← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Emma Thompson ศิลปินผู้เป็นตำนานแห่งวงการแสดงและงานเขียนบทระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Emma Thompson ศิลปินผู้เป็นตำนานแห่งวงการแสดงและงานเขียนบทระดับโลก

Emma Thompson ศิลปินผู้เป็นตำนานแห่งวงการแสดงและงานเขียนบทระดับโลก หากจะกล่าวถึงบุคคลที่มีความสามารถรอบด้านที่สุดคนหนึ่งในวงการบันเทิงระดับสากล ชื่อของ Emma Thompson ย่อม…

Emma Thompsonเอ็มมา ทอมป์สันนักแสดงชาวอังกฤษผู้เขียนบทภาพยนตร์

Emma Thompson ศิลปินผู้เป็นตำนานแห่งวงการแสดงและงานเขียนบทระดับโลก

หากจะกล่าวถึงบุคคลที่มีความสามารถรอบด้านที่สุดคนหนึ่งในวงการบันเทิงระดับสากล ชื่อของ Emma Thompson ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เธอไม่เพียงแต่เป็นนักแสดงหญิงชาวอังกฤษที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่ยังเป็นนักเขียนบทผู้เฉียบคม ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่สามารถคว้ารางวัลออสการ์ได้ทั้งในสาขาการแสดงและสาขาการเขียนบทภาพยนตร์

ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษในวงการ เธอได้ฝากผลงานคุณภาพไว้มากมายทั้งบนเวทีละครและจอเงิน โดยได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จระดับโลกอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัลออสการ์ 2 รางวัล, BAFTA 3 รางวัล, Golden Globe 2 รางวัล และ Primetime Emmy อีก 1 รางวัล นอกจากนี้ ในปี 2018 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ยังได้ทรงแต่งตั้งให้เธอเป็น Dame เพื่อเป็นเกียรติแก่การอุทิศตนให้กับวงการศิลปะการแสดง

Content image

เส้นทางชีวิตและการหล่อหลอมตัวตน

Emma Thompson เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน 1959 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในครอบครัวที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งศิลปะ โดยมีบิดาคือ Eric Thompson และมารดาคือ Phyllida Law ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นนักแสดงมืออาชีพ การเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์ทำให้เธอซึมซับความรักในด้านภาษาและวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก

เธอเข้าศึกษาที่ Newnham College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งที่นี่เองที่เธอได้ค้นพบจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตผ่านการอ่านหนังสือ The Madwoman in the Attic ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวของนักเขียนหญิงในยุควิกตอเรียน สิ่งนี้จุดประกายแนวคิดแบบเฟมินิสต์ (Feminism) หรือสิทธิสตรีให้กับเธอ และผลักดันให้เธอเข้าสู่โลกของการแสดงอย่างเต็มตัว

ในช่วงมหาวิทยาลัย Emma ได้เข้าร่วมกลุ่ม Cambridge Footlights ซึ่งเป็นคณะตลกชื่อดังของมหาวิทยาลัย โดยได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง Stephen Fry และ Hugh Laurie ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นนักแสดงชื่อดังระดับโลกเช่นกัน

Content image

ก้าวแรกสู่ความสำเร็จและการแจ้งเกิดในวงการ

หลังจบการศึกษา Emma เริ่มต้นอาชีพด้วยงานด้านละครเวทีและโทรทัศน์ โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1985 เมื่อเธอได้รับบทในละครเพลงเรื่อง Me and My Girl ซึ่งได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ต่อมาในปี 1987 เธอสร้างชื่อเสียงในวงกว้างจากซีรีส์ของ BBC เรื่อง Tutti Frutti และ Fortunes of War จนสามารถคว้ารางวัล BAFTA TV Award สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ

ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เธอได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Kenneth Branagh อดีตสามีซึ่งเป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับ ในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Henry V (1989) และ Much Ado About Nothing (1993) ซึ่งเป็นการผสมผสานทักษะการแสดงบทละครเชกสเปียร์เข้ากับภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว

Content image

จุดสูงสุดของอาชีพและการยอมรับในระดับสากล

ชื่อเสียงของ Emma Thompson พุ่งทะยานสู่ระดับโลกจากบทบาทในภาพยนตร์ดราม่าย้อนยุคเรื่อง Howards End (1992) ซึ่งส่งให้เธอคว้ารางวัลออสการ์, BAFTA และ Golden Globe ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ความสามารถของเธอถูกพิสูจน์อีกครั้งในปี 1993 เมื่อเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 2 สาขาในปีเดียวกัน คือ สาขานักแสดงนำหญิงจาก The Remains of the Day และสาขานักแสดงสมทบหญิงจาก In the Name of the Father

ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นในปี 1995 เมื่อเธอรับหน้าที่ทั้งเขียนบทและแสดงนำใน Sense and Sensibility ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายของ Jane Austen ผลงานชิ้นนี้ทำให้เธอได้รับรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม กลายเป็นบุคคลเดียวในประวัติศาสตร์ที่ชนะรางวัลออสการ์ทั้งในฐานะนักแสดงและนักเขียนบท

Content image

การขยายขอบเขตผลงานสู่ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์และงานเขียน

ในช่วงปี 2000 เป็นต้นมา Emma เริ่มปรับสมดุลชีวิตการทำงานเพื่อดูแลครอบครัว แต่ยังคงสร้างผลงานที่น่าจดจำอย่างต่อเนื่อง เช่น บทบาทใน Love Actually (2003) ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมทั่วโลก และการรับบทเป็นศาสตราจารย์ Sybill Trelawney ในแฟรนไชส์ Harry Potter

นอกจากนี้ เธอยังแสดงศักยภาพในฐานะผู้เขียนบทภาพยนตร์สำหรับเด็กในเรื่อง Nanny McPhee (2005) ซึ่งเธอรับบทนำด้วยตัวเอง และยังได้เขียนหนังสือเด็กชุด Peter Rabbit อีก 3 เล่ม โดยได้รับอนุญาตจากผู้ถือลิขสิทธิ์ของ Beatrix Potter

ในระยะหลัง เธอได้ก้าวเข้าสู่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มากขึ้น เช่น Men in Black 3 และการให้เสียงพากย์ในภาพยนตร์แอนิเมชันของ Pixar เรื่อง Brave ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับบทบาทที่หลากหลาย ตั้งแต่ดราม่าเข้มข้นไปจนถึงคอมเมดี้และแฟนตาซี

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสำเร็จสูงสุด: เป็นบุคคลเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ทั้งสาขาการแสดงและสาขาการเขียนบท
  • การศึกษา: จบการศึกษาด้านภาษาอังกฤษจาก Newnham College, Cambridge
  • เกียรติยศ: ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dame (DBE) จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2018
  • ผลงานเด่น: Sense and Sensibility, Howards End, Love Actually และ Harry Potter
  • ความสามารถพิเศษ: เชี่ยวชาญทั้งการแสดงละครเวที, ภาพยนตร์, การเขียนบท และการเขียนหนังสือเด็ก
สรุปรางวัลและผลงานสำคัญของ Emma Thompson
ประเภทรางวัล/ผลงาน รายละเอียด ความสำคัญ
Academy Awards (Oscars) 2 รางวัล ชนะทั้งสาขาการแสดงและเขียนบท
BAFTA Awards 3 รางวัล การันตีคุณภาพในระดับสหราชอาณาจักร
Golden Globe Awards 2 รางวัล การยอมรับจากสมาคมผู้เขียนต่างประเทศ
Sense and Sensibility เขียนบทและแสดงนำ ผลงานสร้างชื่อในฐานะ Auteur
Howards End นักแสดงนำหญิง จุดเริ่มต้นของการเป็นดาวระดับโลก
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Emma Thompson มีความพิเศษอย่างไรในประวัติศาสตร์รางวัลออสการ์?

เธอเป็นบุคคลเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้ารางวัลออสการ์ได้ทั้งในสาขาการแสดง (Best Actress) และสาขาการเขียนบท (Best Adapted Screenplay) ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถที่ครบเครื่องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

บทบาทใดที่ทำให้เธอเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับสากล?

บทบาทในภาพยนตร์เรื่อง Howards End (1992) เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอได้รับความสนใจจากทั่วโลก และส่งให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหลายสถาบัน

เธอมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับซีรีส์ Harry Potter?

เธอรับบทเป็น ศาสตราจารย์ Sybill Trelawney อาจารย์วิชาพยากรณ์ศาสตร์ผู้มีบุคลิกโดดเด่น โดยปรากฏตัวในภาค Prisoner of Azkaban, Order of the Phoenix และ Deathly Hallows – Part 2

นอกจากงานแสดงและเขียนบท เธอมีผลงานด้านอื่นอีกหรือไม่?

เธอเป็นนักเขียนหนังสือเด็ก โดยได้เขียนหนังสือในชุด Peter Rabbit จำนวน 3 เล่ม ซึ่งได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้เผยแพร่ผลงานของ Beatrix Potter

การศึกษาของเธอส่งผลต่ออาชีพการงานอย่างไร?

การศึกษาด้านภาษาอังกฤษที่เคมบริดจ์และความหลงใหลในวรรณกรรม ทำให้เธอมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการวิเคราะห์ตัวละครและการเขียนบทภาพยนตร์ โดยเฉพาะผลงานที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายคลาสสิก