ดรากัน วาซิลจ์โควิช (Captain Dragan) กับเส้นทางจากทหารรับจ้างสู่ผู้ต้องหาอาชญากรสงคราม
ชื่อของ ดรากัน วาซิลจ์โควิช (Dragan Vasiljković) หรือที่รู้จักกันในฉายา "Captain Dragan" เป็นที่กล่าวขวัญในฐานะอดีตผู้บัญชาการหน่วยทหารพาราลิทารี (หน่วยทหารกึ่งทหารที่ไม่ได้สังกัดกองทัพหลัก) ชื่อว่า Kninjas ในช่วงสงครามยูโกสลาเวีย ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความพลิกผัน ตั้งแต่การเป็นเด็กกำพร้าในเซอร์เบีย การย้ายไปใช้ชีวิตในออสเตรเลีย จนกลายเป็นบุคคลที่ถูกหมายจับโดยอินเตอร์โพลในข้อหาอาชญากรรมสงคราม

จุดเริ่มต้นและชีวิตในออสเตรเลีย
วาซิลจ์โควิชเกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 1954 ณ กรุงเบลเกรด ในครอบครัวชาวเซอร์เบียออร์โธดอกซ์ หลังจากสูญเสียบิดาตั้งแต่ยังเยาว์วัย เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากจนต้องเข้าสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าและบ้านอุปถัมภ์ ก่อนจะย้ายตามมารดาไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียเมื่ออายุ 13 ปี โดยใช้ชื่อว่า แดเนียล สเนดเดน (Daniel Snedden)
ในช่วงวัยรุ่น เขาเคยมีปัญหาทางกฎหมายหลายครั้ง ทั้งคดีลักทรัพย์และข้อหาบังคับผู้หญิงให้ค้าประเวณี ซึ่งนำไปสู่คำแนะนำจากผู้พิพากษาให้เขาเข้าร่วมกองทัพเพื่อดัดนิสัย วาซิลจ์โควิชได้เข้าเป็นทหารกองหนุนในหน่วย 4th/19th Prince of Wales's Light Horse เป็นเวลา 4 ปี หลังจากนั้นเขาได้ผันตัวเป็นครูฝึกอาวุธในแอฟริกาและอเมริกาใต้ รวมถึงเคยทำธุรกิจเช่าเรือและเครื่องบินในเซอร์เบียช่วงปี 1988 นอกจากนี้เขายังเคยทำงานเป็นครูสอนกอล์ฟและถูกตัดสินว่ามีความผิดเกี่ยวกับธุรกิจซ่องโสเภณีในเมลเบิร์นช่วงทศวรรษ 1980
บทบาทในสงครามโครเอเชียและการก่อตั้งหน่วย Kninjas
ในปี 1990 วาซิลจ์โควิชเดินทางกลับไปยังเบลเกรดและเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการป้องกันเขตครายินา (Krajina) โดยเขาได้พบกับ มิลาน มาร์ติช (Milan Martić) หัวหน้าตำรวจในเมืองคนิน (Knin) และเสนอตัวเข้าช่วยจัดระเบียบการป้องกันที่เขามองว่าขาดประสิทธิภาพ
เมื่อโครเอเชียประกาศเอกราชในปี 1991 และเกิดสงครามตามมา วาซิลจ์โควิชได้เข้าร่วมในฐานะอาสาสมัครภายใต้สาธารณรัฐเซอร์เบียครายินา เขาได้รับหน้าที่บัญชาการหน่วยรบพิเศษที่รู้จักกันในชื่อ Red Berets และจัดตั้งค่ายฝึกที่โกลูบิช (Golubić) โดยมีข้อกล่าวหาว่าเขาได้รับเงินสนับสนุนจากหน่วยความมั่นคงแห่งรัฐของเซอร์เบีย แม้ว่าเขาจะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ในภายหลังก็ตาม
การหลบหนีและการต่อสู้ทางกฎหมายในออสเตรเลีย
หลังสิ้นสุดการสู้รบ วาซิลจ์โควิชกลับไปใช้ชีวิตในเซอร์เบียและออสเตรเลีย จนกระทั่งปี 2005 หนังสือพิมพ์ The Australian ได้ตีพิมพ์บทความเปิดโปงว่าเขาคืออาชญากรสงคราม ซึ่งนำไปสู่การออกหมายจับโดยทางการโครเอเชียและอินเตอร์โพล
เขาถูกจับกุมในออสเตรเลียเมื่อเดือนมกราคม 2006 และเกิดการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนานถึง 13 ครั้ง เพื่อคัดค้านการส่งตัวกลับไปยังโครเอเชีย โดยเขาอ้างว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในศาลโครเอเชีย ในช่วงหนึ่งเขาเคยได้รับอิสระชั่วคราวและหายตัวไปจนตำรวจออสเตรเลียต้องระดมกำลังไล่ล่าทั่วประเทศ ก่อนจะถูกจับกุมได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม 2010
คำตัดสินและการรับโทษ
ในที่สุด ศาลสูงสุดของออสเตรเลียได้ตัดสินให้ส่งตัวเขากลับไปยังโครเอเชียในวันที่ 8 กรกฎาคม 2015 เขาถูกตั้งข้อหาว่าสั่งการให้ทหารทรมานและสังหารเชลยศึกชาวโครเอเชีย รวมถึงการโจมตีพลเรือนและทำลายอาคารบ้านเรือน ซึ่งละเมิดอนุสัญญาเจนีวา
วันที่ 26 กันยายน 2017 ศาลในเมืองสปลิท (Split) ได้ตัดสินจำคุกวาซิลจ์โควิชเป็นเวลา 15 ปี โดยนับรวมเวลาที่เขาถูกคุมขังในออสเตรเลียด้วย และเขาได้รับการปล่อยตัวในเดือนมีนาคม 2020 หลังจากรับโทษครบกำหนด
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ฉายา: Captain Dragan (กัปตันดรากัน)
- หน่วยที่บัญชาการ: Kninjas และ Red Berets
- ข้อหาหลัก: ทรมานและสังหารเชลยศึก รวมถึงโจมตีพลเรือนในโครเอเชีย
- การตัดสินโทษ: จำคุก 15 ปี โดยศาลเมืองสปลิท ประเทศโครเอเชีย
- สถานะปัจจุบัน: พ้นโทษเมื่อเดือนมีนาคม 2020
| ช่วงปี/วันที่ | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|
| 1954 | เกิดที่กรุงเบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวีย |
| 1991–1995 | บัญชาการหน่วย Kninjas ในสงครามโครเอเชีย |
| 2006 | ถูกจับกุมในออสเตรเลียตามหมายจับของโครเอเชีย |
| 2015 | ถูกส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังโครเอเชีย |
| 2017 | ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ในข้อหาอาชญากรรมสงคราม |
| 2020 | ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ |
คำถามที่พบบ่อย
Captain Dragan คือใคร?
คือฉายาของ ดรากัน วาซิลจ์โควิช อดีตผู้บัญชาการหน่วยทหารกึ่งทหารชาวเซอร์เบียที่ปฏิบัติการในสงครามโครเอเชีย และถูกตัดสินว่าเป็นอาชญากรสงคราม
เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในเรื่องใด?
เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสั่งการให้ทหารในบังคับบัญชาทรมาน ทุบตี และสังหารสมาชิกกองทัพและตำรวจโครเอเชียที่ถูกจับเป็นเชลย รวมถึงการโจมตีหมู่บ้านและพลเรือน
ทำไมเขาถึงถูกจับในออสเตรเลีย?
เนื่องจากเขาได้ย้ายไปพำนักในออสเตรเลียและถือสัญชาติออสเตรเลีย แต่เมื่อทางการโครเอเชียออกหมายจับในข้อหาอาชญากรรมสงคราม ออสเตรเลียจึงดำเนินการจับกุมเพื่อส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
เขาใช้เวลานานเท่าใดในการต่อสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน?
เขาใช้เวลาต่อสู้ทางกฎหมายในออสเตรเลียเกือบ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2006 ถึง 2015) โดยมีการยื่นอุทธรณ์ถึง 13 ครั้งก่อนจะถูกส่งตัวกลับโครเอเชีย
ปัจจุบันเขายังอยู่ในเรือนจำหรือไม่?
ไม่ เขาได้รับอิสรภาพแล้วเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2020 หลังจากรับโทษจำคุกครบตามคำสั่งศาล