Eden Hazard เส้นทางชีวิตจากดาวรุ่งลีกลูกหนังฝรั่งเศสสู่ตำนานพรีเมียร์ลีก
หากจะกล่าวถึงนักเตะที่มีทักษะการเลี้ยงบอลอันเหนือชั้นและความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้กองหลังคู่แข่งต้องปวดหัว ชื่อของ Eden Hazard (เอเดน อาซาร์) ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับต้นๆ เขาคือนักเตะชาวเบลเยียมผู้สร้างชื่อเสียงโด่งดังในฐานะปีกซ้ายและกองกลางตัวรุกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เก่งที่สุดในยุคของเขา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่สร้างปรากฏการณ์ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจจากครอบครัว
อาซาร์เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 1991 ที่เมือง La Louvière ประเทศเบลเยียม เขาเติบโตมาในครอบครัวที่คลุกคลีกับฟุตบอลอย่างแท้จริง โดยมีคุณพ่อ (Thierry) และคุณแม่ (Carine) ซึ่งทั้งคู่ต่างเคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อน ความหลงใหลในกีฬาชนิดนี้ถูกส่งต่อมายังเอเดนและพี่น้องอีก 3 คน ซึ่งทุกคนต่างเดินตามรอยเท้าพ่อแม่ในการเล่นฟุตบอล
ในวัยเด็ก อาซาร์มี Zinedine Zidane ยอดกองกลางชาวฝรั่งเศสเป็นไอดอล ซึ่งเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการศึกษาการเล่นของซีดานผ่านหน้าจอโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาพัฒนาทักษะของตนเอง

ก้าวแรกสู่ระดับอาชีพกับ ลีลล์ (Lille)
เส้นทางสายลูกหนังของเขาเริ่มต้นที่สโมสรบ้านเกิดอย่าง Royal Stade Brainois ก่อนจะย้ายไป AFC Tubize และถูกแมวมองจาก Lille สโมสรในลีกเอิง (Ligue 1) ของฝรั่งเศสดึงตัวไปร่วมทีมในปี 2005 ด้วยความหวังที่จะได้รับระบบการฝึกซ้อมที่ยอดเยี่ยมกว่าในเบลเยียม
อาซาร์แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในปี 2007 โดยกลายเป็นนักเตะต่างชาติคนแรกที่คว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกเอิง และเป็นคนแรกที่สามารถคว้ารางวัลนี้ได้ถึงสองปีซ้อน ความสำเร็จสูงสุดกับลีลล์เกิดขึ้นในฤดูกาล 2010–11 เมื่อเขานำทีมคว้าดับเบิลแชมป์ (แชมป์ลีกและแชมป์บอลถ้วย) พร้อมกับคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกเอิงในฐานะนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่เคยได้รับรางวัลนี้

ยุครุ่งเรืองที่สุดกับ เชลซี (Chelsea)
ในเดือนมิถุนายน 2012 อาซาร์ย้ายเข้าสู่พรีเมียร์ลีกกับ Chelsea ด้วยค่าตัวประมาณ 32 ล้านปอนด์ และที่นี่เองที่เขาได้ยกระดับตัวเองขึ้นเป็นหนึ่งในนักเตะระดับโลก ตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งในลอนดอน เขาพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอคัพ และยูฟ่า ยูโรปาลีก 2 สมัย
สถิติจาก Opta ระบุว่าอาซาร์เป็นกองหน้าที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2009–10 เป็นต้นมา โดยเป็นรองเพียง Luis Suárez เท่านั้น ความสามารถในการขับเคลื่อนเกมและประสิทธิภาพในการทำประตูทำให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากทั้ง PFA และ FWA

ความท้าทายที่ เรอัล มาดริด และการอำลาสนาม
ปี 2019 อาซาร์ย้ายไปร่วมทีม Real Madrid ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 150 ล้านยูโร ซึ่งเป็นหนึ่งในดีลที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาในสเปนกลับไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังและการขาดความฟิต ทำให้เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เหมือนในอดีต จนกระทั่งตัดสินใจอำลาทีมในเดือนมิถุนายน 2023 และประกาศแขวนสตั๊ดในอีก 4 เดือนต่อมา

เกียรติยศในนามทีมชาติเบลเยียม
ในระดับนานาชาติ อาซาร์รับใช้ทีมชาติเบลเยียมตั้งแต่อายุ 17 ปี และก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมในช่วงปี 2015–2022 ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการนำทัพ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" คว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ พร้อมคว้ารางวัล Silver Ball ในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมอันดับ 2 ของทัวร์นาเมนต์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่ง: ปีกซ้าย และ กองกลางตัวรุก
- สถิติรวมสโมสร: ลงเล่น 459 นัด ทำได้ 126 ประตู
- ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และแชมป์ลีกเอิง 1 สมัย
- รางวัลส่วนตัว: ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกเอิง ( youngest winner) และ Silver Ball ฟุตบอลโลก 2018
- ค่าตัวสถิติ: ย้ายสู่เรอัล มาดริด ด้วยมูลค่าสูงสุดถึง 150 ล้านยูโร
| ปีที่เล่น | สโมสร | จำนวนนัดที่ลงสนาม | ประตูที่ทำได้ |
|---|---|---|---|
| 2007–2012 | Lille | 147 | 36 |
| 2012–2019 | Chelsea | 245 | 85 |
| 2019–2023 | Real Madrid | 54 | 4 |
| รวม | - | 459 | 126 |
คำถามที่พบบ่อย
Eden Hazard เล่นตำแหน่งอะไร?
เขาเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย (Left Winger) และกองกลางตัวรุก (Attacking Midfielder) โดยโดดเด่นเรื่องการเลี้ยงบอลและการสร้างสรรค์เกม
ทำไมอาซาร์ถึงไม่ประสบความสำเร็จกับเรอัล มาดริด?
ปัจจัยหลักมาจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถลงสนามได้อย่างต่อเนื่องและโชว์ฟอร์มได้เต็มที่
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขากับทีมชาติเบลเยียมคืออะไร?
การนำทีมชาติเบลเยียมคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และการพาทีมขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกในการจัดอันดับโดย FIFA
อาซาร์ได้รับรางวัลอะไรบ้างในช่วงที่อยู่กับลีลล์?
เขาได้รับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกเอิง 2 ปีซ้อน และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกเอิง ซึ่งเขาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้
เขาย้ายจากลีลล์ไปเชลซีด้วยค่าตัวเท่าไหร่?
ค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนั้นมีรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 32 ล้านปอนด์ ในเดือนมิถุนายน ปี 2012