← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Eddie Murphy ตำนานตลกและนักแสดงผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Eddie Murphy ตำนานตลกและนักแสดงผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก

Eddie Murphy ตำนานตลกและนักแสดงผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก หากจะกล่าวถึงศิลปินผิวดำที่มีอิทธิพลสูงสุดในวงการบันเทิงระดับโลก ชื่อของ Eddie Murphy (เอ็ดดี้ เมอร์ฟี) ย่อมปรากฏอยู่…

Eddie Murphyเอ็ดดี้ เมอร์ฟีนักแสดงตลกSaturday Night Live

Eddie Murphy ตำนานตลกและนักแสดงผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก

หากจะกล่าวถึงศิลปินผิวดำที่มีอิทธิพลสูงสุดในวงการบันเทิงระดับโลก ชื่อของ Eddie Murphy (เอ็ดดี้ เมอร์ฟี) ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงตลก แต่ยังเป็นนักแสดงและนักร้องผู้สร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ด้วยความสามารถที่โดดเด่นในการเลียนแบบเสียงและบุคลิกภาพที่หลากหลาย ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในคอมเมเดียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

เส้นทางความสำเร็จของเมอร์ฟีเริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงเดี่ยว (Stand-up Comedy) ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกภาพยนตร์และโทรทัศน์จนได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย ทั้งรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe), รางวัลแกรมมี่ (Grammy) และรางวัลเอ็มมี (Emmy) รวมถึงการได้รับเกียรติสูงสุดอย่างรางวัล Mark Twain Prize for American Humor ในปี 2015 และรางวัล AFI Life Achievement Award ในปี 2026

Content image

จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในวัยเยาว์

Edward Regan Murphy เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 1961 ที่ย่านบรูคลิน นครนิวยอร์ก เขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมให้เขามีอารมณ์ขัน โดยเฉพาะช่วงเวลาหนึ่งปีที่ต้องอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็ก (Foster Care) ขณะที่มารดาล้มป่วย ซึ่งเขายอมรับว่าประสบการณ์ในช่วงนั้นมีส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านตลกของเขา

แรงบันดาลใจหลักของเมอร์ฟีมาจาก Richard Pryor นักแสดงตลกชื่อดัง และ Peter Sellers ไอดอลด้านการแสดงที่เขานำมาเป็นต้นแบบในการเล่นหลายตัวละครในเรื่องเดียว นอกจากนี้เขายังได้รับอิทธิพลจากบุคคลสำคัญอย่าง Muhammad Ali, Bruce Lee และ Charlie Chaplin ซึ่งส่งผลให้สไตล์การแสดงของเขามีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์

Content image

เส้นทางสู่ซูเปอร์สตาร์: จาก SNL สู่จอเงิน

เมอร์ฟีแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในรายการ Saturday Night Live (SNL) ช่วงปี 1980-1984 โดยเขาสร้างตัวละครที่เป็นที่จดจำมากมาย เช่น Mr. Robinson และ Gumby จนถูกยกย่องว่าเป็นผู้ที่ช่วยกอบกู้รายการให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

ในช่วงทศวรรษ 1980 เขาเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นดาราภาพยนตร์แถวหน้าด้วยผลงานฮิตอย่าง 48 Hrs. (1982), Trading Places (1983) และผลงานสร้างชื่ออย่าง Beverly Hills Cop (1984) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักแสดงนำเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในยุคนั้น โดยเฉพาะบท Axel Foley ที่กลายเป็นภาพจำของเขาไปตลอดกาล

Content image

ความหลากหลายในบทบาทและการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่

นอกเหนือจากบทตลก เมอร์ฟียังมีความสามารถในการพากย์เสียงที่โดดเด่น โดยเฉพาะบท Donkey ในแฟรนไชส์ Shrek และ Mushu ใน Mulan ของ Disney นอกจากนี้เขายังพิสูจน์ฝีมือการแสดงดราม่าใน Dreamgirls (2006) จนคว้ารางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์

หลังจากช่วงเวลาที่ผลงานบางส่วนไม่ได้รับคำชมเท่าที่ควร เมอร์ฟีได้กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งในยุคปัจจุบันด้วยภาพยนตร์เรื่อง Dolemite Is My Name (2019) ทาง Netflix ซึ่งได้รับคำชมอย่างล้นหลาม รวมถึงการกลับมานำแสดงใน Coming 2 America (2021) และ Beverly Hills Cop: Axel F (2024)

Content image

บทบาทในฐานะศิลปินเพลง

นอกเหนือจากงานแสดง เมอร์ฟียังมีผลงานเพลงในแนว R&B, Funk และ Synth-pop โดยมีอัลบั้มสตูดิโอ 3 ชุด ได้แก่ How Could It Be (1985), So Happy (1989) และ Love's Alright (1993) โดยมีซิงเกิลที่โด่งดังที่สุดคือ "Party All the Time" ซึ่งเคยขึ้นถึงอันดับ 2 บนชาร์ต Billboard Hot 100

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • รายได้รวม: ภาพยนตร์ของเขาสร้างรายได้ทั่วโลกมากกว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ความสามารถพิเศษ: เชี่ยวชาญการเล่นหลายตัวละครในภาพยนตร์เรื่องเดียว (Multi-role) เพื่อเป็นเกียรติแก่ Peter Sellers
  • รางวัลสูงสุด: ได้รับรางวัล Emmy จากการกลับมาเป็นโฮสต์ในรายการ SNL ปี 2019
  • อิทธิพล: เป็นแรงบันดาลใจให้คอมเมเดียนรุ่นหลัง เช่น Chris Rock และ Dave Chappelle
สรุปข้อมูลส่วนตัวและผลงานของ Eddie Murphy
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อเต็ม Edward Regan Murphy
วันเกิด 3 เมษายน 1961
แนวทางตลก Observational, Satire, Racial Humor, Sketch Comedy
ผลงานสร้างชื่อ Beverly Hills Cop, Coming to America, Shrek
รางวัลสำคัญ Golden Globe, Grammy, Emmy, Mark Twain Prize
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Eddie Murphy เริ่มต้นอาชีพนักแสดงตลกเมื่อไหร่?

เขาเริ่มแสดงความสามารถในงานแสดงความสามารถ (Talent Show) ที่ Roosevelt Youth Center เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 1976 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในอาชีพของเขา

ทำไม Eddie Murphy ถึงชอบเล่นหลายตัวละครในเรื่องเดียว?

การเล่นหลายบทบาทในภาพยนตร์เรื่องเดียว (เช่นใน Norbit หรือ The Nutty Professor) เป็นการแสดงความเคารพและยกย่อง Peter Sellers ซึ่งเป็นไอดอลด้านการแสดงของเขา

ผลงานเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขาคือเพลงอะไร?

เพลง "Party All the Time" ที่ปล่อยออกมาในปี 1985 เป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จสูงสุด โดยขึ้นถึงอันดับ 2 ของชาร์ต Billboard Hot 100

เขามีผลงานอะไรที่โดดเด่นในด้านการพากย์เสียง?

บทบาทที่โด่งดังที่สุดคือการพากย์เสียง Donkey ในภาพยนตร์ชุด Shrek ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA

ปัจจุบัน Eddie Murphy ยังมีผลงานอะไรที่น่าติดตามบ้าง?

เขามีแผนจะกลับมาพากย์เสียง Donkey ใน Shrek 5 (กำหนดฉายปี 2027) และกำลังพัฒนาภาพยนตร์ Beverly Hills Cop ภาคที่ 5