← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Ellen Burstyn ตำนานนักแสดงหญิงผู้ครอง Triple Crown of Acting

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Ellen Burstyn ตำนานนักแสดงหญิงผู้ครอง Triple Crown of Acting

Ellen Burstyn ตำนานนักแสดงหญิงผู้ครอง Triple Crown of Acting ในโลกของการแสดง มีศิลปินเพียงไม่กี่คนที่สามารถก้าวไปถึงจุดสูงสุดในทุกแขนง และ Ellen Burstyn (เอลเลน เบิร์สติน…

Ellen Burstynเอลเลน เบิร์สตินTriple Crown of ActingThe Exorcist

Ellen Burstyn ตำนานนักแสดงหญิงผู้ครอง Triple Crown of Acting

ในโลกของการแสดง มีศิลปินเพียงไม่กี่คนที่สามารถก้าวไปถึงจุดสูงสุดในทุกแขนง และ Ellen Burstyn (เอลเลน เบิร์สติน) คือหนึ่งในนั้น เธอคือนักแสดงชาวอเมริกันผู้โดดเด่นในการถ่ายทอดบทบาทผู้หญิงที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ จนสามารถคว้า Triple Crown of Acting ซึ่งหมายถึงการได้รับรางวัลสูงสุดทั้งจากเวทีภาพยนตร์ (Academy Award), ละครเวที (Tony Award) และโทรทัศน์ (Primetime Emmy Award) นอกจากนี้เธอยังได้รับรางวัลทรงเกียรติอย่าง BAFTA และ Golden Globe อีกด้วย

เส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เอลเลน เกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1932 ในชื่อ Edna Rae Gillooly ที่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ทั้งไอริช ฝรั่งเศส เพนซิลเวเนียดัตช์ และอินเดียนแคนาดา ชีวิตวัยเด็กของเธอต้องเผชิญกับความยากลำบากจากการหย่าร้างของพ่อแม่ และการอาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงที่มีพฤติกรรมรุนแรง

ในช่วงวัยรุ่น เอลเลนเข้าเรียนที่ Cass Technical High School โดยเลือกเรียนวิชาการวาดภาพประกอบแฟชั่น แม้เธอจะมีกิจกรรมโดดเด่นทั้งการเป็นเชียร์ลีดเดอร์และประธานชมรมการละคร แต่เธอกลับลาออกในช่วงปีสุดท้ายเนื่องจากผลการเรียนไม่ผ่าน หลังจากนั้นเธอได้เริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักเต้นในชื่อ Kerri Flynn และผันตัวไปเป็นนางแบบจนถึงอายุ 23 ปี ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อที่นิวยอร์กซิตี้

ในช่วงปี 1955-1956 เธอปรากฏตัวในรายการ The Jackie Gleason Show ในชื่อ Erica Dean ก่อนจะตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการแสดงอย่างเต็มตัวโดยใช้ชื่อในวงการว่า Ellen McRae และเปลี่ยนเป็น Ellen Burstyn หลังจากแต่งงานกับ Neil Burstyn ในปี 1964

การก้าวสู่ความสำเร็จและผลงานระดับขึ้นหิ้ง

เอลเลนเริ่มต้นอาชีพการแสดงบนบรอดเวย์ในปี 1957 และได้เข้าร่วม The Actors Studio (โรงเรียนสอนการแสดงชื่อดังในนิวยอร์ก) ในปี 1967 ซึ่งช่วยขัดเกลาฝีมือของเธอให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ในช่วงทศวรรษที่ 60 เธอมีผลงานการแสดงเป็นแขกรับเชิญในซีรีส์โทรทัศน์มากมาย จนกระทั่งปี 1975 เธอสามารถคว้ารางวัล Tony Award จากบทบาทในละครเวทีเรื่อง Same Time, Next Year

จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพนักแสดงภาพยนตร์ของเธอเกิดขึ้นในเรื่อง The Last Picture Show (1971) ซึ่งส่งให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรก และตามมาด้วยบทบาทที่น่าจดจำที่สุดบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง The Exorcist (1973) ในบท Chris MacNeil ซึ่งแม้การถ่ายทำจะเต็มไปด้วยความกดดันและทำให้เธอได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังอย่างถาวร แต่การแสดงของเธอก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลามและส่งให้เธอเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกครั้ง

Burstyn and Blair in The Exorcist (1973)

ความสำเร็จสูงสุดของเธอเกิดขึ้นในปี 1974 เมื่อเธอรับบทเป็น Alice Hyatt ในภาพยนตร์เรื่อง Alice Doesn't Live Here Anymore ของผู้กำกับ Martin Scorsese ซึ่งเป็นบทบาทที่สะท้อนชีวิตจริงของเธอในหลายแง่มุม ส่งผลให้เธอคว้ารางวัล Academy Award สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม มาครองได้สำเร็จ

การรักษามาตรฐานและความทุ่มเทในวัยเก๋า

แม้เวลาจะผ่านไป เอลเลนยังคงพิสูจน์ความสามารถอย่างต่อเนื่อง ในปี 2000 เธอรับบท Sara Goldfarb ใน Requiem for a Dream ซึ่งเธอต้องทุ่มเทอย่างหนัก ทั้งการค้นคว้าพฤติกรรมของผู้หญิงที่ประสบปัญหาทางจิตในบรูคลิน และการลดน้ำหนักรวมถึงใส่ชุดเพิ่มน้ำหนักเพื่อให้สมบทบาท จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งที่ 5

Burstyn at the 2007 Toronto International Film Festival

ในด้านงานโทรทัศน์ เธอได้รับรางวัล Primetime Emmy Awards จากบทบาทใน Law & Order: Special Victims Unit (2009) และ Political Animals (2013) นอกจากนี้เธอยังมีผลงานในภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์อย่าง Interstellar (2014) ของ Christopher Nolan และผลงานดราม่าคุณภาพอย่าง Pieces of a Woman (2020)

Burstyn at the 2009 Creative Arts Emmy Awards

นอกจากการแสดง เอลเลนยังอุทิศตนให้กับวงการศิลปะการแสดง โดยดำรงตำแหน่งประธานร่วมของ The Actors Studio ตั้งแต่ปี 2000 และได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ American Theatre Hall of Fame ในปี 2013 เพื่อเป็นเกียรติแก่ผลงานบนเวทีละครของเธอ

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสำเร็จสูงสุด: เป็นหนึ่งในนักแสดงไม่กี่คนที่ได้รับรางวัล Triple Crown of Acting (Oscar, Emmy, Tony)
  • ผลงานสร้างชื่อ: โดดเด่นจากภาพยนตร์เรื่อง The Exorcist และ Alice Doesn't Live Here Anymore
  • ความทุ่มเท: ยอมลดน้ำหนักและศึกษาพฤติกรรมมนุษย์อย่างละเอียดเพื่อบทบาทใน Requiem for a Dream
  • บทบาทบริหาร: เคยดำรงตำแหน่งประธานคนที่ 10 ของ Actors' Equity Association (1982–1985)
สรุปข้อมูลและรางวัลสำคัญของ Ellen Burstyn
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อเกิด Edna Rae Gillooly
ปีเกิด 7 ธันวาคม 1932
รางวัลหลักที่ได้รับ Academy Award, Tony Award, Primetime Emmy Award, BAFTA, Golden Globe
ผลงานเด่น (ภาพยนตร์) The Exorcist, Alice Doesn't Live Here Anymore, Requiem for a Dream, Interstellar
ผลงานเด่น (โทรทัศน์) Law & Order: SVU, Political Animals, House of Cards
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Triple Crown of Acting คืออะไร?

คือความสำเร็จสูงสุดของนักแสดงที่สามารถคว้ารางวัลระดับสูงสุดจาก 3 สาขาหลัก ได้แก่ รางวัลออสการ์ (ภาพยนตร์), รางวัลเอ็มมี (โทรทัศน์) และรางวัลโทนี่ (ละครเวที)

Ellen Burstyn ได้รับรางวัลออสการ์จากเรื่องอะไร?

เธอได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Alice Doesn't Live Here Anymore ในปี 1974

เธอเคยประสบอุบัติเหตุระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใด?

เธอได้รับบาดเจ็บที่กระดูกก้นกบ (coccyx) ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลังอย่างถาวร ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Exorcist (1973)

บทบาทใน Requiem for a Dream มีความพิเศษอย่างไร?

เป็นบทบาทที่เธอต้องทุ่มเทอย่างมาก ทั้งการศึกษาแบบแผนการพูดและมุมมองชีวิตของผู้หญิงในบรูคลิน รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปร่างด้วยการลดน้ำหนักและใช้ชุด Fat Suit เพื่อให้สมจริงที่สุด

ปัจจุบันเธอยังคงทำงานในวงการบันเทิงหรือไม่?

ใช่ เธอยังคงมีผลงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในซีรีส์อย่าง Law & Order: Organized Crime และมีแผนที่จะกลับมารับบท Chris MacNeil ในภาพยนตร์ภาคต่อของ The Exorcist