← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Eleonora Menicucci นักสังคมวิทยาและอดีตรัฐมนตรีผู้ขับเคลื่อนสิทธิสตรีในบราซิล

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Eleonora Menicucci นักสังคมวิทยาและอดีตรัฐมนตรีผู้ขับเคลื่อนสิทธิสตรีในบราซิล

Eleonora Menicucci นักสังคมวิทยาและอดีตรัฐมนตรีผู้ขับเคลื่อนสิทธิสตรีในบราซิล Eleonora Menicucci de Oliveira เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงวิชาการและการเมืองของบราซิล เธอเป็นทั้งน…

Eleonora Menicucciรัฐมนตรีบราซิลสิทธิสตรีนักสังคมวิทยา

Eleonora Menicucci นักสังคมวิทยาและอดีตรัฐมนตรีผู้ขับเคลื่อนสิทธิสตรีในบราซิล

Eleonora Menicucci de Oliveira เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงวิชาการและการเมืองของบราซิล เธอเป็นทั้งนักสังคมวิทยาและอดีตรัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนโยบายเพื่อสตรี (Secretary of Politics for Women) โดยมีบทบาทโดดเด่นในการผลักดันประเด็นความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิมนุษยชนในระดับประเทศ

Content image

เส้นทางวิชาการและความเชี่ยวชาญ

ในด้านการศึกษา Menicucci มีคุณวุฒิทางวิชาการที่สูงและหลากหลาย โดยเริ่มต้นจากการคว้าปริญญาด้านสังคมศาสตร์จาก Universidade Federal de Minas Gerais ในปี 1974 จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านสังคมวิทยาที่ Federal University of Paraíba (1983) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์จาก University of São Paulo ในปี 1990

นอกจากนี้ เธอยังผ่านการศึกษาหลังปริญญาเอก (Post-doctorate) ในหัวข้อสุขภาพและการทำงานของผู้หญิงจาก University of Milan ระหว่างปี 1994-1995 และได้รับวุฒิการสอนด้านสาธารณสุขจาก University of São Paulo ในปี 1996 ปัจจุบันเธอเป็นศาสตราจารย์เต็มตัวด้านสาธารณสุขที่ Federal University of São Paulo โดยมุ่งเน้นการผลิตงานวิจัยและบทความวิชาการที่วิพากษ์ประเด็นปัญหาของผู้หญิง ทั้งในด้านสุขภาพ ความรุนแรง และตลาดแรงงาน

การต่อสู้ทางการเมืองและประสบการณ์ในยุคเผด็จการ

ชีวิตของ Menicucci เต็มไปด้วยการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เธอเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่ต่อต้านระบอบเผด็จการทหารในบราซิลและเคยเข้าร่วมในการต่อสู้ด้วยอาวุธ ซึ่งทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนและให้กำเนิดบุตรสาวในช่วงเวลานั้น

ในปี 1971 เธอถูกจับกุมและถูกส่งตัวไปยังเรือนจำ Tiradentes พร้อมกับลูกสาววัย 1 ปี 10 เดือน ในช่วงเวลาที่ถูกคุมขัง เธอได้รู้จักกับ Dilma Rousseff ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนที่ Belo Horizonte และเพื่อนบ้านในเวลาต่อมา โดยทั้งคู่ต่างต้องเผชิญกับการถูกทรมานระหว่างการถูกจองจำในยุคนั้น

บทบาทรัฐมนตรีและการขับเคลื่อนสังคม

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2012 ประธานาธิบดี Dilma Rousseff ได้แต่งตั้งให้ Menicucci ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการพิเศษเพื่อนโยบายสตรี แทนที่ Iriny Lopes ในฐานะสมาชิกพรรคแรงงาน (Workers' Party) เธอได้ใช้ตำแหน่งนี้ในการส่งเสริมสิทธิสตรีอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม จุดยืนที่ชัดเจนของเธอในเรื่องการสนับสนุนให้การทำแท้งเป็นเรื่องถูกกฎหมาย รวมถึงการปกป้องสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ทำให้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แม้แต่จากผู้สนับสนุนรัฐบาลบางส่วน เช่น Marco Maia อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ Eduardo Cunha สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ถึงกับระบุว่าการแต่งตั้งเธอส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล

ต่อมาในวันที่ 2 ตุลาคม 2015 ได้มีการปฏิรูประบบบริหารของประธานาธิบดี Dilma ซึ่งรวมสำนักงานเลขาธิการด้านความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ, สิทธิมนุษยชน และนโยบายสตรี เข้าด้วยกันเป็น กระทรวงสตรี ความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ และสิทธิมนุษยชน ส่งผลให้ Menicucci เปลี่ยนบทบาทไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการบริหาร (Executive Secretary)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: ปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์ และ Post-doc ด้านสุขภาพและการทำงานของสตรี
  • ตำแหน่งทางการเมือง: อดีตรัฐมนตรีเลขาธิการนโยบายเพื่อสตรี (2012–2015)
  • จุดยืนทางสังคม: สนับสนุนการทำแท้งเสรีและสิทธิ LGBTQ+
  • ประสบการณ์ชีวิต: เคยถูกทรมานในเรือนจำช่วงระบอบเผด็จการทหารบราซิล
  • อัตลักษณ์ส่วนตัว: เปิดเผยตนเองว่าเป็นไบเซ็กชวล (Bisexual) และมีบุตรสาวที่เป็นเกย์
สรุปประวัติและบทบาทของ Eleonora Menicucci
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 21 สิงหาคม 1944
อาชีพหลัก ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย, นักสังคมวิทยา
สังกัดพรรค พรรคแรงงาน (PT)
วาระดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 10 กุมภาพันธ์ 2012 – 2 ตุลาคม 2015
ผลงานเขียนที่สำคัญ A mulher, a sexualidade e o trabalho (1999)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Eleonora Menicucci มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Dilma Rousseff?

ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนที่ Belo Horizonte และเป็นเพื่อนบ้านกัน นอกจากนี้ยังเคยถูกจำคุกและถูกทรมานร่วมกันในเรือนจำ Tiradentes ในช่วงระบอบเผด็จการทหาร ก่อนที่ Dilma จะแต่งตั้งเธอให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในเวลาต่อมา

จุดยืนทางสังคมที่ทำให้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์คืออะไร?

เธอถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงจากการสนับสนุนให้การทำแท้งในบราซิลเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และการออกมาปกป้องสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ)

บทบาททางวิชาการของเธอเน้นไปที่เรื่องใด?

เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและสังคมวิทยา โดยมุ่งเน้นการวิจัยเรื่องผลกระทบทางสังคมที่ผู้หญิงต้องเผชิญ ทั้งในด้านสุขภาพ การทำงาน และปัญหาความรุนแรง

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในปี 2015 เกิดจากอะไร?

เกิดจากการปฏิรูประบบบริหารของรัฐบาลประธานาธิบดี Dilma Rousseff ที่มีการควบรวมหน่วยงานด้านสตรี เชื้อชาติ และสิทธิมนุษยชนเข้าด้วยกันเป็นกระทรวงเดียว ทำให้เธอเปลี่ยนตำแหน่งจากรัฐมนตรีเลขาธิการมาเป็นเลขาธิการบริหาร