Evelyn Glennie ศิลปินเพอร์คัสชันระดับโลกผู้เปลี่ยนนิยามของการฟังด้วยหัวใจ
ในโลกของดนตรีที่ผู้คนส่วนใหญ่ยึดติดกับการได้ยินผ่านหู Dame Evelyn Glennie ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า "การฟัง" มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น เธอคือนักดนตรีเครื่องกระทบ (Percussionist) ชาวสกอตแลนด์ผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการก้าวข้ามข้อจำกัดทางร่างกาย สู่การเป็นศิลปินเดี่ยวระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับสูงสุด
เส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นที่ไม่ได้ง่าย
Evelyn เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 1965 ณ เมือง Methlick ในเขต Aberdeenshire ประเทศสกอตแลนด์ เธอเติบโตมาพร้อมกับรากฐานทางดนตรีพื้นเมืองของสกอตแลนด์ตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมตัวตนทางดนตรีของเธอ โดยในช่วงแรกเธอเริ่มต้นศึกษาจากเปียโนและคลาริเน็ต ก่อนจะมุ่งมั่นสู่เส้นทางเครื่องกระทบ โดยได้รับการศึกษาจาก Ellon Academy และ Royal Academy of Music ในลอนดอน
จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเธอเกิดขึ้นเมื่ออายุ 8 ปี เมื่อ Evelyn เริ่มสูญเสียการได้ยินจนกลายเป็นผู้ที่มีภาวะหูหนวกอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบวิธีการรับรู้เสียงในรูปแบบใหม่

ศิลปะแห่งการฟังด้วยร่างกาย (Hearing through the Body)
Evelyn ปฏิเสธที่จะให้ความหูหนวกมาจำกัดศักยภาพของเธอ โดยเธอได้รับคำแนะนำจาก Ron Forbes ครูสอนดนตรีที่สอนให้เธอเรียนรู้การ "ได้ยิน" ผ่านส่วนต่างๆ ของร่างกายแทนการใช้หู เช่น การรับรู้แรงสั่นสะเทือนของกลองใบสูงผ่านร่างกายส่วนบนตั้งแต่เอวขึ้นไป และรับรู้กลองใบต่ำผ่านร่างกายส่วนล่าง
เพื่อให้สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนของดนตรีได้อย่างเต็มที่ Evelyn มักจะ แสดงดนตรีด้วยเท้าเปล่า ทั้งในการแสดงสดและในห้องบันทึกเสียง เธอได้ถ่ายทอดแนวคิดนี้ผ่าน TED Talk ชื่อดัง "How To Truly Listen" และในหนังสือ Listen World! เพื่อสื่อสารให้สังคมเข้าใจว่าการฟังที่แท้จริงไม่ใช่เพียงเรื่องของโสตประสาท แต่คือการเปิดรับความรู้สึกจากทุกส่วนของร่างกาย
ความสำเร็จและผลงานระดับโลก
ในฐานะศิลปินเดี่ยว Evelyn เดินทางแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับวงออร์เคสตราและนักดนตรีไฟฟ้าทั่วโลก นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานเพลงใหม่ๆ สำหรับเครื่องกระทบเดี่ยว และมีความสามารถหลากหลาย เช่น การเป่าปี่สกอต (Great Highland Bagpipes) ซึ่งเธอมีลายผ้าทอ (Tartan) ประจำตัวในชื่อ "The Rhythms of Evelyn Glennie"
หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการร่วมแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2012 ที่ลอนดอน โดยเธอเป็นผู้นำกลุ่มมือกลองกว่า 1,000 คนในเพลง And I Will Kiss และบรรเลงเครื่องดนตรี Aluphone ในช่วงพิธีจุดคบเพลิง
การร่วมงานกับศิลปินหลากหลายแนว
Evelyn ไม่จำกัดตัวเองอยู่เพียงดนตรีคลาสสิก เธอร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น Björk (ในเพลง "My Spine" และ "Oxygen"), Steve Hackett, Bobby McFerrin และ Mark Knopfler รวมถึงการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Sound of Metal และการทำงานร่วมกับ Royal Shakespeare Company ในการประพันธ์เพลงสำหรับละครเรื่อง Troilus and Cressida
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เครื่องดนตรีหลัก | เครื่องกระทบ (Percussion) และปี่สกอต |
| เอกลักษณ์การแสดง | แสดงด้วยเท้าเปล่าเพื่อรับแรงสั่นสะเทือนของเสียง |
| รางวัลสูงสุด | Polar Music Prize (2015), Léonie Sonning Music Prize (2023) |
| ตำแหน่งทางวิชาการ | อธิการบดี (Chancellor) ของ Robert Gordon University |
| คอลเลกชันส่วนตัว | เครื่องกระทบมากกว่า 3,500 ชิ้นจากทั่วโลก |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การก้าวข้ามขีดจำกัด: เริ่มสูญเสียการได้ยินตั้งแต่อายุ 8 ปี แต่ใช้การรับรู้แรงสั่นสะเทือนแทนการได้ยิน
- บทบาททางสังคม: เป็นผู้ผลักดันให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรทุ่มงบประมาณ 332 ล้านปอนด์เพื่อการศึกษาด้านดนตรี
- เกียรติยศสูงสุด: ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ถึง 29 ใบ และได้รับแต่งตั้งเป็น Dame (DBE) และ Order of the Companions of Honour (CH)
- สื่อสร้างสรรค์: เปิดตัว Evelyn Glennie Podcast ในปี 2022 เพื่อพูดคุยเรื่องการฟังและการตีความเสียงกับบุคคลหลากหลายอาชีพ
คำถามที่พบบ่อย
Evelyn Glennie ได้ยินเสียงดนตรีได้อย่างไรในเมื่อเธอหูหนวก?
เธอใช้การรับรู้ผ่าน แรงสั่นสะเทือน (Vibrations) โดยใช้ร่างกายส่วนต่างๆ เป็นตัวรับสัญญาณเสียงแทนหู เช่น การสัมผัสผ่านเท้าและผิวหนัง ซึ่งเป็นเทคนิคที่เธอเรียนรู้จากครู Ron Forbes
ทำไมเธอถึงต้องแสดงดนตรีด้วยเท้าเปล่า?
การไม่สวมรองเท้าช่วยให้เธอสามารถสัมผัสแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องดนตรีและพื้นเวทีได้อย่างชัดเจนและแม่นยำที่สุด ทำให้เธอสามารถควบคุมจังหวะและโทนเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เธอมีผลงานด้านการประพันธ์เพลงด้วยหรือไม่?
มี เธอเป็นนักประพันธ์เพลงที่มีผลงานมากมาย ทั้งเพลงสำหรับมูลนิธิ Sound World เช่น "The Grace of Silence", เพลงประกอบภาพยนตร์ และผลงานที่เผยแพร่ผ่าน Faber Music และ Audio Network
รางวัล Polar Music Prize ที่เธอได้รับมีความสำคัญอย่างไร?
เป็นหนึ่งในรางวัลทางดนตรีที่ทรงเกียรติที่สุดในโลก ซึ่งมอบให้แก่ศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อวงการดนตรีในระดับสากล โดยเธอได้รับรางวัลนี้ในปี 2015