George Smith ตำนานแฟลนเกอร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการรักบี้ออสเตรเลีย
หากจะกล่าวถึงหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่ง Flanker (ผู้เล่นแถวสองที่ทำหน้าที่ป่วนเกมและแย่งบอล) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์รักบี้ระดับโลก ชื่อของ George Smith จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ ด้วยทักษะการชิงบอลที่ยอดเยี่ยมและความสม่ำเสมอในการเล่น ทำให้เขากลายเป็นไอคอนของทีมชาติออสเตรเลียหรือทีม Wallabies และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
George Smith เริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยความโดดเด่นตั้งแต่ระดับเยาวชนในเมือง Manly รัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยเขาผ่านการเล่นให้กับโรงเรียน Cromer High School และทีมเยาวชนหลายระดับ จนกระทั่งถูกดึงตัวเข้าสู่ทีมอาชีพอย่าง ACT Brumbies ในปี 1999 โดยการผลักดันของ Eddie Jones ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการ

เส้นทางสู่ความสำเร็จกับ Brumbies และทีมชาติออสเตรเลีย
ในช่วงปี 2000 ถึง 2010 George Smith ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตำแหน่งแฟลนเกอร์ เขาลงเล่นให้กับ Brumbies ถึง 142 นัด และก้าวขึ้นเป็นกำลังหลักของทีมชาติออสเตรเลีย โดยลงสนามในนามทีมชาติรวม 111 นัด ความสามารถในการคุมเกมบริเวณ Breakdown (จังหวะที่ผู้เล่นรุมแย่งบอลหลังจากมีการแท็กเกิล) ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในช่วงนี้คือการได้รับรางวัล John Eales Medal ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของออสเตรเลีย โดยเขาเป็นคนแรกที่สามารถคว้ารางวัลนี้ได้ถึงสองครั้ง นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีม Wallabies ในศึก Rugby World Cup ปี 2007 ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำและความเคารพที่เพื่อนร่วมทีมมีให้
ตารางสรุปสถิติการลงสนามในระดับสโมสรและทีมชาติ
| ทีม / ระดับการแข่งขัน | จำนวนนัดที่ลงเล่น (Apps) | คะแนนที่ทำได้ (Points) |
|---|---|---|
| ACT Brumbies | 142 | 90 |
| ทีมชาติออสเตรเลีย (Wallabies) | 111 | 45 |
| Suntory Sungoliath | 67 | 87 |
| Toulon | 30 | 5 |
| Wasps | 26 | 5 |
| Lyon OU | 25 | 15 |
| Bristol Bears | 23 | 0 |
| Queensland Reds | 22 | 10 |
| Stade Français | 8 | 5 |
การผจญภัยในลีกต่างแดนและการปิดฉากอาชีพ
หลังจากประกาศอำลาทีมชาติในปี 2010 George Smith ได้ออกเดินทางไปหาประสบการณ์ในลีกชั้นนำทั่วโลก เริ่มจากการเซ็นสัญญากับ Toulon ในฝรั่งเศส ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อในญี่ปุ่นกับ Suntory Sungoliath ด้วยสัญญาที่มีมูลค่าสูงที่สุดสำหรับผู้เล่นชาวออสเตรเลียในขณะนั้น
เขายังได้กลับมาช่วยทีม Brumbies ในระยะสั้นปี 2013 และสร้างประวัติศาสตร์กลับมาลงเล่นให้ทีมชาติออสเตรเลียอีกครั้งในนัดสุดท้ายที่พบกับ British & Irish Lions ซึ่งเป็นการทำลายสถิติระยะเวลาห่างระหว่างนัดแรกและนัดสุดท้ายที่พบกับทีม Lions ของ Colin Meads
ในช่วงท้ายของอาชีพ เขาได้ย้ายไปเล่นในอังกฤษกับทีม Wasps ซึ่งเขายังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีก Aviva Premiership มาครองได้สำเร็จ ก่อนจะปิดฉากอาชีพนักรักบี้อาชีพกับทีม Bristol Bears ในปี 2019
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งหลัก: Flanker และ Number 8
- เกียรติยศสูงสุด: ได้รับการแต่งตั้งเป็น Member of the Order of Australia (AM) ในปี 2012
- สถิติทีมชาติ: เป็นกองหน้า (Forward) ที่ลงเล่นให้ทีม Wallabies มากที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์
- เอกลักษณ์: เคยไว้ผมทรงเดรดล็อก (Dreadlocks) ซึ่งต่อมาเขาได้ตัดและบริจาคเพื่อการกุศลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเด็ก
- หอเกียรติยศ: ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Pasifika Rugby Hall of Fame (2024) และ ACT Sport Hall of Fame (2025)
คำถามที่พบบ่อย
George Smith เล่นตำแหน่งอะไรในทีมรักบี้?
เขาเล่นในตำแหน่ง Flanker (แฟลนเกอร์) และ Number 8 ซึ่งเป็นตำแหน่งในกลุ่มกองหน้าที่เน้นการแย่งชิงบอลและการเข้าปะทะ
รางวัลที่โดดเด่นที่สุดของ George Smith คืออะไร?
เขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับรางวัล John Eales Medal ซึ่งเป็นรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของออสเตรเลียถึง 2 ครั้ง และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของ Super 14 ติดต่อกัน 4 ปี (2006-2009)
เขามีความเกี่ยวข้องกับผู้เล่นคนอื่นในทีม Brumbies หรือไม่?
ใช่ เขาเป็นพี่ชายของ Tyrone Smith ซึ่งเป็นผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันและเคยร่วมทีม Brumbies รวมถึงเป็นตัวแทนทีมชาติตองกาในรักบี้ลีกด้วย
George Smith เคยเล่นให้กับสโมสรในประเทศใดบ้าง?
เขาเคยค้าแข้งใน 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย (Brumbies, Queensland Reds), ฝรั่งเศส (Toulon, Stade Français, Lyon OU), ญี่ปุ่น (Suntory Sungoliath) และอังกฤษ (Wasps, Bristol Bears)
ทำไมเขาถึงเป็นที่จดจำในเรื่องของทรงผม?
เขาเป็นที่รู้จักจากทรงผมเดรดล็อกที่เป็นเอกลักษณ์ จนกระทั่งปี 2006 เขาได้ตัดสินใจตัดผมนี้เพื่อนำไปบริจาคให้กับการกุศลเพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง