Édith Cresson นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของฝรั่งเศสและเส้นทางทางการเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน
ในประวัติศาสตร์การเมืองของฝรั่งเศส ชื่อของ Édith Cresson (เอดิต เครสซง) ถูกจารึกไว้ในฐานะผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เธอเป็นนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมืองจาก พรรคสังคมนิยม (Socialist Party) ที่มีบทบาทสำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับสหภาพยุโรป

เส้นทางสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ
Édith Cresson ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยประธานาธิบดี François Mitterrand เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1991 อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาในการบริหารของเธอกลับเต็มไปด้วยความท้าทายและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จนนำไปสู่การลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 2 เมษายน 1992 หลังจากพรรคสังคมนิยมประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งระดับภูมิภาค ซึ่งทำให้การดำรงตำแหน่งของเธอเป็นหนึ่งในวาระที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์สาธารณรัฐที่ 5
นอกเหนือจากประเด็นทางการเมือง เธอยังตกเป็นเป้าโจมตีจากคำพูดที่ถูกมองว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติ โดยเฉพาะการเปรียบเทียบชาวญี่ปุ่นกับ "มดเหลืองที่พยายามครองโลก" รวมถึงการแสดงทัศนะส่วนตัวเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของชาวแองโกล-แซกซอนที่เธอระบุว่าดูแปลกแยกจากวัฒนธรรมละติน
ผลงานด้านนโยบายสังคมและกฎหมาย
แม้จะมีกระแสวิจารณ์ในตัวบุคคล แต่รัฐบาลภายใต้การนำของ Cresson ได้ผลักดันกฎหมายสำคัญหลายฉบับเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนี้:
- พระราชบัญญัติกรอบการพัฒนาเมืองปี 1991 (Urban Framework Act): มุ่งเน้นการสร้าง "สิทธิในเมือง" เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมความสามัคคีทางสังคมในที่อยู่อาศัย
- การส่งเสริมผู้พิการ: ออกกฎหมายในเดือนกรกฎาคม 1991 เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่พักอาศัย สถานที่ทำงาน และอาคารสาธารณะสำหรับผู้พิการ
- การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม: ขยายการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่พำนักในฝรั่งเศสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม: ผ่านกฎหมายด้านการจัดการน้ำในเดือนมกราคม 1992 เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและระบบนิเวศทางน้ำ
- การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก: ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลสำหรับบริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 500 คน
บทบาทในคณะกรรมาธิการยุโรปและข้อพิพาททางกฎหมาย
หลังจากพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี Cresson ได้รับแต่งตั้งเป็น กรรมาธิการยุโรปด้านการวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (European Commissioner for Research, Science and Technology) ระหว่างปี 1995 ถึง 1999 แต่ช่วงเวลานี้กลับกลายเป็นจุดด่างพร้อยในอาชีพการงานของเธอ
เธอถูกกล่าวหาว่าละเลยการตรวจสอบความผิดปกติในโครงการฝึกอบรมเยาวชน ซึ่งส่งผลให้เงินจำนวนมหาศาลสูญหายไป เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่การลาออกยกชุดของคณะกรรมาธิการ Santer ในปี 1999 นอกจากนี้เธอยังถูกวิจารณ์เรื่องการแต่งตั้ง Philippe Berthelot ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดให้ดำรงตำแหน่ง "นักวิทยาศาสตร์รับเชิญ" (Visiting Scientist) โดยมีการใช้ระยะเวลาดำรงตำแหน่งเกินกว่าที่กฎระเบียบของสหภาพยุโรปกำหนด
ในเวลาต่อมา ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (European Court of Justice) ได้ตัดสินในปี 2006 ว่าเธอละเมิดพันธกรณีในฐานะกรรมาธิการยุโรป อย่างไรก็ตาม ศาลตัดสินว่าการระบุความผิดนั้นถือเป็นบทลงโทษในตัวมันเองแล้ว จึงไม่มีการตัดสิทธิในเงินบำนาญหรือสวัสดิการอื่นๆ ของเธอ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งประวัติศาสตร์: ผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส (1991–1992)
- สังกัดทางการเมือง: พรรคสังคมนิยม (PS) ตั้งแต่ปี 1971
- การศึกษา: จบการศึกษาจาก HEC Jeunes Filles
- บทบาทอื่นๆ: เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมือง Châtellerault และ Thuré รวมถึงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภายุโรป
- เครือข่ายระดับโลก: เป็นสมาชิกของ Council of Women World Leaders เพื่อขับเคลื่อนประเด็นสิทธิสตรีและการพัฒนาที่เท่าเทียม
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | หน่วยงาน/พื้นที่ |
|---|---|---|
| 1977 – 1983 | นายกเทศมนตรี | เมือง Thuré |
| 1979 – 1981 | สมาชิกสภายุโรป | ตัวแทนจากฝรั่งเศส |
| 1981 – 1990 | รัฐมนตรีหลายกระทรวง | รัฐบาลฝรั่งเศส (เกษตร, การค้า, ยุโรป) |
| 1983 – 1997 | นายกเทศมนตรี | เมือง Châtellerault |
| 1991 – 1992 | นายกรัฐมนตรี | สาธารณรัฐฝรั่งเศส |
| 1995 – 1999 | กรรมาธิการยุโรป | ด้านการวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี |
คำถามที่พบบ่อย
Édith Cresson มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส?
เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการทำลายเพดานแก้วในทางการเมืองระดับสูงของประเทศ
ทำไมเธอถึงต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี?
เธอลาออกเนื่องจากไม่ได้รับความนิยมจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และพรรคสังคมนิยมที่เธอสังกัดประสบความพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งระดับภูมิภาคปี 1992
ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในคณะกรรมาธิการยุโรปคืออะไร?
เธอถูกกล่าวหาว่าละเลยไม่ดำเนินการแก้ไขความผิดปกติในโครงการฝึกอบรมเยาวชนที่ทำให้เงินจำนวนมากสูญหาย และมีการแต่งตั้งคนใกล้ชิดให้ดำรงตำแหน่งโดยไม่เป็นไปตามระเบียบ
ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปตัดสินคดีของเธออย่างไร?
ศาลตัดสินว่าเธอละเมิดหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการยุโรปจริง แต่ไม่ได้สั่งลงโทษด้วยการตัดเงินบำนาญ โดยถือว่าการตัดสินว่ามีความผิดนั้นเป็นบทลงโทษที่เพียงพอแล้ว
เธอมีผลงานด้านสังคมที่โดดเด่นเรื่องใดบ้าง?
ผลงานที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายสิทธิในเมือง (Urban Framework Act) การเพิ่มการเข้าถึงอาคารสาธารณะสำหรับผู้พิการ และการขยายความช่วยเหลือทางกฎหมายให้ครอบคลุมถึงชาวต่างชาติ