Fernando Ferrer นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลแห่งนิวยอร์กและอดีตประธานเขตบรอนซ์
Fernando Ferrer (ชื่อเต็ม Fernando James Ferrer) เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในนครนิวยอร์ก เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะอดีตประธานเขตบรอนซ์ (Borough President of The Bronx) และผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนของเมืองในตำแหน่งประธานและรองประธานของ Metropolitan Transportation Authority (MTA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลการขนส่งสาธารณะหลักของนิวยอร์ก

เส้นทางชีวิตและการศึกษา
เฟอร์เรอร์เติบโตในย่าน Longwood ทางตอนใต้ของเขตบรอนซ์ เขาเริ่มต้นการศึกษาในโรงเรียนคาทอลิก โดยจบชั้นประถมศึกษาจาก St. Anselm และมัธยมศึกษาจาก Cardinal Spellman จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี (B.A.) ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University) วิทยาเขต University Heights และคว้าปริญญาโทด้านการบริหารรัฐกิจ (M.P.A. - Master of Public Administration) จาก Baruch College ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง
บทบาทในสภาเมืองนิวยอร์กและการขับเคลื่อนสังคม
ในช่วงปี 1982 ถึง 1987 เฟอร์เรอร์ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนเขต 13 ในสภาเมืองนิวยอร์ก (New York City Council) โดยเขาได้สร้างผลงานที่โดดเด่นในการผลักดันกฎหมายที่กำหนดให้ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในเมืองต้องมีล่ามเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการด้านสุขภาพ และเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการต่อสู้เพื่อกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติทางเพศ รวมถึงการผลักดันให้มีคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากพลเรือน (Civilian Complaint Review Board) เพื่อกำกับดูแลการทำงานของกรมตำรวจนิวยอร์ก (NYPD)
การพลิกฟื้นเขตบรอนซ์ในฐานะประธานเขต
เฟอร์เรอร์ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเขตบรอนซ์ในปี 1987 แทนที่ Stanley Simon ที่ลาออกเนื่องจากคดีอื้อฉาว Wedtech ในช่วงที่เขาเข้ารับตำแหน่ง บรอนซ์ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเสื่อมโทรมในเมืองใหญ่ แต่ภายใต้การบริหารงานตลอด 14 ปี เฟอร์เรอร์ได้ผลักดันโครงการฟื้นฟูเมืองอย่างจริงจัง โดยสามารถสร้างที่อยู่อาศัยให้กับครอบครัวได้ถึง 66,000 ครอบครัว ส่งผลให้อัตราอาชญากรรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในย่าน South Bronx พร้อมทั้งดึงดูดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจให้กลับเข้ามาในพื้นที่อีกครั้ง
การชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก
เฟอร์เรอร์ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กถึง 3 ครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:
- ปี 1997: เขาถอนตัวจากการแข่งขันกลางคันเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพให้กับพรรคเดโมแครต และประกาศสนับสนุน Ruth Messinger
- ปี 2001: เขาได้รับคะแนนเสียงสูงถึง 34% ในการเลือกตั้งขั้นต้นครั้งแรก แต่ไม่ถึงเกณฑ์ 40% ที่กำหนดไว้ และพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งรอบตัดสินให้กับ Mark Green ท่ามกลางบรรยากาศหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน
- ปี 2005: เขาได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งทั่วไป แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านงบประมาณในการหาเสียง และการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเห็นต่อกรณีการยิง Amadou Diallo ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมในกลุ่มชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ในที่สุดเขาพ่ายแพ้ให้กับ Michael Bloomberg ด้วยคะแนน 39.0% ต่อ 58.4%
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: ประธานเขตบรอนซ์ (1987–2001) และประธาน MTA (หลายวาระ)
- สังกัดพรรค: พรรคเดโมแครต (Democratic Party)
- ผลงานเด่น: สร้างที่พักอาศัยให้ 66,000 ครอบครัวในบรอนซ์ และผลักดันล่ามในห้องฉุกเฉิน
- การศึกษา: ปริญญาตรีจาก NYU และปริญญาโท MPA จาก Baruch College
- เชื้อสาย: ภูริโตรีโก (Puerto Rican)
| ตำแหน่ง | ช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| สมาชิกสภาเมืองนิวยอร์ก | 1982 – 1987 | ตัวแทนเขต 13 |
| ประธานเขตบรอนซ์ | 1987 – 2001 | ดำรงตำแหน่งยาวนาน 14 ปี |
| ประธาน MTA (วาระที่ 1) | 1 ม.ค. 2013 – 19 มิ.ย. 2013 | รักษาการ/ประธาน |
| ประธาน MTA (วาระที่ 2) | 1 ก.พ. 2017 – 20 มิ.ย. 2017 | รักษาการ/ประธาน |
| ประธาน MTA (วาระที่ 3) | 9 พ.ย. 2018 – 31 มี.ค. 2019 | รักษาการ/ประธาน |
คำถามที่พบบ่อย
Fernando Ferrer มีบทบาทอย่างไรในการพัฒนาเขตบรอนซ์?
เขาดำรงตำแหน่งประธานเขตบรอนซ์เป็นเวลา 14 ปี โดยเน้นการแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของเมือง สร้างที่อยู่อาศัยให้ครอบครัวกว่า 66,000 ราย และลดอัตราอาชญากรรมในพื้นที่
ทำไมเขาถึงไม่สามารถชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กในปี 2005?
ปัจจัยหลักมาจากงบประมาณการหาเสียงที่น้อยกว่าคู่แข่งอย่าง Michael Bloomberg อย่างมาก รวมถึงการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเห็นต่อกรณีการยิง Amadou Diallo ซึ่งทำให้เสียคะแนนนิยมในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางกลุ่ม
MTA คือหน่วยงานอะไรที่ Fernando Ferrer เคยบริหาร?
MTA หรือ Metropolitan Transportation Authority คือหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดในนครนิวยอร์กและพื้นที่ใกล้เคียง
ผลงานด้านสิทธิมนุษยชนที่โดดเด่นของเขาคืออะไร?
ในช่วงที่อยู่ในสภาเมือง เขาได้ผลักดันกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ และผลักดันให้มีล่ามในห้องฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้