Eric Clapton ตำนานมือกีตาร์ผู้พลิกโฉมหน้าดนตรีร็อกและบลูส์ระดับโลก
หากจะกล่าวถึงมือกีตาร์ที่มีอิทธิพลสูงสุดในประวัติศาสตร์ดนตรีร็อก ชื่อของ Eric Clapton ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาไม่เพียงแต่เป็นศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านกีตาร์ แต่ยังเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล โดยได้รับการยอมรับจากสถาบันดนตรีชั้นนำระดับโลก เช่น Rolling Stone และ Gibson ให้เป็นหนึ่งในมือกีตาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

เส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นของอัจฉริยะทางดนตรี
Eric Patrick Clapton เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 1945 ที่เมืองริปลีย์ รัฐเซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ ชีวิตในวัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความซับซ้อนทางครอบครัว โดยเขาเติบโตมาโดยเข้าใจว่าคุณยายและสามีของคุณยายเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง จนกระทั่งทราบความจริงในภายหลังว่าเขาเป็นลูกของ Patricia Molly Clapton และ Edward Walter Fryer ทหารชาวแคนาดา
ความหลงใหลในดนตรีของเขาเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังเมื่ออายุ 15 ปี หลังจากได้รับกีตาร์โปร่ง Hoyer เป็นของขวัญวันเกิด แม้ในช่วงแรกจะเล่นได้ยาก แต่ความมุ่งมั่นทำให้เขาใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนัก โดยเฉพาะการเลียนแบบเสียงจากแผ่นเสียงเพลงบลูส์ และบันทึกเสียงการซ้อมของตนเองด้วยเครื่องบันทึกเทปแบบรีล (Reel-to-reel) เพื่อนำมาปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบ
ด้วยทักษะที่ก้าวกระโดด ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างตั้งแต่อายุ 16 ปี ผ่านการเล่นดนตรีเปิดหมวกในย่านคิงสตันและริชมอนด์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่การทำงานกับวงดนตรีอาชีพวงแรกอย่าง The Roosters ในปี 1963

ยุคทองกับวงดนตรีระดับตำนาน
จาก The Yardbirds สู่ The Bluesbreakers
Clapton เริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะมือกีตาร์สายบลูส์กับวง The Yardbirds (1963-1965) ซึ่งเขาได้ผสมผสานสไตล์ของศิลปินอย่าง B.B. King และ Freddie King จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในช่วงนี้เองที่เขาได้รับฉายาว่า "Slowhand" ซึ่งมีที่มาจากพฤติกรรมการเปลี่ยนสายกีตาร์บนเวทีที่ทำให้ผู้ชมต้องปรบมือรออย่างช้าๆ
ต่อมาเขาได้ร่วมงานกับ John Mayall & the Bluesbreakers ซึ่งเป็นช่วงที่เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นมือกีตาร์บลูส์ที่เก่งที่สุดในคลับดนตรีของอังกฤษ โดยเฉพาะอัลบั้ม Blues Breakers – John Mayall – With Eric Clapton (หรือที่แฟนเพลงเรียกว่า Beano Album) ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนจนเกิดคำขวัญชื่อดังว่า "Clapton is God"
การก่อตั้ง Cream และยุค Psychedelic
ในปี 1966 Clapton ได้ร่วมกับ Ginger Baker และ Jack Bruce ก่อตั้งวง Cream ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน "ซูเปอร์กรุ๊ป" (Supergroup - วงที่รวมตัวศิลปินชื่อดังจากหลายวง) ยุคแรกๆ ของโลก วง Cream ได้สร้างนิยามใหม่ให้ดนตรีร็อกด้วยการนำการด้นสด (Improvisation) แบบแจ๊สมาผสมผสานกับบลูส์ที่มีพลังเสียงสูง
หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของยุคนี้คือ กีตาร์ The Fool ที่มีการวาดลวดลายสีสันฉูดฉาด สะท้อนถึงวัฒนธรรมไซเคเดลิก (Psychedelic - ศิลปะที่เน้นสีสันและรูปทรงเหนือจริง) ในช่วงปลายยุค 60s ก่อนที่วงจะยุติบทบาทลงในปี 1968

Blind Faith และ Derek and the Dominos
หลังแยกทางกับ Cream เขาได้ทดลองงานกับวง Blind Faith และร่วมทัวร์กับ Delaney & Bonnie ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเริ่มพัฒนาทักษะการร้องเพลงและการแต่งเพลงของตนเอง จนนำไปสู่การออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในปี 1970
ต่อมาเขาได้ก่อตั้งวง Derek and the Dominos เพื่อลดกระแสการเป็น "ซูเปอร์สตาร์" และหันมาเน้นการทำงานเป็นทีม ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคืออัลบั้ม Layla and Other Assorted Love Songs ซึ่งมีเพลงเอกอย่าง "Layla" ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเปอร์เซีย และเป็นการร่วมงานกับมือกีตาร์สไลด์ระดับตำนานอย่าง Duane Allman

ความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวและมรดกทางดนตรี
ในเวลาต่อมา Clapton ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยมีผลงานหลากหลายแนว ตั้งแต่เร็กเก้ในเพลง "I Shot the Sheriff" ไปจนถึงป๊อปร็อกในอัลบั้ม August อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเกิดขึ้นในปี 1991 เมื่อเขาต้องสูญเสียลูกชาย (Conor) ซึ่งความโศกเศร้าครั้งนี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเพลง "Tears in Heaven" ที่โด่งดังไปทั่วโลก
นอกจากความสำเร็จทางดนตรี เขายังได้ก่อตั้ง Crossroads Centre ในประเทศแอนติกา เพื่อเป็นสถานบำบัดผู้ติดสารเสพติด ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ตรงที่เขาเคยต่อสู้กับอาการเสพติดในอดีต

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| แนวเพลงหลัก | ร็อก (Rock), บลูส์ (Blues) |
| เครื่องดนตรี | กีตาร์, ร้องนำ |
| วงดนตรีที่สำคัญ | The Yardbirds, Cream, Blind Faith, Derek and the Dominos |
| รางวัลสูงสุด | Grammy Awards 18 รางวัล, CBE (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อังกฤษ) |
| สถิติสำคัญ | ยอดขายอัลบั้มกว่า 100 ล้านชุดทั่วโลก, เข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame 3 ครั้ง |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ฉายา Slowhand: เกิดจากการที่ผู้ชมปรบมือรออย่างช้าๆ ขณะที่เขาเปลี่ยนสายกีตาร์บนเวที
- สถิติ Hall of Fame: เป็นศิลปินเพียงคนเดียวที่ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ถึง 3 ครั้ง (เดี่ยว, กับวง Yardbirds และกับวง Cream)
- อิทธิพลทางดนตรี: มีบทบาทสำคัญในการนำดนตรีเร็กเก้เข้าสู่ตลาดแมสผ่านเพลง "I Shot the Sheriff"
- การกุศล: ก่อตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด Crossroads Centre เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาเช่นเดียวกับเขาในอดีต
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Eric Clapton ถึงได้รับฉายาว่า Slowhand?
ฉายานี้มาจากเหตุการณ์ที่เขามักจะเปลี่ยนสายกีตาร์ที่ขาดระหว่างการแสดง ทำให้เกิดช่วงว่างที่ผู้ชมต้องปรบมือรออย่างช้าๆ จน Giorgio Gomelsky นำมาตั้งเป็นฉายาให้เขา
เพลง "Tears in Heaven" มีที่มาอย่างไร?
เป็นเพลงที่ Eric Clapton แต่งขึ้นเพื่อระบายความโศกเศร้าและอาลัยถึง Conor ลูกชายของเขาที่เสียชีวิตในปี 1991
ความสัมพันธ์ของเขากับ The Beatles เป็นอย่างไร?
เขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสมาชิก The Beatles ทุกคน โดยเฉพาะ George Harrison ซึ่งเขาเคยร่วมเล่นกีตาร์ในเพลง "While My Guitar Gently Weeps" และเป็นผู้อำนวยการดนตรีในงาน Concert for George
Eric Clapton มีความสำคัญอย่างไรต่อวงการดนตรีบลูส์?
เขาเป็นผู้ที่นำดนตรีบลูส์จากชิคาโกมาประยุกต์เข้ากับดนตรีร็อกของอังกฤษ สร้างมาตรฐานใหม่ในการเล่นกีตาร์โซโล่ และทำให้ดนตรีบลูส์เป็นที่ยอมรับในวงกว้างผ่านวงอย่าง Cream และการทำงานเดี่ยว