Harry Redknapp เส้นทางชีวิตจากนักเตะสู่กุนซือระดับตำนานของอังกฤษ
หากพูดถึงชื่อของ Harry Redknapp (แฮร์รี่ เรดแนปป์) แฟนบอลทั่วโลกจะนึกถึงบุคลิกที่โดดเด่นและฝีมือการบริหารทีมที่เฉียบคม เขาคืออดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมชาวอังกฤษผู้สร้างชื่อเสียงในหลายสโมสรชั้นนำ โดยเฉพาะการพาทีมเล็กๆ ก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จในระดับสูง และการนำทีมยักษ์ใหญ่เข้าสู่เวทีระดับยุโรป
เรดแนปป์เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลในตำแหน่ง Midfielder (กองกลาง) โดยผ่านการฝึกฝนกับทีมเยาวชนของ Tottenham Hotspur ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับ West Ham United ในช่วงปี 1965–1972 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ลงสนามถึง 149 นัด และทำได้ 7 ประตู นอกจากนี้เขายังเคยค้าแข้งกับ AFC Bournemouth, Brentford และข้ามฟากไปเล่นในสหรัฐอเมริกากับ Seattle Sounders ในลีก NASL (North American Soccer League) อีกด้วย

จุดเริ่มต้นและเส้นทางในฐานะนักเตะ
แฮร์รี่เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 1947 ที่ย่าน Poplar ในลอนดอน เขาเริ่มฉายแววตั้งแต่วัยเยาว์ โดยครั้งหนึ่งเคยเป็นแฟนตัวยงของทีมอาร์เซนอล แต่โชคชะตานำพาให้เขาได้เข้าสู่ระบบเยาวชนของสเปอร์สตั้งแต่อายุ 11 ปี ก่อนจะย้ายไป West Ham ในวัย 15 ปี ซึ่งที่นั่นเขาได้มีโอกาสเล่นร่วมกับตำนานอย่าง Bobby Moore
ในระดับนานาชาติ เรดแนปป์เคยเป็นตัวแทนทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์ UEFA European Under-18 Championship ในปี 1964 หลังจากเอาชนะสเปนไปได้อย่างขาดลอย 4-0 ในรอบชิงชนะเลิศ
ความสำเร็จในบทบาทผู้จัดการทีม
หลังจากแขวนสตั๊ด เรดแนปป์ก้าวเข้าสู่โลกของการคุมทีมอย่างเต็มตัว โดยเริ่มต้นที่ AFC Bournemouth ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชัน 3 ในปี 1987 และสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการล้มยักษ์อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก FA Cup
หนึ่งในความสำเร็จที่น่าจดจำที่สุดคือการคุมทีม Portsmouth ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์ Division One เพื่อเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก และจุดสูงสุดคือการนำทีมคว้าแชมป์ FA Cup ในปี 2008 ด้วยชัยชนะเหนือ Cardiff City 1-0 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมชาวอังกฤษคนสุดท้ายที่คว้าถ้วยรางวัลหลักของอังกฤษจนถึงปี 2025
เมื่อย้ายมาคุม Tottenham Hotspur เรดแนปป์ได้สร้างประวัติศาสตร์พาสเปอร์สจบอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2009-10 ส่งผลให้ทีมได้สิทธิ์เข้าแข่งขัน UEFA Champions League (รายการแข่งขันสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป) เป็นครั้งแรก และเขายังได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้นอีกด้วย

บทสรุปอาชีพและการกลับมาในวัยเกษียณ
ในช่วงท้ายของอาชีพ เรดแนปป์ได้คุมทีม Queens Park Rangers และทีมชาติจอร์แดน ก่อนจะปิดฉากการคุมทีมอาชีพกับ Birmingham City ในปี 2017 แม้จะประกาศรีไทร์ไปแล้ว แต่ด้วยความรักในเกมลูกหนัง ในปี 2023 เขายังกลับมาช่วยทีม Cwm Albion ในลีกระดับล่างของเวลส์ พาทีมจากอันดับบ๊วยขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของตารางได้อย่างน่าทึ่ง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งผู้เล่น | กองกลาง (Midfielder) |
| สโมสรที่สร้างชื่อ (ผู้เล่น) | West Ham United, AFC Bournemouth |
| ความสำเร็จสูงสุด (กุนซือ) | แชมป์ FA Cup 2008 (Portsmouth), พาสเปอร์สเข้า Champions League |
| รางวัลส่วนตัว | Premier League Manager of the Year (2009-10) |
| ความสัมพันธ์ในวงการ | บิดาของ Jamie Redknapp และอาของ Frank Lampard |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความสำเร็จระดับเยาวชน: คว้าแชมป์ยุโรปรุ่น U18 ปี 1964 กับทีมชาติอังกฤษ
- เหตุการณ์เฉียดตาย: ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์รุนแรงในอิตาลีปี 1990 จนเกือบเสียชีวิตและสูญเสียการรับรู้กลิ่น
- สายสัมพันธ์ครอบครัว: เคยคุมทีมที่มีลูกชาย (Jamie) และหลานชาย (Frank Lampard) ร่วมทีม
- สถิติการคุมทีม: มีประสบการณ์คุมทีมยาวนานกว่า 34 ปี ในหลายระดับตั้งแต่ลีกท้องถิ่นจนถึงระดับโลก
คำถามที่พบบ่อย
Harry Redknapp เคยคุมทีมใดบ้างที่โดดเด่น?
เขาเคยคุมทีมชื่อดังหลายทีม เช่น Tottenham Hotspur, West Ham United, Portsmouth, Southampton และ Queens Park Rangers โดยมีผลงานโดดเด่นที่สุดกับ Portsmouth และ Tottenham
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะผู้จัดการทีมคืออะไร?
การพาทีม Portsmouth คว้าแชมป์ FA Cup ปี 2008 และการนำ Tottenham Hotspur เข้าสู่การแข่งขัน UEFA Champions League ในฤดูกาล 2010-11
เขามีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับ Frank Lampard?
Harry Redknapp มีศักดิ์เป็นอาของ Frank Lampard โดยแฟรงค์เคยเล่นภายใต้การคุมทีมของเขาที่ West Ham United
ทำไมเขาถึงออกจากตำแหน่งที่ Tottenham Hotspur?
เขาถูกปลดจากตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2012 หลังจากมีรายงานว่าไม่สามารถตกลงเงื่อนไขในสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรได้
ปัจจุบัน Harry Redknapp ยังคุมทีมฟุตบอลอยู่หรือไม่?
เขาประกาศรีไทร์จากการคุมทีมอาชีพในปี 2017 แต่ยังคงมีความเคลื่อนไหวในวงการ เช่น การช่วยทีม Cwm Albion ในปี 2023 และการเป็นที่ปรึกษาให้บางสโมสร