← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
George Lakoff กับทฤษฎีอุปลักษณ์ทางมโนทัศน์และการทำงานของจิตใจ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

George Lakoff กับทฤษฎีอุปลักษณ์ทางมโนทัศน์และการทำงานของจิตใจ

George Lakoff กับทฤษฎีอุปลักษณ์ทางมโนทัศน์และการทำงานของจิตใจ George Philip Lakoff เป็นนักปรัชญาและนักภาษาศาสตร์พุทธิปัญญา (Cognitive Linguist) ชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพล ซ…

George LakoffConceptual MetaphorEmbodied CognitionCognitive Linguistics

George Lakoff กับทฤษฎีอุปลักษณ์ทางมโนทัศน์และการทำงานของจิตใจ

George Philip Lakoff เป็นนักปรัชญาและนักภาษาศาสตร์พุทธิปัญญา (Cognitive Linguist) ชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่โลกวิชาการด้วยการนำเสนอว่า ชีวิตและความคิดของมนุษย์ถูกขับเคลื่อนด้วย อุปลักษณ์ทางมโนทัศน์ (Conceptual Metaphor) หรือการใช้สิ่งหนึ่งเพื่ออธิบายอีกสิ่งหนึ่งที่มีความซับซ้อนกว่า เพื่อให้เราสามารถทำความเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ในโลกได้ง่ายขึ้น

Lakoff ใช้เวลาหลายทศวรรษในการถ่ายทอดความรู้ในฐานะศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ที่ University of California, Berkeley ตั้งแต่ปี 1972 จนถึงปี 2016 โดยผลงานของเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของภาษา แต่ยังขยายขอบเขตไปสู่การวิเคราะห์การเมือง วรรณกรรม และแม้กระทั่งคณิตศาสตร์

Content image

การตีความอุปลักษณ์ในมุมมองใหม่

ในอดีต โลกวิทยาศาสตร์ตะวันตกมักมองว่า อุปลักษณ์ (Metaphor) เป็นเพียงเครื่องมือทางภาษาที่ใช้เพื่อความสวยงามหรือการเปรียบเปรยเท่านั้น แต่ Lakoff และ Mark Johnson ได้นำเสนอแนวคิดที่ต่างออกไปในหนังสือ Metaphors We Live By (1980) โดยระบุว่าอุปลักษณ์คือโครงสร้างทางความคิดที่เป็นรากฐานของการรับรู้และการกระทำของมนุษย์

เขาอธิบายว่า ยิ่งเรื่องใดมีความเป็นนามธรรมสูง เรายิ่งต้องพึ่งพาอุปลักษณ์หลายชั้นเพื่อทำความเข้าใจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือแนวคิดที่ว่า "การโต้เถียงคือสงคราม" (Argument is War) ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านคำพูดที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น "เขาเอาชนะการโต้เถียงได้" หรือ "ข้อโต้แย้งของเขาถูกยิงทิ้งจนหมดสิ้น" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรามองการแลกเปลี่ยนทางความคิดเป็นการต่อสู้เพื่อชัยชนะ

ทฤษฎีจิตใจที่ผูกพันกับร่างกาย (Embodied Mind)

Lakoff เสนอแนวคิด Embodied Cognition หรือ พุทธิปัญญาที่ผูกพันกับร่างกาย ซึ่งเชื่อว่ากระบวนการคิดของมนุษย์ แม้แต่การใช้เหตุผลในระดับสูงสุด ไม่ได้แยกขาดจากร่างกาย แต่ขึ้นอยู่กับระบบประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว และอารมณ์

เขาสรุปเหตุผลสนับสนุนแนวคิดนี้ไว้ 3 ประการหลัก:

  • หลักฐานทางประสาทวิทยา: แนวคิดเรื่องสีหรือความสัมพันธ์ทางพื้นที่ ถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการรับรู้และการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
  • การวิเคราะห์ภาษาภาพพจน์: การใช้เหตุผลในเรื่องนามธรรม เช่น เศรษฐศาสตร์หรือศีลธรรม มีรากฐานมาจากประสบการณ์พื้นฐานทางกายภาพ
  • ธรรมชาติของหมวดหมู่: มนุษย์ไม่ได้แบ่งแยกสิ่งต่างๆ เป็นขาวหรือดำอย่างเด็ดขาด แต่มีความซับซ้อนและยืดหยุ่น เช่นเดียวกับโครงสร้างทางชีวภาพของร่างกายเรา

อิทธิพลของภาษาต่อการเมืองและการสร้างกรอบแนวคิด

Lakoff ได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีของเขาเพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างทางความคิดทางการเมือง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา เขาพบว่าผู้มีแนวคิดอนุรักษนิยมและเสรีนิยมใช้ "อุปลักษณ์ของครอบครัว" ที่แตกต่างกันในการมองรัฐบาล:

  1. โมเดลพ่อที่เข้มงวด (Strict Father Model): มองว่ารัฐบาลควรเป็นเหมือนพ่อที่เด็ดขาด มีหน้าที่ระเบียบวินัยเพื่อให้พลเมืองมีความรับผิดชอบ และจะไม่เข้าแทรกแซงเมื่อพลเมืองดูแลตัวเองได้แล้ว
  2. โมเดลผู้ปกครองที่เกื้อกูล (Nurturant Parent Model): มองว่ารัฐบาลควรเป็นผู้ดูแลที่คอยปกป้องพลเมืองจากปัจจัยลบ เช่น ความยากจน หรือความไม่ยุติธรรมในสังคม

นอกจากนี้ เขายังเสนอเทคนิค "แซนด์วิชความจริง" (Truth Sandwich) เพื่อรับมือกับการโกหกของนักการเมือง โดยเริ่มจาก การบอกความจริง $\rightarrow$ ชี้ให้เห็นคำลวง (โดยไม่ย้ำคำนั้น) $\rightarrow$ ตบท้ายด้วยความจริงอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้กรอบความคิดที่ผิดฝังรากลึกลงในใจผู้ฟัง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • George Lakoff: นักภาษาศาสตร์พุทธิปัญญาผู้เสนอว่าอุปลักษณ์เป็นรากฐานของความคิด ไม่ใช่แค่เรื่องของภาษา
  • Embodied Mind: แนวคิดที่ว่าการคิดและการใช้เหตุผลของมนุษย์ถูกกำหนดโดยโครงสร้างทางกายภาพและระบบประสาท
  • Framing: การใช้ภาษาเพื่อสร้างกรอบการรับรู้ ซึ่งส่งผลต่อทัศนคติทางการเมืองและสังคม
  • ความขัดแย้งทางวิชาการ: เคยมีข้อพิพาทรุนแรงกับ Noam Chomsky ในช่วง "สงครามภาษาศาสตร์" (Linguistics Wars) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไวยากรณ์และความหมาย
สรุปแนวคิดหลักของ George Lakoff
หัวข้อ แนวคิดเดิม (Traditional View) แนวคิดของ Lakoff
อุปลักษณ์ (Metaphor) เป็นเพียงการประดับประดาทางภาษา เป็นโครงสร้างหลักในการคิดและทำความเข้าใจโลก
จิตใจ (Mind) แยกขาดจากร่างกาย (Dualism) ผูกพันและถูกกำหนดโดยร่างกาย (Embodied)
คณิตศาสตร์ เป็นความจริงสากลที่อยู่นอกเหนือมนุษย์ เป็นผลผลิตจากโครงสร้างทางพุทธิปัญญาของมนุษย์
การเมือง เกิดจากนโยบายและผลประโยชน์ เกิดจากอุปลักษณ์และกรอบแนวคิด (Frames) ที่ฝังรากในใจ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

อุปลักษณ์ทางมโนทัศน์แตกต่างจากคำอุปมาทั่วไปอย่างไร?

คำอุปมาทั่วไปมักถูกมองว่าเป็นเพียงการเปรียบเทียบเพื่อความสวยงาม แต่ อุปลักษณ์ทางมโนทัศน์ คือการที่สมองใช้โครงสร้างจากเรื่องหนึ่ง (เช่น สงคราม) มาเป็นพื้นฐานในการคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง (เช่น การโต้เถียง) ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของเราโดยไม่รู้ตัว

แนวคิด Embodied Mind ส่งผลต่อความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายอย่างไร?

Lakoff มองว่าหากจิตสำนึกและความคิดผูกติดกับระบบประสาทและร่างกายอย่างสมบูรณ์ เมื่อร่างกายดับสูญ จิตวิญญาณที่ไม่มีคุณสมบัติทางกายภาพย่อมไม่สามารถรู้สึก นึกคิด หรือมีบุคลิกภาพได้ ซึ่งนำไปสู่มุมมองเชิงกายภาพนิยมต่อเรื่องชีวิตหลังความตาย

ทำไม Lakoff ถึงแนะนำให้เลี่ยงคำศัพท์บางคำในการเมือง?

เพราะคำศัพท์บางคำถูกสร้างมาเพื่อ "สร้างกรอบ" (Frame) ให้เราคิดตาม เช่นคำว่า "การบรรเทาภาษี" (Tax Relief) ซึ่งทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าภาษีคือ "ความทุกข์ทรมาน" ที่ต้องได้รับการเยียวยา การใช้คำเหล่านี้จึงเป็นการยอมรับกรอบความคิดของฝ่ายตรงข้ามโดยไม่รู้ตัว

ความขัดแย้งระหว่าง Lakoff และ Noam Chomsky คืออะไร?

เป็นความขัดแย้งในเรื่อง Generative Semantics โดย Lakoff เชื่อว่าความหมายและบริบทมีผลต่อโครงสร้างไวยากรณ์ ในขณะที่ Chomsky ในช่วงแรกเสนอว่าไวยากรณ์ (Syntax) ทำงานเป็นอิสระจากความหมาย ซึ่งนำไปสู่การโต้เถียงอย่างรุนแรงในวงการภาษาศาสตร์