Geoffrey Keith Pullum นักภาษาศาสตร์ผู้ท้าทายกฎเกณฑ์และตำนานทางภาษา
ในโลกของภาษาศาสตร์ ชื่อของ Geoffrey Keith Pullum เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษที่มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์โครงสร้างภาษาอย่างลึกซึ้ง เขาไม่ได้เป็นเพียงศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านภาษาศาสตร์ทั่วไปจาก University of Edinburgh แต่ยังเป็นนักวิชาการที่กล้าตั้งคำถามต่อความเชื่อเดิมๆ และกฎเกณฑ์ทางภาษาที่ถูกยัดเยียดให้ผู้ใช้ภาษาโดยปราศจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
เส้นทางชีวิตที่หลากหลาย: จากนักดนตรีร็อกแอนด์โรลสู่ปราชญ์ทางภาษา
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลกวิชาการ Pullum เคยมีชีวิตที่โลดโผนในฐานะนักดนตรี เขาออกจากโรงเรียนมัธยมตอนอายุ 16 ปี เพื่อออกทัวร์ในเยอรมนีในฐานะนักเปียโนของวง Sonny Stewart and the Dynamos และต่อมาได้ร่วมก่อตั้งวงดนตรีแนวโซลกับ Pete Gage ซึ่งกลายเป็นวงชื่อดัง Geno Washington & the Ram Jam Band โดยในขณะนั้นเขาใช้ชื่อในวงการว่า Jeff Wright
ความสำเร็จในสายดนตรีของเขานั้นโดดเด่นมาก โดยมีอัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดในสหราชอาณาจักรช่วงทศวรรษ 1960 ถึงสองชุด ได้แก่ Hand Clappin, Foot Stompin, Funky-Butt ... Live! ซึ่งขึ้นถึงอันดับ 5 ของชาร์ตอัลบั้ม และ Hipster Flipsters Finger Poppin' Daddies ที่ขึ้นถึงอันดับ 8
หลังจากยุคดนตรีสิ้นสุดลง เขาหันมาทุ่มเทให้กับการศึกษา โดยเข้าเรียนที่ University of York จนจบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี 1972 และคว้าปริญญาเอกด้านภาษาศาสตร์จาก University College London ในปี 1976 ภายใต้การดูแลของ Neil Smith
ผลงานทางวิชาการและการปฏิวัติมุมมองด้านไวยากรณ์
Pullum สร้างชื่อเสียงในระดับสากลจากการร่วมเขียนหนังสือ The Cambridge Grammar of the English Language (2002) ซึ่งเป็นตำราไวยากรณ์เชิงพรรณนา (Descriptive Grammar หรือการอธิบายภาษาตามที่ใช้จริง ไม่ใช่การกำหนดว่าต้องใช้แบบใด) ที่ครอบคลุมและละเอียดที่สุดเล่มหนึ่ง จนได้รับรางวัล Leonard Bloomfield Book Award ในปี 2004
นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Language Log และเขียนบทความใน Lingua Franca เพื่อวิพากษ์วิจารณ์กฎเกณฑ์ทางภาษาแบบสั่งการ (Prescriptive rules) และทำลายความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับภาษาศาสตร์
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| สัญชาติ | อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา (ตั้งแต่ปี 1987) |
| ผลงานเด่น | The Cambridge Grammar of the English Language, Language Log |
| ความเชี่ยวชาญ | สัทวิทยา, สัณฐานวิทยา, อรรถศาสตร์, วัจนปฏิบัติศาสตร์, ภาษาศาสตร์เชิงคำนวณ |
| รางวัลสำคัญ | Leonard Bloomfield Book Award (2004), Linguistics, Language, and the Public Award (2009) |
| ตำแหน่งล่าสุด | ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (Professor Emeritus) University of Edinburgh |
แนวคิดทางภาษาศาสตร์และการโต้แย้งทางทฤษฎี
Pullum มีมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับนิยามของ "ภาษา" โดยเขาโต้แย้งว่าภาษา (เช่น ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาโรมาเนีย) ไม่ใช่วัตถุที่สามารถนิยามได้อย่างชัดเจนในทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นเพียงวิธีการจัดโครงสร้างการสื่อสารที่กลุ่มคนในสังคมใช้ร่วมกัน ซึ่งมีความคลุมเครือในตัวเอง เช่นเดียวกับวัฒนธรรมหรือกลุ่มชาติพันธุ์
ในด้านโครงสร้างไวยากรณ์ เขาเสนอแนวคิด Model-theoretic grammar (ไวยากรณ์เชิงทฤษฎีแบบจำลอง) ซึ่งมองว่าประโยคจะถูกต้องก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทางโครงสร้างที่กำหนดไว้ โดยไม่จำเป็นต้องระบุจำนวนประโยคที่เกิดขึ้นได้ว่ามีจำกัดหรือเป็นอนันต์ ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดแบบ Generative-enumerative ที่พยายามสร้างชุดประโยคทั้งหมดที่ถูกต้องในภาษานั้นๆ
นอกจากนี้ เขายังใช้ Monotonic phrase-structure grammars (ไวยากรณ์โครงสร้างวลีแบบเอกทิศ) ซึ่งคล้ายกับ X-bar theory แต่มีการระบุหน้าที่ทางไวยากรณ์ เช่น ประธาน (Subject) หรือ ส่วนขยาย (Modifier) อย่างชัดเจน และปฏิเสธการใช้การแปลงรูป (Transformations) หรือการเคลื่อนย้ายตำแหน่งคำในประโยค
การวิพากษ์ Noam Chomsky และการสร้างคำศัพท์ใหม่
หนึ่งในแง่มุมที่โดดเด่นของ Pullum คือการเป็นคู่ปรับทางวิชาการกับ Noam Chomsky โดยเขาได้วิพากษ์วิจารณ์ Chomsky อย่างรุนแรงในหลายประเด็น ทั้งเรื่องความซื่อสัตย์ทางวิชาการ และการโจมตีทฤษฎี Poverty of the Stimulus (แนวคิดที่ว่าเด็กเรียนรู้ภาษาได้แม้จะได้รับข้อมูลจำกัด) รวมถึงมองว่าโปรแกรม Minimalist ของ Chomsky เป็นเพียงการใช้คำศัพท์หรูหราที่ไม่มีเนื้อหาสาระที่จับต้องได้
นอกเหนือจากงานวิชาการที่เคร่งเครียด Pullum ยังเป็นผู้ริเริ่มหรือส่งเสริมการใช้คำศัพท์ที่กลายเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น eggcorn (การจำคำผิดจนเกิดคำใหม่ที่มีความหมายใกล้เคียง), snowclone (รูปแบบประโยคที่ถูกนำมาดัดแปลงใช้ซ้ำๆ) และ linguification
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความหลากหลายในอาชีพ: เคยเป็นนักดนตรีในวง Geno Washington & the Ram Jam Band ก่อนเข้าสู่สายวิชาการ
- ผลงานชิ้นเอก: ร่วมเขียน The Cambridge Grammar of the English Language ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
- จุดยืนทางทฤษฎี: สนับสนุน Model-theoretic grammar และคัดค้านแนวคิด Generative ของ Chomsky
- การสร้างคำ: เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้คำว่า eggcorn และ snowclone เป็นที่รู้จัก
- ประวัติการทำงาน: เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในสหรัฐฯ (UC Santa Cruz) และสหราชอาณาจักร (University of Edinburgh)
คำถามที่พบบ่อย
Geoffrey Keith Pullum มีความสำคัญอย่างไรต่อวงการภาษาศาสตร์?
เขามีบทบาทสำคัญในการสร้างตำราไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ละเอียดและเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดเล่มหนึ่ง และเป็นผู้ท้าทายทฤษฎีภาษาศาสตร์กระแสหลัก ทำให้เกิดการถกเถียงและพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ในการวิเคราะห์โครงสร้างภาษา
ความแตกต่างระหว่างไวยากรณ์แบบ Prescriptive และ Descriptive คืออะไร?
Prescriptive คือการกำหนดกฎเกณฑ์ว่า "ควร" ใช้ภาษาอย่างไร (เหมือนกฎในตำราเรียนสมัยก่อน) ส่วน Descriptive ซึ่ง Pullum สนับสนุน คือการสังเกตและอธิบายว่าผู้คน "ใช้" ภาษาจริงๆ อย่างไรในชีวิตประจำวัน
คำว่า Eggcorn ที่ Pullum ส่งเสริมหมายถึงอะไร?
Eggcorn คือการที่ผู้พูดจำคำศัพท์ผิดหรือได้ยินผิด แล้วนำมาสร้างเป็นคำใหม่ที่ออกเสียงคล้ายเดิมและยังพอจะเดาความหมายได้ เช่น การใช้คำที่ผิดแต่ฟังดูสมเหตุสมผลในมุมของผู้พูด
ทำไม Pullum ถึงวิจารณ์ Noam Chomsky?
เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการนำเสนอทฤษฎีของ Chomsky ที่เขามองว่าขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ และวิจารณ์ว่าการสร้างทฤษฎีบางอย่างของ Chomsky กลายเป็นเรื่องของตัวบุคคล (Personality cult) มากกว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้
Model-theoretic grammar แตกต่างจากไวยากรณ์ทั่วไปอย่างไร?
แทนที่จะพยายามสร้างรายการประโยคทั้งหมดที่เป็นไปได้ในภาษา (Generative) แนวคิดนี้จะกำหนด "เงื่อนไข" หรือ "ข้อจำกัด" ทางโครงสร้างไว้ หากประโยคใดผ่านเงื่อนไขเหล่านี้ ก็จะถือว่าเป็นประโยคที่ถูกต้องตามไวยากรณ์