Gregory Chamitoff วิศวกรอวกาศผู้สร้างตำนานบนสถานีอวกาศนานาชาติ
Gregory Errol Chamitoff คือบุคคลผู้ผสมผสานความเป็นเลิศทางวิศวกรรมเข้ากับจิตวิญญาณของการสำรวจ เขาเป็นวิศวกรชาวอเมริกันเชื้อสายแคนาดาและอดีตนักบินอวกาศของ NASA ผู้ซึ่งสร้างผลงานโดดเด่นทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศ โดยเขาได้เดินทางสู่สเปซทั้งหมด 2 ครั้ง รวมระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) และภารกิจกระสวยอวกาศที่สำคัญ

เส้นทางการศึกษาและความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรม
แรงบันดาลใจในการเป็นนักบินอวกาศของ Chamitoff เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เมื่อเขาได้เห็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อย่างการลงจอดบนดวงจันทร์ของ Apollo 11 ซึ่งนำไปสู่ความมุ่งมั่นในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างเข้มข้น
เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก California Polytechnic State University และคว้าปริญญาโทด้านวิศวกรรมการบินจาก Caltech ก่อนจะคว้าปริญญาเอก (Ph.D.) ด้านการบินและอวกาศจากสถาบัน MIT โดยวิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิตของเขามุ่งเน้นไปที่ Robust Intelligent Flight Control หรือระบบควบคุมการบินอัจฉริยะที่มีความเสถียรสำหรับยานพาหนะความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Vehicles) นอกจากนี้เขายังได้รับปริญญาโทอีกใบด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ (วิทยาศาสตร์อวกาศ) จาก University of Houston–Clear Lake

ก่อนจะก้าวเข้าสู่บทบาทนักบินอวกาศ Chamitoff ได้สั่งสมประสบการณ์ผ่านโครงการสำคัญของ NASA มากมาย เช่น การวิเคราะห์ความเสถียรในการกางกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) และการพัฒนาระบบควบคุมท่าทางของสถานีอวกาศ Freedom รวมถึงเคยเป็นศาสตราจารย์เยี่ยมเยียนที่ University of Sydney เพื่อวิจัยด้านยานพาหนะบินอัตโนมัติ
ภารกิจพิชิตห้วงอวกาศและผลงานโดดเด่น
Chamitoff ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่กลุ่มนักบินอวกาศของ NASA ในปี 1998 และผ่านการฝึกฝนจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจ (Mission Specialist) โดยเขามีบทบาทสำคัญในสองภารกิจหลัก ดังนี้:
- Expedition 17 และ 18: เขาปฏิบัติหน้าที่เป็นวิศวกรการบินและเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เป็นเวลา 6 เดือน โดยเดินทางไปด้วยกระสวยอวกาศ STS-124 และกลับด้วย STS-126
- STS-134: ภารกิจสุดท้ายของกระสวยอวกาศ Endeavour ซึ่ง Chamitoff ได้ทำหน้าที่ติดตั้งเครื่องตรวจวัดอนุภาคแม่เหล็กอัลฟา (Alpha Magnetic Spectrometer) และทำการเดินอวกาศ (EVA) เพื่อให้การก่อสร้างส่วนของสหรัฐฯ บน ISS เสร็จสมบูรณ์

นอกเหนือจากงานด้านวิทยาศาสตร์ Chamitoff ยังนำสีสันมาสู่ห้วงอวกาศด้วยการนำ เบเกิล (Bagels) จากร้านของญาติขึ้นไปรับประทานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และใช้เวลาว่างในการเล่นหมากรุกกับศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินผ่านระบบสื่อสาร รวมถึงร่วมถ่ายทำภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง Apogee of Fear และโชว์มายากลครั้งแรกในอวกาศร่วมกับเพื่อนร่วมทีม

หนึ่งในมรดกที่สำคัญที่สุดของเขาคือการก่อตั้ง Zero Robotics ซึ่งเป็นการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์สำหรับนักเรียนมัธยมปลาย เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมกับเทคโนโลยีอวกาศ

บทบาทในปัจจุบันและชีวิตส่วนตัว
ปัจจุบัน Gregory Chamitoff ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมปฏิบัติการ (Professor of Engineering Practice) ณ Texas A&M University โดยถ่ายทอดความรู้ด้านการปฏิบัติการบินในอวกาศและระบบควบคุมยานพาหนะให้แก่คนรุ่นหลัง
ในด้านชีวิตส่วนตัว เขาแต่งงานกับ Dr. Alison Chantal Caviness และมีบุตร 2 คน เขามีงานอดิเรกที่หลากหลายและท้าทาย เช่น การดำน้ำลึก (ระดับ Divemaster), การบิน (นักบินที่ได้รับใบอนุญาต Instrument Rated), ศิลปะการต่อสู้ไอคิโด และการเล่นกีตาร์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ระยะเวลาในอวกาศ: รวม 198 วัน 18 ชั่วโมง 2 นาที
- การเดินอวกาศ (EVA): ทำทั้งหมด 2 ครั้ง รวมเวลา 13 ชั่วโมง 43 นาที
- ความสำเร็จทางวิชาการ: ปริญญาเอกจาก MIT และปริญญาโทจาก Caltech และ University of Houston–Clear Lake
- ผลงานสร้างสรรค์: ผู้ก่อตั้งการแข่งขัน Zero Robotics และผู้นำเบเกิลขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรก
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 6 สิงหาคม 1962 (มอนทรีออล, แคนาดา) |
| ตำแหน่งใน NASA | นักบินอวกาศ / ผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจ (Mission Specialist) |
| ภารกิจหลัก | STS-124, STS-126, STS-134 (Expedition 17/18) |
| ความเชี่ยวชาญ | การควบคุมการบินความเร็วเหนือเสียง และหุ่นยนต์อวกาศ |
| รางวัลเกียรติยศ | NASA Distinguished Service Medal, California Astronaut Hall of Fame |
คำถามที่พบบ่อย
Gregory Chamitoff มีบทบาทอย่างไรในภารกิจ STS-134?
เขาทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจ โดยได้ทำการเดินอวกาศ 2 ครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายถือเป็นจุดสิ้นสุดของการก่อสร้างโครงสร้างหลักในส่วนของสหรัฐฯ บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
Zero Robotics คืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เป็นโครงการแข่งขันที่ Chamitoff ก่อตั้งขึ้นหลังจากได้ทดลองใช้หุ่นยนต์ SPHERES บน ISS โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมปลายได้เขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ
เขานำสิ่งของแปลกใหม่อะไรขึ้นไปบนอวกาศบ้าง?
เขาเป็นคนแรกที่นำเบเกิล (Bagels) จำนวน 18 ชิ้นขึ้นไปบนอวกาศ และยังนำชุดหมากรุกแบบติดตีนตุ๊กแก (Velcro) ขึ้นไปเพื่อเล่นแข่งกับเจ้าหน้าที่ควบคุมภารกิจบนโลก
การศึกษาระดับสูงสุดของเขาคือด้านใด?
เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Ph.D.) ด้านการบินและอวกาศ (Aeronautics and Astronautics) จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT
ปัจจุบันเขายังทำงานกับ NASA หรือไม่?
ปัจจุบันเขาผันตัวมาเป็นอาจารย์ โดยเป็นศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมปฏิบัติการที่ Texas A&M University เพื่อสอนวิชาด้านการปฏิบัติการบินในอวกาศและระบบควบคุมยานพาหนะ