Franz Vranitzky อดีตนายกรัฐมนตรีผู้พลิกโฉมการเมืองและการทูตของออสเตรีย
Franz Vranitzky คือรัฐบุรุษและนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลของประเทศออสเตรีย สมาชิกคนสำคัญของพรรค Social Democratic Party of Austria (SPÖ) ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีติดต่อกันยาวนานกว่าหนึ่งทศวรรษ ตั้งแต่ปี 1986 จนถึง 1997 โดยบทบาทของเขาไม่เพียงแต่เป็นการบริหารประเทศ แต่ยังเป็นการนำพาออสเตรียก้าวข้ามความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์และนำประเทศเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ในเวทีโลก

เส้นทางชีวิตจากจุดเริ่มต้นสู่จุดสูงสุดทางการเมือง
Vranitzky เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1937 ในครอบครัวที่เรียบง่าย ณ เขต 17 ของกรุงเวียนนา โดยมีบิดาเป็นช่างหล่อโลหะ ด้วยความมุ่งมั่นในการศึกษา เขาจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ในปี 1960 ซึ่งในช่วงระหว่างเรียนเขาต้องทำงานหนักทั้งการเป็นคนงานก่อสร้างและครูสอนภาษาละตินและภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสียตัวเอง
นอกเหนือจากด้านวิชาการ เขายังมีความสามารถด้านกีฬา โดยเคยเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมบาสเกตบอลทีมชาติออสเตรียที่เดินทางไปคัดเลือกเข้าแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1960 ณ เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี
ประสบการณ์ด้านการเงินและเศรษฐกิจ
ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเมืองระดับสูง Vranitzky สร้างชื่อเสียงในสายงานการเงิน เริ่มต้นที่บริษัท Siemens-Schuckert ก่อนจะย้ายไปทำงานที่ Oesterreichische Nationalbank (ธนาคารกลางของออสเตรีย) และคว้าปริญญาเอกด้านธุรกิจระหว่างประเทศในปี 1969 ต่อมาเขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการเงิน และดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Creditanstalt-Bankverein และ Länderbank
ในปี 1984 เขาได้ก้าวเข้าสู่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Fred Sinowatz ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แม้ในช่วงนั้นจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการรับค่าตอบแทนซ้ำซ้อนจากตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจก็ตาม
การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและการนำพาประเทศ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1986 เมื่อ Kurt Waldheim ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ระดับโลกเกี่ยวกับบทบาทของ Waldheim ในกองทัพเยอรมันช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้ Fred Sinowatz ลาออกและเสนอชื่อ Vranitzky ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนในวันที่ 16 มิถุนายน 1986
ในช่วงแรก Vranitzky ต้องเผชิญกับความผันผวนทางการเมืองภายใน โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของ Jörg Haider ผู้นำสายสุดโต่งของพรรค Freedom Party (FPÖ) ซึ่งทำให้ Vranitzky ตัดสินใจยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ จนนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมครั้งใหญ่ (Grand Coalition) ร่วมกับพรรค Christian democrat (ÖVP) ในปี 1987

การกอบกู้ชื่อเสียงและการเข้าสู่สหภาพยุโรป
หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ Vranitzky คือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งเคยตึงเครียดอย่างหนักจากกรณีของประธานาธิบดี Waldheim นอกจากนี้ ในปี 1991 เขาได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ยอมรับว่าพลเมืองออสเตรียมีส่วนรับผิดชอบต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในช่วงสงคราม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนทัศนคติจากเดิมที่ออสเตรียมักนำเสนอว่าตนเองเป็น "เหยื่อรายแรกของฮิตเลอร์"
ในด้านยุทธศาสตร์ระดับโลก Vranitzky เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ออสเตรียเข้าเป็นสมาชิก สหภาพยุโรป (EU) ในเดือนมกราคม 1995 หลังจากผ่านการลงประชามติในปี 1994 โดยเขาสามารถรักษาจุดยืนเรื่องความเป็นกลางทางทหารของประเทศไว้ได้อย่างมั่นคง
ชีวิตหลังการเมืองและบทบาททางสังคม
หลังจากลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคในปี 1997 Vranitzky ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนของ OSCE (องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป) ประจำประเทศแอลเบเนีย และกลับเข้าสู่ภาคธุรกิจในฐานะที่ปรึกษาทางการเมืองและกรรมการบริหารในบริษัทชั้นนำ เช่น Magna, TUI และ Magic Life hotels
ในด้านชีวิตส่วนตัว เขาได้แสดงความรักต่อครอบครัวอย่างสูงสุดในปี 2005 โดยการบริจาคไตหนึ่งข้างให้กับ Christine ภรรยาของเขาที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง: นายกรัฐมนตรีออสเตรีย (16 มิ.ย. 1986 – 28 ม.ค. 1997)
- สังกัดพรรค: Social Democratic Party of Austria (SPÖ)
- ผลงานเด่น: นำออสเตรียเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ในปี 1995
- จุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์: ยอมรับความรับผิดชอบของพลเมืองออสเตรียต่อเหตุการณ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2
- การศึกษา: ปริญญาเอกด้านธุรกิจระหว่างประเทศ (1969)
| ปี (ค.ศ.) | เหตุการณ์สำคัญ | บทบาท/ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1960 | จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ | นักศึกษา |
| 1984 | เข้าร่วมรัฐบาลผสม | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง |
| 1986 | ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี | นายกรัฐมนตรีออสเตรีย |
| 1988 | ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค SPÖ | ประธานพรรค Social Democratic Party |
| 1995 | ออสเตรียเข้าเป็นสมาชิก EU | นายกรัฐมนตรี |
| 1997 | ลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง | อดีตนายกรัฐมนตรี |
คำถามที่พบบ่อย
Franz Vranitzky มีบทบาทอย่างไรในการนำออสเตรียเข้าสู่ EU?
เขาและรัฐมนตรีต่างประเทศ Alois Mock เป็นผู้สนับสนุนหลักในการผลักดันให้ออสเตรียเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยมีการจัดทำประชามติในปี 1994 ซึ่งประชาชนเห็นชอบถึง 66% จนนำไปสู่การเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 1995
ทำไมการกล่าวสุนทรพจน์ในปี 1991 ของเขาจึงมีความสำคัญ?
เพราะเป็นการเปลี่ยนจุดยืนอย่างเป็นทางการของประเทศ จากเดิมที่ออสเตรียมักอ้างว่าตนเองเป็นเหยื่อของนาซีเยอรมัน มาเป็นการยอมรับว่าพลเมืองของตนมีส่วนรับผิดชอบต่อความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นในช่วงสงคราม
เขาเผชิญกับความท้าทายทางการเมืองใดบ้างในช่วงดำรงตำแหน่ง?
ความท้าทายหลักคือการรับมือกับพรรค Freedom Party (FPÖ) ภายใต้การนำของ Jörg Haider ซึ่งมีแนวคิดสุดโต่ง รวมถึงการจัดการกับวิกฤตความเชื่อมั่นทางการทูตที่เกิดจากกรณีของประธานาธิบดี Kurt Waldheim
หลังพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาทำงานอะไรบ้าง?
เขาทำงานเป็นตัวแทนของ OSCE ในแอลเบเนีย เป็นที่ปรึกษาทางการเมืองให้ธนาคาร WestLB และดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัทระดับโลกอย่าง Magna และ TUI
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับพรรค SPÖ?
เขาเป็นสมาชิกที่ซื่อสัตย์ของพรรค Social Democratic Party of Austria (SPÖ) และเคยดำรงตำแหน่งประธานพรรคตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปี 1997