← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
George Siemens ผู้บุกเบิกทฤษฎี Connectivism และนวัตกรรมการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

George Siemens ผู้บุกเบิกทฤษฎี Connectivism และนวัตกรรมการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

George Siemens ผู้บุกเบิกทฤษฎี Connectivism และนวัตกรรมการเรียนรู้ยุคดิจิทัล ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว George Siemens ศาสตราจารย์ชาวแคนาดาผ…

George SiemensConnectivismMOOCscMOOCs

George Siemens ผู้บุกเบิกทฤษฎี Connectivism และนวัตกรรมการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว George Siemens ศาสตราจารย์ชาวแคนาดาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนิยามความหมายของการเรียนรู้ใหม่ เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาทฤษฎี Connectivism หรือทฤษฎีการเชื่อมโยง ซึ่งมุ่งเน้นการทำความเข้าใจว่ามนุษย์เรียนรู้ได้อย่างไรในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลถูกกระจายอยู่ตามเครือข่ายต่างๆ

Content image

เส้นทางวิชาการและการทำงาน

George Siemens สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) ด้านจิตวิทยาจาก University of Aberdeen ในปี 2011 โดยมีผลงานวิทยานิพนธ์ที่โดดเด่นคือการสร้าง Sensemaking Wayfinding Information Model (SWIM) ซึ่งเป็นแบบจำลองที่ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของปัจเจกบุคคลภายในเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อดูว่าผู้คนค้นหาและสร้างความหมายจากข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างไร

ตลอดอาชีพการทำงาน Siemens ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายสถาบันชั้นนำ ดังนี้:

  • University of Texas at Arlington: ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา และเป็นผู้อำนวยการบริหารของ LINK Lab (Learning Innovation and Networked Knowledge Research Lab)
  • University of South Australia: ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และผู้อำนวยการของ Centre for Change and Complexity in Learning
  • Athabasca University: เคยเป็นศาสตราจารย์ประจำศูนย์การศึกษาทางไกล และนักยุทธศาสตร์ที่ TEKRI โดยปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ
  • University of Manitoba: เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาที่ Learning Technologies Centre

บทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ MOOCs

หนึ่งในผลงานที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการศึกษาโลกคือการร่วมมือกับ Stephen Downes ในปี 2008 เพื่อออกแบบและสอนหลักสูตร MOOCs (Massive Open Online Courses) หรือหลักสูตรออนไลน์แบบเปิดสำหรับมวลชน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการผลักดันแนวคิด "การสอนแบบเปิด" (Open Teaching) ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ความแตกต่างระหว่าง cMOOCs และ xMOOCs

Siemens ได้จำแนกรูปแบบของ MOOCs ออกเป็นสองประเภทหลัก เพื่อให้เห็นความแตกต่างของปรัชญาการสอน:

  1. cMOOCs (Connectivist MOOCs): เป็นรูปแบบที่ Siemens พัฒนาขึ้นโดยใช้พื้นฐานจากทฤษฎี Connectivism เน้นการสร้างเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เรียน
  2. xMOOCs: เป็นหลักสูตรที่จัดโดยสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งมักใช้แนวทางแบบ Instructivism (เน้นการถ่ายทอดความรู้จากผู้สอน) หรือ Constructivism (เน้นการสร้างความรู้ด้วยตนเอง)

ปัจจุบัน Siemens และคณะทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญท่านอื่น เช่น Ryan S. Baker และ Dragan Gasevic เพื่อพยายามผสานจุดเด่นของทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ให้สูงสุด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญหลัก: การวิเคราะห์การเรียนรู้ (Learning Analytics), MOOCs และการศึกษาดิจิทัล
  • ทฤษฎีเด่น: Connectivism ซึ่งมองว่าการเรียนรู้คือกระบวนการเชื่อมต่อโหนดข้อมูล
  • เกียรติประวัติ: ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก Universidad de San Martin de Porres และ University of the Fraser Valley
  • ผลงานวิจัย: พัฒนาแบบจำลอง SWIM เพื่อศึกษาพฤติกรรมในเครือข่ายสังคม
สรุปข้อมูลประวัติและผลงานของ George Siemens
หัวข้อ รายละเอียด
สัญชาติ แคนาดา
การศึกษาสูงสุด PhD จิตวิทยา, University of Aberdeen
ทฤษฎีที่สร้างชื่อเสียง Connectivism (ทฤษฎีการเชื่อมโยง)
นวัตกรรมการสอน ผู้ร่วมบุกเบิก cMOOCs
ตำแหน่งปัจจุบันที่สำคัญ ผู้อำนวยการ Centre for Change and Complexity in Learning (UniSA)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Connectivism คืออะไร?

คือทฤษฎีการเรียนรู้สำหรับยุคดิจิทัลที่เสนอว่า การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ภายในตัวบุคคล แต่เกิดจากการสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อระหว่างแหล่งข้อมูล ผู้คน และเทคโนโลยี

cMOOCs แตกต่างจาก MOOCs ทั่วไปอย่างไร?

cMOOCs เน้นการสร้างเครือข่ายและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เรียน (Connectivist) ในขณะที่ MOOCs ทั่วไป (xMOOCs) มักเน้นการส่งต่อเนื้อหาจากผู้สอนไปยังผู้เรียนตามโครงสร้างที่กำหนดไว้

แบบจำลอง SWIM คืออะไร?

SWIM หรือ Sensemaking Wayfinding Information Model คือแบบจำลองที่ George Siemens พัฒนาขึ้นเพื่อทำความเข้าใจว่าบุคคลมีวิธีการนำทางและสร้างความหมายจากข้อมูลในสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ซับซ้อนได้อย่างไร

George Siemens มีบทบาทอย่างไรในปัจจุบัน?

เขายังคงทำงานวิจัยและบริหารจัดการด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ โดยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ University of Texas at Arlington และผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ที่ University of South Australia