← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Edwin Meese III กับบทบาทผู้ทรงอิทธิพลในรัฐบาลโรนัลด์ เรแกน

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Edwin Meese III กับบทบาทผู้ทรงอิทธิพลในรัฐบาลโรนัลด์ เรแกน

Edwin Meese III กับบทบาทผู้ทรงอิทธิพลในรัฐบาลโรนัลด์ เรแกน Edwin Meese III เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมายและการเมืองของสหรัฐอเมริกา โดยเป็นที่รู้จักในฐานะอัยการสูงสุดคนที่ 7…

Edwin Meese IIIอัยการสูงสุดสหรัฐโรนัลด์ เรแกนพรรครีพับลิกัน

Edwin Meese III กับบทบาทผู้ทรงอิทธิพลในรัฐบาลโรนัลด์ เรแกน

Edwin Meese III เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมายและการเมืองของสหรัฐอเมริกา โดยเป็นที่รู้จักในฐานะอัยการสูงสุดคนที่ 75 ของสหรัฐฯ และที่ปรึกษาผู้ใกล้ชิดของประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ด้วยความสามารถในการประสานนโยบายและแนวคิดแบบอนุรักษนิยม ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลสูงสุดในทำเนียบขาวช่วงทศวรรษ 1980

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

Meese เกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1931 ที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในครอบครัวชาวเยอรมันที่เคร่งครัดในศาสนาลูเทอแรน เขาแสดงความเป็นผู้นำมาตั้งแต่เด็ก โดยการจัดทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นร่วมกับพี่น้อง และเป็นนักโต้วาทีระดับแชมป์สมัยเรียนมัธยมปลาย

ด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ในปี 1953 ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นผู้นำในกิจกรรมทางการเมืองและสมาคมโต้วาที จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อด้านกฎหมายจนได้รับปริญญาจาก UC Berkeley ในปี 1958

นอกจากด้านวิชาการ Meese ยังมีประสบการณ์ทางทหาร โดยเข้ารับราชการในกองทัพบกสหรัฐฯ เริ่มต้นจากยศร้อยตรีและไต่เต้าจนถึงยศ พันเอก (Colonel) ในกองหนุนทัพบก โดยเชี่ยวชาญด้านข่าวกรองทหารก่อนจะเกษียณในปี 1984

Content image

การก้าวเข้าสู่การเมืองและบทบาทในแคลิฟอร์เนีย

ความสัมพันธ์ระหว่าง Meese และโรนัลด์ เรแกน เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังเมื่อเขาเข้าร่วมทีมงานของเรแกนขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1967 โดยเริ่มจากเลขานุการฝ่ายกฎหมาย และก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าคณะทำงาน (Chief of Staff) ในปี 1969

Meese ได้รับฉายาว่าเป็น "นักภูมิศาสตร์ของเรแกน" เนื่องจากความสามารถในการย่อยข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและนำเสนอในรูปแบบที่สอดคล้องกับสไตล์ของเรแกน อย่างไรก็ตาม เขาเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการสนับสนุนการใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปรามผู้ประท้วงที่ People's Park ในเบิร์กลีย์ ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาการบังคับใช้กฎหมายแบบอนุรักษนิยมที่เคร่งครัด

Content image

บทบาทสำคัญในทำเนียบขาวและตำแหน่งอัยการสูงสุด

เมื่อเรแกนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 1980 Meese ได้รับหน้าที่นำทีมเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษาประธานาธิบดี (Counselor to the President) ระหว่างปี 1981–1985 โดยเขามีบทบาทสำคัญในการประสานงานกับกลุ่มคริสเตียนอนุรักษนิยม และเป็นผู้ริเริ่มการหารือเกี่ยวกับโครงการป้องกันขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ (SDI)

ในปี 1985 Meese ได้รับการแต่งตั้งเป็น อัยการสูงสุดสหรัฐฯ (United States Attorney General) แม้จะเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักจากพรรคเดโมแครตในประเด็นด้านจริยธรรม แต่เขาก็สามารถผ่านการรับรองและดำรงตำแหน่งจนถึงปี 1988

ผลงานที่โดดเด่นในช่วงนี้คือ "รายงานมีส" (The Meese Report) ซึ่งวิเคราะห์ผลกระทบของสื่อลามกต่อสังคม และการผลักดันนโยบายต่อต้านยาเสพติดผ่านแคมเปญ "Just Say No" โดยเน้นการยึดทรัพย์สินของผู้ค้ายาเพื่อตัดวงจรอาชญากรรม

Content image

ความขัดแย้งและการลาออก

ในช่วงปลายของการดำรงตำแหน่ง Meese ตกเป็นเป้าของการตรวจสอบในหลายกรณี ทั้งคดี Iran-Contra และกรณีอื้อฉาวของบริษัท Wedtech แม้ว่าผลการสอบสวนจะไม่ได้นำไปสู่การฟ้องร้องทางอาญา แต่รายงานจากอัยการอิสระได้วิพากษ์วิจารณ์ความบกพร่องด้านจริยธรรมของเขาอย่างรุนแรง ส่งผลให้เขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในปี 1988

ชีวิตหลังการเมืองและเกียรติยศ

หลังจากออกจากรัฐบาล Meese ได้ทุ่มเทให้กับการทำงานในสถาบันวิชาการและคลังสมอง (Think Tank) โดยเฉพาะที่ The Heritage Foundation ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งประธานเก้าอี้ด้านนโยบายสาธารณะในชื่อของโรนัลด์ เรแกน นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกของ Federalist Society และมีผลงานเขียนหนังสือด้านรัฐธรรมนูญและจริยธรรมการปกครองหลายเล่ม

ในปี 2019 เขาได้รับ เหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom) จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นรางวัลพลเรือนสูงสุดของสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นเกียรติแก่การอุทิศตนและการเป็นผู้นำตลอดชีวิต

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งสูงสุด: อัยการสูงสุดสหรัฐฯ คนที่ 75 (1985–1988)
  • ความสัมพันธ์หลัก: เป็นที่ปรึกษาและมือขวาที่ไว้วางใจที่สุดของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน
  • แนวคิดทางกฎหมาย: สนับสนุนการตีความรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ดั้งเดิม (Original Intent)
  • รางวัลสูงสุด: Presidential Medal of Freedom ปี 2019
  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Yale และปริญญากฎหมายจาก UC Berkeley
สรุปไทม์ไลน์และตำแหน่งสำคัญของ Edwin Meese III
ช่วงปี ตำแหน่ง/บทบาท หน่วยงาน/สังกัด
1953–1984 นายทหาร (ยศสูงสุด พันเอก) กองทัพบกสหรัฐฯ
1969–1974 หัวหน้าคณะทำงาน (Chief of Staff) สำนักงานผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย
1981–1985 ที่ปรึกษาประธานาธิบดี ทำเนียบขาว
1985–1988 อัยการสูงสุดสหรัฐฯ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
1988–2025 นักวิชาการ/ที่ปรึกษาอาวุโส The Heritage Foundation
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Edwin Meese III มีความสัมพันธ์อย่างไรกับโรนัลด์ เรแกน?

เขาเป็นทั้งเพื่อนสนิทและที่ปรึกษาผู้ทรงอิทธิพล โดยทำงานร่วมกับเรแกนตั้งแต่สมัยเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย จนถึงตำแหน่งระดับสูงในทำเนียบขาวและกระทรวงยุติธรรม

"รายงานมีส" (The Meese Report) คืออะไร?

คือรายงานการศึกษาผลกระทบของสื่อลามกที่มีต่อสังคม ซึ่งนำไปสู่การปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินคดีของกระทรวงยุติธรรมเพื่อจำกัดตลาดสื่อลามกในขณะนั้น

ทำไม Edwin Meese ถึงลาออกจากตำแหน่งอัยการสูงสุด?

เขาลาออกในปี 1988 หลังจากมีการเผยแพร่รายงานการสอบสวนกรณีบริษัท Wedtech ซึ่งแม้จะไม่มีการสั่งฟ้องทางอาญา แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างรุนแรง

แนวคิดทางกฎหมายที่โดดเด่นของเขาคืออะไร?

เขาสนับสนุน Jurisprudence of Original Intent หรือการตีความกฎหมายและรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมของผู้ร่าง และเคยวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินเรื่อง Miranda Warning ที่ให้สิทธิผู้ต้องหาในการมีทนายความ

เขาได้รับรางวัลอะไรที่สำคัญที่สุด?

เขาได้รับ Presidential Medal of Freedom ในปี 2019 ซึ่งเป็นรางวัลพลเรือนระดับสูงสุดของสหรัฐอเมริกา

Edwin Meese III กับบทบาทผู้ทรงอิทธิพลในรัฐบาลโรนัลด์ เรแกน | hmn.in.th