดอลลาร์ก็ตาม
| ด้านการบริหาร | ความสำเร็จ/ผลลัพธ์ |
|---|---|
| การเงินการคลัง | เปลี่ยนงบประมาณติดลบ 1.3 ล้านดอลลาร์ เป็นเงินสำรอง 7.53 ล้านดอลลาร์ (ปี 2011) |
| สวัสดิการสุขภาพ | ลดภาระหนี้สินด้านสุขภาพผู้เกษียณอายุได้ 209 ล้านดอลลาร์ |
| โครงสร้างพื้นฐาน | ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อลดการล้นของน้ำเสีย (Sewer Overflow) เสร็จสิ้นในปี 2013 |
| เศรษฐกิจ | อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.3% ในปี 2014 ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006 |
| อันดับความน่าเชื่อถือ | ได้รับการจัดอันดับพันธบัตร (GO Bond) เพิ่มขึ้นเป็น AA โดย S&P และ Aa2 โดย Moody's |
การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและย่านแม่น้ำเซนต์หลุยส์
Ness ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการฟื้นฟูแม่น้ำเซนต์หลุยส์ (St. Louis River) ซึ่งถูกจัดให้เป็นพื้นที่ที่น่ากังวล (Area of Concern - AOC) โดย EPA เนื่องจากมลพิษจากอุตสาหกรรม เขาได้จัดประชุมสุดยอด St. Louis River Corridor Summit ในปี 2009 เพื่อระดมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 70 ราย มุ่งเป้าที่จะทำให้แม่น้ำหลุดจากรายชื่อ AOC ภายในปี 2025
นอกจากนี้ เขายังผลักดันการจัดเก็บภาษีที่พักและอาหารเพิ่มขึ้นอย่างละ 0.5% เพื่อนำเงินมาพัฒนาพื้นที่ริมน้ำให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการผจญภัยกลางแจ้ง เช่น การปรับปรุงถนน Grand Avenue ให้มีทางเดินเท้าและเลนจักรยาน รวมถึงโครงการ Duluth Traverse ซึ่งเป็นเส้นทางจักรยานระยะทาง 100 ไมล์ที่เชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน
ชีวิตส่วนตัว
Don Ness พบกับ Laura Ness ในปี 2002 ขณะที่เธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามให้แก่ Paul Wellstone ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2004 และมีบุตรด้วยกัน 3 คน Laura เองก็เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในสังคม โดยเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการระดับเคาน์ตี้ และเป็นเจ้าของธุรกิจร้านเสื้อผ้า Vintage Duluth รวมถึงร่วมเป็นเจ้าของบริษัท Green Home Solutions of Duluth ที่เชี่ยวชาญด้านการกำจัดเชื้อราและคุณภาพอากาศ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่ง: นายกเทศมนตรีคนที่ 38 ของเมืองดูลูธ (2008–2016)
- ความสำเร็จทางการเงิน: พลิกฟื้นงบประมาณจากติดลบสู่การมีเงินสำรอง และยกระดับเครดิตเรตติ้งของเมือง
- จุดเด่นการบริหาร: เป็นนายกเทศมนตรีคนแรกที่ชนะการเลือกตั้งสมัยที่สองโดยไม่มีคู่แข่ง นับตั้งแต่ก่อตั้งเมืองในปี 1887
- วิสัยทัศน์สิ่งแวดล้อม: มุ่งเน้นการฟื้นฟูแม่น้ำเซนต์หลุยส์และสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
- เศรษฐกิจ: ส่งเสริมให้ดูลูธเป็นศูนย์กลางด้านการบิน (Aviation Hub) โดยมีบริษัทอย่าง AAR Corp และ Cirrus Aircraft เป็นแรงขับเคลื่อน
คำถามที่พบบ่อย
Don Ness ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดูลูธนานเท่าใด?
เขาดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 8 ปี ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2008 จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2016
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ Don Ness ในด้านการเงินคืออะไร?
การแก้ไขปัญหาการขาดดุลงบประมาณ 4.4 ล้านดอลลาร์ และการปรับปรุงแผนสวัสดิการสุขภาพผู้เกษียณอายุ ซึ่งช่วยลดภาระหนี้สินของเมืองได้ถึง 209 ล้านดอลลาร์
โครงการ Duluth Traverse คืออะไร?
คือโครงการสร้างเส้นทางจักรยานแบบ Single Track ระยะทาง 100 ไมล์ เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ในเมืองและย่านแม่น้ำเซนต์หลุยส์เข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการออกกำลังกาย
Don Ness เป็นนายกเทศมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เมืองดูลูธจริงหรือไม่?
เขามักถูกกล่าวถึงในลักษณะนั้นเนื่องจากรับตำแหน่งตอนอายุ 33 ปี แต่ในความเป็นจริง John Fedo เคยได้รับเลือกตั้งตอนอายุ 29 ปี ในปี 1979
เป้าหมายสูงสุดของเขาในการจัดการแม่น้ำเซนต์หลุยส์คืออะไร?
เป้าหมายคือการฟื้นฟูความสะอาดของแม่น้ำจนสามารถถอนชื่อออกจากรายชื่อพื้นที่ที่น่ากังวล (Area of Concern) ของ EPA ให้ได้ภายในปี 2025