← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Évariste Ndayishimiye ประธานาธิบดีบุรุนดีและผู้นำสหภาพแอฟริกา

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Évariste Ndayishimiye ประธานาธิบดีบุรุนดีและผู้นำสหภาพแอฟริกา

Évariste Ndayishimiye เส้นทางจากนายพลสู่ประธานาธิบดีบุรุนดีและผู้นำสหภาพแอฟริกา Évariste Ndayishimiye คือรัฐบุรุษผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศบุรุนดีก้าวผ่านช่วงเวลาแห่ง…

Évariste Ndayishimiyeประธานาธิบดีบุรุนดีสหภาพแอฟริกาการเมืองบุรุนดี

Évariste Ndayishimiye เส้นทางจากนายพลสู่ประธานาธิบดีบุรุนดีและผู้นำสหภาพแอฟริกา

Évariste Ndayishimiye คือรัฐบุรุษผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศบุรุนดีก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 10 ของประเทศตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2020 และยังได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสหภาพแอฟริกา (African Union) ในปี 2026 ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลของเขาในระดับทวีป

Content image

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่การเป็นผู้นำทางทหาร

Ndayishimiye เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 1968 ณ จังหวัดกิเตกา ประเทศบุรุนดี เขาเริ่มต้นเส้นทางชีวิตด้วยการศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัยบุรุนดี (University of Burundi) แต่ชีวิตต้องพลิกผันในปี 1995 เมื่อเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่กลุ่มนักศึกษาชาวฮูตู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงทางชาติพันธุ์ในช่วงสงครามกลางเมืองบุรุนดี (ปี 1993–2005)

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมกับ CNDD–FDD (National Council for the Defense of Democracy – Forces for the Defense of Democracy) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏสายกลางที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากชาวฮูตู เขาไต่เต้าขึ้นมาเป็นผู้นำกองกำลังติดอาวุธจนได้รับฉายาว่า "Neva" และมีบทบาทสำคัญในการวางแผนปฏิบัติการทางทหารในช่วงสงคราม

Content image

การเปลี่ยนผ่านสู่บทบาททางการเมือง

หลังจากการลงนามในข้อตกลงสันติภาพปี 2003 กลุ่ม CNDD–FDD ได้เปลี่ยนสถานะเป็นพรรคการเมืองอย่างเต็มตัว ส่งผลให้ Ndayishimiye เข้าสู่กองทัพบุรุนดีในตำแหน่งรองเสนาธิการทหาร และเมื่อพรรค CNDD–FDD ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2005 ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Pierre Nkurunziza เขาก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและความมั่นคงสาธารณะ (ปี 2006–2007)
  • ผู้ช่วยทหารส่วนตัว (Chef de Cabinet Militaire) ของประธานาธิบดี Nkurunziza (จนถึงปี 2014)
  • ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติบุรุนดี

นอกจากบทบาททางการเมืองและทหาร เขายังให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยสำเร็จการศึกษาจาก Wisdom University of Africa ในปี 2014

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี

ในปี 2018 ประธานาธิบดี Nkurunziza ประกาศว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 และได้เสนอชื่อ Ndayishimiye เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง แม้จะมีกระแสวิจารณ์ว่าเขาอาจเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่หลายฝ่ายมองว่าเขาเป็นตัวเลือกที่ประนีประนอมที่สุด เนื่องจากไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรง และถูกมองว่าเป็นผู้สมัครที่มีความซื่อสัตย์และเปิดกว้างที่สุดในพรรค

Ndayishimiye ชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2020 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 68 แม้จะมีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 และการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ Nkurunziza ในวันที่ 8 มิถุนายน 2020 ทำให้เขาได้รับการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเร็วขึ้นเป็นวันที่ 18 มิถุนายน 2020

Content image

การบริหารประเทศและนโยบายต่างประเทศ

ในช่วงเริ่มต้นของการดำรงตำแหน่ง Ndayishimiye ได้ปรับลดจำนวนรัฐมนตรีจาก 21 เหลือ 15 ท่าน และดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ลดการแยกตัวจากสังคมโลกมากกว่าผู้นำคนก่อน โดยมีการเดินทางเยือนต่างประเทศและต้อนรับผู้นำจากเอธิโอเปีย

ในด้านสาธารณสุข เขาประกาศให้ COVID-19 เป็น "ศัตรูที่ร้ายแรงที่สุด" และใช้มาตรการปิดพรมแดนอย่างเข้มงวด แม้ในช่วงแรกบุรุนดีจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ปฏิเสธวัคซีนจากโครงการ COVAX แต่ในเดือนตุลาคม 2021 รัฐบาลได้เริ่มนำเข้าวัคซีน Sinopharm จากประเทศจีนจำนวน 500,000 โดส

บนเวทีโลก เขาได้เข้าร่วมการประชุมสำคัญ เช่น การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-แอฟริกา ปี 2022 ร่วมกับประธานาธิบดี Joe Biden, การประชุมสุดยอดรัสเซีย-แอฟริกา ปี 2023 ร่วมกับ Vladimir Putin และการพบปะกับ Xi Jinping ผู้นำจีน

Content image

ประเด็นทางสังคมและบทบาทในระดับทวีป

แม้จะมีภาพลักษณ์ที่เปิดกว้างในบางด้าน แต่ Ndayishimiye กลับมีจุดยืนที่รุนแรงต่อกลุ่ม LGBTQ+ โดยในเดือนธันวาคม 2023 เขาได้กล่าวว่าการลงโทษผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยการขว้างหินให้ตายเป็นจำนวนมากไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย นอกจากนี้ องค์กร Amnesty International ยังได้รายงานถึงการคุกคามและการจับกุมนักกิจกรรมและนักข่าวภายใต้รัฐบาลของเขาในปี 2024

อย่างไรก็ตาม ในด้านเศรษฐกิจ เขาได้ผลักดันการลงทุนจากภาคเอกชนและต่างชาติในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และในระดับภูมิภาค เขาได้รับแต่งตั้งเป็นทูตพิเศษของสหภาพแอฟริกาประจำภูมิภาคซาเฮล (Sahel) ในปี 2025 ก่อนจะได้รับเลือกเป็นประธานสหภาพแอฟริกาในปี 2026

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งปัจจุบัน: ประธานาธิบดีคนที่ 10 ของบุรุนดี และประธานสหภาพแอฟริกา (ปี 2026)
  • ภูมิหลัง: อดีตนายพลและสมาชิกกลุ่มกบฏ CNDD–FDD ในช่วงสงครามกลางเมือง
  • การศึกษา: กฎหมาย (มหาวิทยาลัยบุรุนดี) และปริญญาจาก Wisdom University of Africa
  • ชัยชนะการเลือกตั้ง: ได้คะแนนเสียงร้อยละ 68 ในปี 2020
  • จุดยืนเด่น: ส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยว แต่มีท่าทีรุนแรงต่อสิทธิ LGBTQ+
สรุปข้อมูลประวัติและตำแหน่งของ Évariste Ndayishimiye
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 17 มิถุนายน 1968
พรรคการเมือง CNDD–FDD
วันที่รับตำแหน่งประธานาธิบดี 18 มิถุนายน 2020
ตำแหน่งในสหภาพแอฟริกา ประธาน (ปี 2026), ทูตพิเศษภูมิภาคซาเฮล (ปี 2025)
ยศทางทหาร พลเอก (General)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Évariste Ndayishimiye ก้าวขึ้นสู่อำนาจได้อย่างไร?

เขาเริ่มต้นจากการเป็นผู้นำทางทหารในกลุ่มกบฏ CNDD–FDD และไต่เต้าผ่านตำแหน่งสำคัญในกองทัพและรัฐบาล จนได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดี Pierre Nkurunziza ให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งและชนะการเลือกตั้งในปี 2020

บทบาทของเขาในสหภาพแอฟริกา (AU) คืออะไร?

เขาได้รับแต่งตั้งเป็นทูตพิเศษประจำภูมิภาคซาเฮลในปี 2025 และต่อมาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสหภาพแอฟริกาในปี 2026

นโยบายด้านสาธารณสุขในช่วง COVID-19 เป็นอย่างไร?

ในช่วงแรกเขาใช้มาตรการเด็ดขาดในการปิดพรมแดนและปฏิเสธวัคซีนจาก COVAX โดยระบุว่าอัตราการหายจากโรคสูงอยู่แล้ว แต่ภายหลังได้เปลี่ยนนโยบายและนำเข้าวัคซีน Sinopharm จากจีนในปลายปี 2021

เขามีจุดยืนอย่างไรต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนและ LGBTQ+?

เขามีจุดยืนที่ต่อต้านกลุ่ม LGBTQ+ อย่างรุนแรง โดยเคยกล่าวสนับสนุนการลงโทษด้วยการขว้างหิน นอกจากนี้ยังถูก Amnesty International วิจารณ์เรื่องการปราบปรามผู้เห็นต่างและนักข่าว

เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเขาคืออะไร?

ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา เขาได้มุ่งเน้นการดึงดูดเงินลงทุนจากภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของบุรุนดี