Harry Blain ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการค้าศิลปะระดับโลก
ในโลกของศิลปะร่วมสมัย ชื่อของ Harry Blain เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ค้างานศิลปะชาวอังกฤษที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดศิลปะระดับสากล ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการบริหารจัดการแกลเลอรีชั้นนำหลายแห่ง ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการศิลปะของสหราชอาณาจักร
เส้นทางการสร้างอาณาจักรแกลเลอรี
Harry Blain เริ่มต้นก้าวแรกในวงการในปี 1992 ด้วยการเปิด Blains Fine Art ซึ่งเป็นแกลเลอรีแห่งแรกของเขา โดยที่นี่ได้จัดนิทรรศการที่สร้างชื่อเสียงมากมาย เช่น "In the Eye of the Beholder" ที่รวบรวมผลงานของศิลปินระดับตำนานอย่าง Matisse, Degas และ Andy Warhol รวมถึงนิทรรศการ "London School" ที่นำเสนอผลงานของ Francis Bacon, Lucian Freud, Frank Auerbach และ Leon Kossoff

ต่อมาในปี 2002 เขาได้เปลี่ยนชื่อแกลเลอรีเป็น Haunch of Venison ตามชื่อถนนในย่าน Mayfair ที่ตั้งของแกลเลอรี โดยได้ขยายสาขาไปยังเมืองสำคัญทั่วโลก ทั้งเบอร์ลิน, ซูริก, นิวยอร์ก และมอสโก ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง David Adjaye และ Caruso St John นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงงานศิลปะรัสเซียช่วงปลายศตวรรษที่ 20 และงาน Abstract Expressionism (ลัทธิสำแดงพลังอารมณ์นามธรรม) อีกด้วย
ในปี 2007 Haunch of Venison ถูกซื้อกิจการโดย Christie’s สถาบันประมูลงานศิลปะระดับโลก โดย Blain ได้รับหน้าที่ดูแลการขายส่วนบุคคลทั่วโลก (Global private sales) ของสถาบันแห่งนี้ ซึ่งแกลเลอรีเดิมได้ย้ายไปอยู่ที่ 6 Burlington Gardens และเป็นตัวแทนศิลปินกว่า 50 ท่าน รวมถึงผู้ชนะรางวัล Turner Prize ถึง 5 คน เช่น Rachel Whiteread, Tony Cragg และ Richard Long
การขยายตัวสู่ Blain|Southern และ Blain di Donna
ในปี 2010 Harry Blain ร่วมกับ Graham Southern ก่อตั้งแกลเลอรี Blain|Southern ซึ่งมีสาขาในลอนดอนและนิวยอร์ก โดยเน้นการจัดนิทรรศการที่ได้รับคำชมอย่างสูง เช่น งานวาดเส้นของ Lucian Freud, ผลงานของ Damien Hirst และ Felix Gonzalez-Torres ในนิทรรศการ "Candy" รวมถึงงานของ Bill Viola, Marcel Duchamp และ Edward Kienholz นอกจากนี้เขายังได้ร่วมกับ Emmanuel di Donna ก่อตั้ง Blain di Donna เพื่อมุ่งเน้นงานศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) โดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม Blain|Southern ได้ปิดตัวลงในปี 2020 ซึ่งหลังจากนั้น Harry Blain ได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดให้กับลูกค้ารายบุคคล เพื่อช่วยในการสร้างและสะสมคอลเลกชันงานศิลปะที่มีคุณภาพ
ผู้บุกเบิกตลาดศิลปะดิจิทัลและบทบาททางสังคม
นอกเหนือจากแกลเลอรีแบบดั้งเดิม Blain ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Sedition ในปี 2011 ซึ่งเป็นตลาดออนไลน์แห่งแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้สะสมสามารถซื้อ แบ่งปัน และขายงานศิลปะดิจิทัลได้ ซึ่ง Sedition ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดก่อนที่จะเกิดกระแส NFT (Non-Fungible Token หรือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัว) ในเวลาต่อมา
ในด้านชีวิตส่วนตัวและสังคม Harry Blain แต่งงานสองครั้งและมีบุตร 4 คน เขาเป็นผู้สนับสนุนงานการกุศลอย่างแข็งขัน เช่น มูลนิธิ Naked Heart Foundation และร่วมเป็นประธานจัดงาน NSPCC Ball นอกจากนี้เขายังเคยปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง "Palermo Shooting" ของผู้กำกับ Wim Wenders โดยรับบทเป็นผู้ค้างานศิลปะชื่อ Harry ร่วมแสดงกับนักแสดงชื่อดังอย่าง Lou Reed และ Dennis Hopper
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- จุดเริ่มต้น: ก่อตั้ง Blains Fine Art ในปี 1992
- ความสำเร็จ: บริหาร Haunch of Venison ก่อนจะถูกซื้อโดย Christie’s ในปี 2007
- นวัตกรรม: ร่วมก่อตั้ง Sedition ในปี 2011 ซึ่งเป็นต้นแบบของตลาด NFT
- บทบาทปัจจุบัน: ที่ปรึกษาด้านการสะสมงานศิลปะส่วนบุคคล
- ผลงานบันเทิง: แสดงภาพยนตร์เรื่อง Palermo Shooting ในบทผู้ค้างานศิลปะ
| ปี (ค.ศ.) | เหตุการณ์/องค์กร | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| 1992 | Blains Fine Art | เปิดแกลเลอรีแห่งแรก จัดแสดงงานของ Matisse และ Warhol |
| 2002 | Haunch of Venison | เปลี่ยนชื่อแกลเลอรีและขยายสาขาไปทั่วโลก |
| 2007 | Christie’s | Haunch of Venison ถูกซื้อกิจการ และ Blain ดูแล Global private sales |
| 2010 | Blain|Southern / Blain di Donna | ก่อตั้งแกลเลอรีใหม่เน้นงานร่วมสมัยและศิลปะสมัยใหม่ |
| 2011 | Sedition | สร้างตลาดซื้อขายงานศิลปะดิจิทัลรายแรกๆ ของโลก |
| 2020 | ปิดตัว Blain|Southern | เปลี่ยนมาเน้นการเป็นที่ปรึกษาการสะสมงานศิลปะ |
คำถามที่พบบ่อย
Harry Blain มีความสำคัญอย่างไรต่อวงการ NFT?
เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Sedition ในปี 2011 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายงานศิลปะดิจิทัลแห่งแรกๆ ทำให้ Sedition ถูกมองว่าเป็นผู้บุกเบิกหรือรากฐานสำคัญก่อนที่จะเกิดกระแส NFT ในปัจจุบัน
แกลเลอรี Haunch of Venison มีความโดดเด่นอย่างไร?
เป็นแกลเลอรีที่ขยายตัวไปในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก และเป็นตัวแทนของศิลปินชั้นนำรวมถึงผู้ชนะรางวัล Turner Prize ถึง 5 ท่าน ก่อนจะถูกซื้อกิจการโดยสถาบันประมูล Christie’s
นิทรรศการใดบ้างที่สร้างชื่อให้กับ Blain|Southern?
นิทรรศการที่ได้รับคำชมอย่างมาก ได้แก่ งานวาดเส้นของ Lucian Freud, งาน "Candy" ของ Damien Hirst และ Felix Gonzalez-Torres รวมถึงนิทรรศการของ Bill Viola และ Marcel Duchamp
ปัจจุบัน Harry Blain ยังคงบริหารแกลเลอรีอยู่หรือไม่?
หลังจาก Blain|Southern ปิดตัวลงในปี 2020 เขาได้เปลี่ยนบทบาทจากการบริหารแกลเลอรีมาเป็นการทำงานร่วมกับลูกค้ารายบุคคลในฐานะที่ปรึกษาเพื่อช่วยสร้างคอลเลกชันงานศิลปะ