Hannah McGlade นักกฎหมายและนักวิชาการผู้ขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนชาวอะบอริจิน
Hannah McGlade คือบุคคลสำคัญในแวดวงวิชาการและกฎหมายของออสเตรเลีย เธอเป็นสตรีชาว Kurin Minang Noongar จากชนเผ่า Bibulman ซึ่งเป็นกลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ปัจจุบันเธอมีบทบาทโดดเด่นในฐานะรองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Curtin และเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับกลุ่มชนพื้นเมืองในระดับสากล

เส้นทางการศึกษาและความสำเร็จทางวิชาการ
McGlade สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญให้กับวงการกฎหมายของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยเธอเป็นผู้หญิงชาวอะบอริจินคนแรกที่สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย Murdoch ในปี 1995 และเป็นคนแรกที่จบกฎหมายจากสถาบันการศึกษาในรัฐนี้ ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทนายความและเนติบัณฑิตของศาลสูงสุดแห่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียในปี 1996
ความมุ่งมั่นในการศึกษาของเธอยังดำเนินต่อไปจนได้รับปริญญาโทด้านกฎหมายในปี 2001 และบรรลุจุดสูงสุดทางวิชาการด้วยปริญญาเอก (PhD) ในปี 2011 โดยวิทยานิพนธ์ของเธอที่ศึกษาเกี่ยวกับ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็กชาวอะบอริจินและระบบยุติธรรมทางอาญา ได้รับรางวัล Stanner Award จากสถาบัน AIATSIS ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับงานวิชาการยอดเยี่ยมโดยผู้เขียนที่เป็นชาวพื้นเมือง และผลงานชิ้นนี้ได้ถูกนำมาตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ Our Greatest Challenge: Aboriginal children and human rights ในปี 2012
บทบาทการเป็นนักเคลื่อนไหวและผู้พิทักษ์สิทธิ
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ McGlade ได้ใช้ความรู้ทางกฎหมายต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติเชิงระบบ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสตรีและเด็กชาวพื้นเมือง ผลงานที่โดดเด่นของเธอ ได้แก่:
- การต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติ: ในปี 2002 เธอได้ฟ้องร้องวุฒิสมาชิก Ross Lightfoot ในข้อหาเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ หลังจากที่เขาให้ความเห็นเชิงลบต่อชาวอะบอริจิน ซึ่งนำไปสู่การตัดสินว่าวุฒิสมาชิกรายนี้ละเมิดพระราชบัญญัติการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติปี 1975
- การยุติความรุนแรงต่อสตรี: เธอผลักดันให้มีแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อสตรี และร่วมมือกับองค์กร Our Watch เพื่อเรียกร้องให้จัดตั้งสภาเพื่อดูแลสตรีและเด็กชาวอะบอริจิน ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลออสเตรเลียจัดตั้งกลุ่มที่ปรึกษาแผนระดับชาติในปี 2021
- การปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม: เธอวิพากษ์วิจารณ์การทำลายพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ Juukan Gorge ในปี 2020 และคัดค้านร่างกฎหมายมรดกทางวัฒนธรรมของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยยื่นเรื่องให้คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติของสหประชาชาติพิจารณา เนื่องจากขาดการมีส่วนร่วมของชนพื้นเมืองอย่างแท้จริง
บทบาทในระดับนานาชาติและตำแหน่งปัจจุบัน
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน McGlade จึงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับโลก โดยในปี 2016 เธอได้รับแต่งตั้งเป็น Senior Indigenous Fellow ณ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ในกรุงเจนีวา เพื่อสนับสนุนกลไกผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิชนพื้นเมือง (EMRIP)
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2020 เธอได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ เวทีถาวรแห่งสหประชาชาติว่าด้วยประเด็นชนพื้นเมือง (UNPFII) ในฐานะตัวแทนจากภูมิภาคแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและปกป้องสิทธิของชนพื้นเมืองทั่วโลก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เชื้อชาติ: สตรีชาว Kurin Minang Noongar จากชนเผ่า Bibulman
- ความสำเร็จ: ผู้หญิงอะบอริจินคนแรกที่จบกฎหมายในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
- ตำแหน่งปัจจุบัน: รองศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัย Curtin และสมาชิก UNPFII
- ผลงานเด่น: ผู้เขียนหนังสือ Our Greatest Challenge และผู้ก่อตั้งบริการช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรง Djinda ในเมืองเพิร์ท
- รางวัลสำคัญ: รางวัล Stanner Award และทุน Churchill Fellowship ปี 2020
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การศึกษา | LL.B., LL.M. (Murdoch University), PhD (Curtin University) |
| ความเชี่ยวชาญ | กฎหมายชนพื้นเมือง, สิทธิมนุษยชน, การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ |
| บทบาทใน UN | สมาชิก UNPFII และ Senior Indigenous Fellow (OHCHR) |
| รางวัลเกียรติยศ | NAIDOC Student of the Year, Stanner Award, Churchill Fellowship |
คำถามที่พบบ่อย
Hannah McGlade มีความสำคัญอย่างไรต่อวงการกฎหมายออสเตรเลีย?
เธอเป็นผู้บุกเบิกในฐานะผู้หญิงชาวอะบอริจินคนแรกที่สำเร็จการศึกษากฎหมายในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และใช้ความรู้ทางกฎหมายต่อสู้เพื่อสิทธิของชนพื้นเมืองอย่างเป็นรูปธรรม
ผลงานวิจัยที่โดดเด่นที่สุดของเธอคือเรื่องอะไร?
งานวิจัยระดับปริญญาเอกของเธอที่ศึกษาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กชาวอะบอริจิน ซึ่งได้รับรางวัล Stanner Award และถูกนำไปพัฒนาเป็นหนังสือเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
เธอมีบทบาทอย่างไรในระดับสหประชาชาติ?
เธอทำงานร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และเป็นสมาชิกของเวทีถาวรแห่งสหประชาชาติว่าด้วยประเด็นชนพื้นเมือง (UNPFII) เพื่อเป็นตัวแทนภูมิภาคแปซิฟิก
เธอเคยต่อสู้ในประเด็นการเหยียดเชื้อชาติอย่างไรบ้าง?
เธอเคยฟ้องร้องวุฒิสมาชิกที่ใช้ถ้อยคำเหยียดหยามชาวอะบอริจินว่าเป็เชื้อชาติที่ล้าหลังที่สุดในโลก จนนำไปสู่การตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
ทัศนะของเธอต่อการปกป้องพื้นที่ทางวัฒนธรรมเป็นอย่างไร?
เธอคัดค้านการทำลายพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยบริษัทเหมืองแร่และรัฐบาล โดยเน้นย้ำว่าควรรับฟังเสียงของชาวอะบอริจินในการปกป้องดินแดนและวัฒนธรรมของตนเอง