← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Frank Van Dun นักปรัชญากฎหมายและทฤษฎีสิทธิธรรมชาติแบบเสรีนิยมคลาสสิก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Frank Van Dun นักปรัชญากฎหมายและทฤษฎีสิทธิธรรมชาติแบบเสรีนิยมคลาสสิก

Frank Van Dun นักปรัชญากฎหมายและทฤษฎีสิทธิธรรมชาติแบบเสรีนิยมคลาสสิก Frank Van Dun เป็นนักปรัชญาชาวเบลเยียมผู้มีชื่อเสียงในด้านกฎหมายและทฤษฎีสิทธิธรรมชาติ (Natural Law) ภ…

Frank Van Dunปรัชญากฎหมายเสรีนิยมคลาสสิกสิทธิธรรมชาติ

Frank Van Dun นักปรัชญากฎหมายและทฤษฎีสิทธิธรรมชาติแบบเสรีนิยมคลาสสิก

Frank Van Dun เป็นนักปรัชญาชาวเบลเยียมผู้มีชื่อเสียงในด้านกฎหมายและทฤษฎีสิทธิธรรมชาติ (Natural Law) ภายใต้แนวคิดเสรีนิยมคลาสสิก (Classical Liberalism) โดยเขาปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาการอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกนต์ (University of Ghent) และเป็นที่ยอมรับในแวดวงวิชาการจนได้รับรางวัล Prize for Liberty จาก Libera! ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองด้านเสรีนิยมคลาสสิกของฟลานเดอร์สในปี 2013

Content image

รากฐานทางความคิดและจริยธรรมแห่งการโต้แย้ง

ในปี 1983 Van Dun ได้นำเสนอแนวคิดสำคัญผ่านหนังสือ Het Fundamenteel Rechtsbeginsel (หลักการพื้นฐานของกฎหมาย) โดยเขาเสนอว่าคำตอบที่มีเหตุผลที่สุดสำหรับคำถามที่ว่า "กฎหมายคืออะไร?" จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเคารพในกระบวนการสนทนาและการใช้เหตุผลโต้แย้ง ซึ่งแนวคิดนี้เรียกว่า Argumentation Ethics หรือจริยธรรมแห่งการโต้แย้ง

จากพื้นฐานดังกล่าว เขาจึงสรุปว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิอันชอบธรรมในชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สินของตนเอง โดยสิทธินี้ถือเป็นสิทธิเด็ดขาด ตราบใดที่การใช้สิทธินั้นไม่ไปละเมิดสิทธิในลักษณะเดียวกันของผู้อื่น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือต้องอยู่ภายใต้การเคารพในหลักการโต้แย้งด้วยเหตุผล

ความแตกต่างระหว่าง "ความถูกต้องตามสิทธิ" และ "ความถูกต้องตามกฎหมาย"

Van Dun ให้ความสำคัญกับการแยกแยะระหว่าง Ius (ความถูกต้องตามสิทธิ/ความชอบธรรม) และ Lex (กฎหมายที่ตราขึ้นหรือกฎหมายบ้านเมือง) เขาตั้งข้อสังเกตว่าระบบกฎหมายบ้านเมือง (Positive Law) ในโลกตะวันตกมักลดทอนคุณค่าของมนุษย์ให้กลายเป็นเพียง "ทรัพยากรมนุษย์" หรือบุคคลสมมติที่มีสถานะทางกฎหมายเท่านั้น

ในมุมมองของเขา กฎหมายที่ตราขึ้นโดยรัฐจะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นมีสิทธิในการแยกตัวออกจากโครงสร้างสถาบันที่สร้างกฎหมายนั้นได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น เขาจึงเชื่อว่าไม่มีใครควรถูกบังคับให้ยอมรับผู้ตัดสิน (Judge) หากบุคคลนั้นมีความประสงค์ที่จะแสวงหาทางออกของความขัดแย้งด้วยวิธีที่ชอบธรรม

การตีความหลักการไม่รุกราน (NAP) ในเชิงปฏิบัติ

Van Dun นำเสนอการตีความ หลักการไม่รุกราน (Non-Aggression Principle หรือ NAP) ในรูปแบบของ Praxeology (ศาสตร์แห่งการกระทำของมนุษย์) แทนที่จะมองเพียงแค่การรุกรานทางกายภาพ โดยเขามองว่าทรัพย์สินคือ "เครื่องมือในการกระทำ" และให้ความสำคัญกับ "เสรีภาพก่อนทรัพย์สิน" (Freedom before property) ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดของนักเสรีนิยมบางกลุ่ม เช่น Walter Block ที่มองว่าเสรีภาพคือทรัพย์สิน

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้แนวคิด NAP เชิงปฏิบัติของ Van Dun ได้แก่:

  • การล้อมที่ดิน: หากเจ้าของที่ดินที่ล้อมรอบพื้นที่อื่นปฏิเสธที่จะเจรจาหาทางออกที่สมเหตุสมผล อาจถือว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพ
  • ลิขสิทธิ์: การใช้ลายเซ็น (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและเครื่องมือในการกระทำ) อาจมีความสำคัญมากกว่าเสรีภาพทางกายภาพในการคัดลอกลายเซ็นด้วยหมึกและกระดาษ
  • เสรีภาพในการพูด: การสั่งการให้ผู้อื่นกระทำการที่ผิดกฎหมาย (เช่น นายพลสั่งฆ่าผู้ที่พร้อมจะหาทางออกโดยสันติ) ถือเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

มุมมองต่อสิทธิมนุษยชนและปฏิญญาสากล

เขามีทัศนะที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงต่อ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) โดย Van Dun มองว่าสิทธิที่แท้จริงคือ สิทธิขั้นพื้นฐาน (Fundamental Rights) เช่น สิทธิในการกำหนดชะตาชีวิตตนเอง เสรีภาพ และผลผลิตที่เกิดจากเสรีภาพนั้น (ทรัพย์สิน)

เขาวิจารณ์ว่าปฏิญญาสากลฯ มีลักษณะคล้ายกับ "สิทธิสัตว์" เนื่องจากสิทธิที่ระบุไว้มักขัดแย้งกันเอง และมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อกฎหมายของรัฐไม่ขัดแย้งด้วย ซึ่งในสายตาของเขา สิ่งนี้ทำให้ผู้ปกครองมีสถานะเป็นเหมือน "นาย" ที่ควบคุม "สัตว์มนุษย์" หรือทาสนั่นเอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สังกัด: คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกนต์ ประเทศเบลเยียม
  • แนวคิดหลัก: เสรีนิยมคลาสสิก, สิทธิธรรมชาติ และจริยธรรมแห่งการโต้แย้ง
  • จุดยืนเรื่อง NAP: เน้นการตีความเชิง Praxeological (เสรีภาพก่อนทรัพย์สิน)
  • ผลงานเด่น: หนังสือ Het Fundamenteel Rechtsbeginsel (1983)
  • รางวัล: Prize for Liberty จาก Libera! (2013)
สรุปแนวคิดหลักของ Frank Van Dun
หัวข้อ มุมมองของ Frank Van Dun
นิยามของกฎหมาย ต้องหาคำตอบผ่านการโต้แย้งและเหตุผล (Argumentation Ethics)
Ius vs Lex แยกความชอบธรรมตามสิทธิ (Ius) ออกจากกฎหมายที่รัฐตราขึ้น (Lex)
สิทธิมนุษยชน เน้นสิทธิขั้นพื้นฐานในการกำหนดตนเอง ไม่ใช่สิทธิตามปฏิญญาสากลฯ
หลัก NAP มองว่าทรัพย์สินคือเครื่องมือในการกระทำ (Praxeological approach)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Frank Van Dun มีความเห็นอย่างไรต่อกฎหมายที่รัฐตราขึ้น (Positive Law)?

เขามองว่ากฎหมายบ้านเมืองมักลดทอนคุณค่าของมนุษย์ให้เป็นเพียงทรัพยากร และจะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่อบุคคลมีสิทธิที่จะแยกตัวออกจากระบบนั้นได้อย่างอิสระ

Argumentation Ethics คืออะไรในบริบทของ Van Dun?

คือแนวคิดที่ว่าความถูกต้องของกฎหมายและสิทธิต่างๆ จะต้องถูกพิสูจน์และยอมรับผ่านกระบวนการสนทนาและการใช้เหตุผลโต้แย้งที่สมเหตุสมผล

ทำไมเขาถึงไม่เห็นด้วยกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน?

เพราะเขามองว่าสิทธิในปฏิญญานั้นขึ้นอยู่กับกฎหมายของรัฐและมักขัดแย้งกันเอง ซึ่งทำให้รัฐมีอำนาจเหนือมนุษย์เหมือนนายกับทาส แทนที่จะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิด

การตีความ NAP แบบ "เสรีภาพก่อนทรัพย์สิน" แตกต่างจากแบบทั่วไปอย่างไร?

แทนที่จะมองว่าการละเมิดทรัพย์สินคือการรุกรานทางกายภาพเพียงอย่างเดียว เขามองว่าทรัพย์สินเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิต ดังนั้นการขัดขวางเสรีภาพในการใช้เครื่องมือนั้น (แม้ไม่ได้ทำลายทางกายภาพ) ก็อาจถือเป็นการรุกรานได้

Frank Van Dun เคยมีประเด็นความขัดแย้งเรื่องใดบ้าง?

เคยมีรายงานจากหนังสือพิมพ์ Le Soir ว่าเขาได้รับเงินจากล็อบบี้บริษัทบุหรี่ผ่านกลุ่ม ARISE ซึ่งเขาได้ปฏิเสธโดยระบุว่าเพียงแค่ไปบรรยายวิสัยทัศน์แต่ไม่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มดังกล่าว