← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
แฟรงก์ แลมพาร์ด ตำนานกองกลางจอมถล่มประตูและเส้นทางสู่การเป็นผู้จัดการทีม

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

แฟรงก์ แลมพาร์ด ตำนานกองกลางจอมถล่มประตูและเส้นทางสู่การเป็นผู้จัดการทีม

แฟรงก์ แลมพาร์ด ตำนานกองกลางจอมถล่มประตูและเส้นทางสู่การเป็นผู้จัดการทีม หากจะกล่าวถึงกองกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ชื่อของ แฟรงก์ แลมพาร์ด (Frank…

แฟรงก์ แลมพาร์ดFrank Lampardเชลซีพรีเมียร์ลีก

แฟรงก์ แลมพาร์ด ตำนานกองกลางจอมถล่มประตูและเส้นทางสู่การเป็นผู้จัดการทีม

หากจะกล่าวถึงกองกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ชื่อของ แฟรงก์ แลมพาร์ด (Frank Lampard) จะต้องอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นที่คุมจังหวะเกม แต่ยังเป็นเครื่องจักรสังหารประตูที่ทำลายสถิติเดิมๆ จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรเชลซีและทีมชาติอังกฤษ

แลมพาร์ดโดดเด่นในบทบาท Box-to-Box Midfielder หรือกองกลางที่สามารถขับเคลื่อนเกมได้ทั้งเกมรุกและเกมรับตลอดทั้งสนาม ซึ่งความสามารถนี้ทำให้เขากลายเป็นอาวุธลับที่น่ากลัวที่สุดในแดนกลาง

Content image

เส้นทางอาชีพนักเตะ: จากเวสต์แฮมสู่จุดสูงสุดที่เชลซี

จุดเริ่มต้นที่เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

แลมพาร์ดเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังในปี 1995 กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรที่พ่อของเขาเคยค้าแข้ง แม้ในช่วงแรกจะมีการย้ายไปให้สวอนซี ซิตี้ ยืมตัวเพื่อหาประสบการณ์ แต่เขาก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ในเวลาต่อมา โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า อินเตอร์โตโต้ คัพ ในปี 1999 และการทำประตูได้อย่างต่อเนื่องจนเป็นที่จับตามอง

ยุคทองกับสโมสรเชลซี

ในปี 2001 เชลซีทุ่มเงิน 11 ล้านปอนด์ดึงตัวเขามาร่วมทีม ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสร ตลอด 13 ปีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แลมพาร์ดสร้างสถิติเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรด้วยจำนวน 211 ประตูในทุกรายการ และครองสถิติกองกลางที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกถึง 177 ประตู

Content image

ความสำเร็จของเขากับเชลซีนั้นมากมายมหาศาล ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก, เอฟเอคัพ 4 สมัย และลีกคัพอีก 2 สมัย นอกจากนี้เขายังเคยเกือบคว้า รางวัลบัลลงดอร์ (Ballon d'Or) โดยจบในอันดับที่สองของโลก

Content image

ช่วงปลายอาชีพและการอำลาสนาม

หลังจากสร้างตำนานที่เชลซี แลมพาร์ดย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และปิดท้ายอาชีพนักเตะที่นิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี ในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2017

Content image

บทบาทในทีมชาติอังกฤษและเกียรติยศส่วนตัว

ในนามทีมชาติอังกฤษ แลมพาร์ดลงสนามไปถึง 106 นัด ยิงได้ 29 ประตู โดยผ่านการเล่นฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย (2006, 2010, 2014) และมีผลงานโดดเด่นในยูโร 2004 จนได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์

ด้วยคุณูปการต่อวงการฟุตบอล เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE (Officer of the Order of the British Empire) ในปี 2015 และได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ (Hall of Fame) ของพรีเมียร์ลีก

Content image

เส้นทางการก้าวสู่การเป็นผู้จัดการทีม

หลังเลิกเล่น แลมพาร์ดผันตัวมาเป็นกุนซือ โดยเริ่มสร้างชื่อกับเดอร์บี เคาน์ตี้ ก่อนจะกลับมาคุมทีมรักอย่างเชลซีในฐานะเฮดโค้ชและผู้จัดการทีมชั่วคราวในเวลาต่อมา นอกจากนี้เขายังเคยคุมทีมเอฟเวอร์ตัน และล่าสุดในปี 2024 ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมของโคเวนทรี ซิตี้ ซึ่งเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์แชมเปียนชิพในฤดูกาล 2025–26 ได้สำเร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถิติสูงสุด: กองกลางที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก (177 ประตู)
  • ตำนานเชลซี: ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเชลซี (211 ประตู)
  • ความสำเร็จทีมชาติ: ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 106 นัด และผ่านฟุตบอลโลก 3 สมัย
  • เกียรติยศ: ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE และอยู่ใน Hall of Fame ของพรีเมียร์ลีก
สรุปข้อมูลและสถิติสำคัญของ แฟรงก์ แลมพาร์ด
หัวข้อ รายละเอียด
ตำแหน่งการเล่น กองกลาง (Box-to-Box)
จำนวนประตูในพรีเมียร์ลีก 177 ประตู
จำนวนประตูรวมกับเชลซี 211 ประตู
แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย
จำนวนนัดทีมชาติอังกฤษ 106 นัด
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

แฟรงก์ แลมพาร์ด ทำสถิติอะไรที่โดดเด่นที่สุดในพรีเมียร์ลีก?

เขาครองสถิติกองกลางที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก โดยทำไปทั้งหมด 177 ประตู

แลมพาร์ดเคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ใดบ้างกับเชลซี?

เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก, เอฟเอคัพ 4 สมัย และลีกคัพ 2 สมัย

บทบาทผู้จัดการทีมล่าสุดของเขาคือทีมใด?

ปัจจุบันเขาเป็นผู้จัดการทีมของโคเวนทรี ซิตี้ และสามารถพาทีมคว้าแชมป์แชมเปียนชิพในฤดูกาล 2025–26

ทำไมแลมพาร์ดถึงย้ายจากเวสต์แฮมมาอยู่กับเชลซี?

สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความกดดันที่ถูกมองว่าเป็นเพียงลูกชายของแฟรงก์ แลมพาร์ด (ผู้เป็นพ่อ) รวมถึงความไม่พอใจในการปฏิบัติที่พ่อของเขาได้รับจากสโมสรในขณะนั้น

แลมพาร์ดเคยได้รับรางวัลส่วนตัวระดับโลกหรือไม่?

เขาเคยได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมของโลก (World XI) และเคยจบอันดับที่ 2 ในการประกาศรางวัลบัลลงดอร์และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟีฟ่า

แฟรงก์ แลมพาร์ด ตำนานกองกลางจอมถล่มประตูและเส้นทางสู่การเป็นผู้จัดการทีม | hmn.in.th