Hekia Parata เส้นทางชีวิตจากข้าราชการระดับสูงสู่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการนิวซีแลนด์
Hekia Parata (หรือ Patricia Hekia Parata) เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและการบริหารภาครัฐของนิวซีแลนด์ โดยมีบทบาทโดดเด่นทั้งในฐานะนักการทูต ข้าราชการระดับสูง และนักการเมืองสังกัด พรรค National Party ซึ่งเธอได้สร้างผลงานและเผชิญกับความท้าทายมากมายตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งในรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

ภูมิหลังและรากเหง้าทางวัฒนธรรม
Parata เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1958 ที่เมือง Ruatoria โดยมีสายเลือดผสมที่หลากหลาย ทั้งสก็อตแลนด์, ไอร์แลนด์, อังกฤษ รวมถึงเชื้อสายเมารีจากเผ่า Ngāi Tahu และ Ngāti Porou เธอเติบโตมาในครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีพี่น้องถึง 10 คน โดยมีบิดาเป็นอดีตครูใหญ่และทหารในกองพันเมารี ส่วนบรรพบุรุษของเธออย่าง Tame Parata ก็เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปี 1885–1911 ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองของเธอ
การศึกษาและการเริ่มต้นในสังคม
เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทด้านเมารีศึกษาจาก University of Waikato โดยเขียนวิทยานิพนธ์เป็นภาษาเมารี (te reo Māori) เกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในพิธีศพของชาวเมารี นอกจากนี้เธอยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงชาวเมารีคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นประธานสมาคมนักศึกษามหาวิทยาลัย Waikato ในปี 1980
เส้นทางอาชีพในภาครัฐและการทูต
ก่อนจะเข้าสู่การเมือง Parata เริ่มต้นการทำงานในภาคส่วนรัฐบาลตั้งแต่ปี 1983 โดยเริ่มที่กระทรวงการต่างประเทศ ดูแลด้านลาตินอเมริกาและแคริบเบียน และได้ไปประจำการที่นิวยอร์ก ต่อมาเธอได้ย้ายไปทำงานที่กระทรวงสิ่งแวดล้อม และได้รับมอบหมายให้ทำงานใกล้ชิดกับอัยการสูงสุดและนายกรัฐมนตรี เพื่อพัฒนาหลักการของ สนธิสัญญาไวตางี (Treaty of Waitangi) ซึ่งเป็นข้อตกลงสำคัญระหว่างรัฐบาลอังกฤษและชาวเมารี ให้กลายเป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบายสาธารณะ
นอกจากนี้ เธอยังเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าบริหารของ Te Puni Kōkiri (กระทรวงเพื่อการพัฒนาชาวเมารี) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้พบกับ Wira Gardiner สามีของเธอ
บทบาททางการเมืองและการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
Parata เข้าร่วมกับพรรค National Party ในปี 2001 และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (List MP) ในปี 2008 เธอได้สร้างชื่อเสียงจากการเป็นกระบอกเสียงให้ชาวเมารี แม้ในบางครั้งจะมีความเห็นขัดแย้งกับผู้นำพรรคในเรื่องทัศนคติต่อเชื้อชาติ แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในหลักการปกป้องวัฒนธรรมพื้นเมือง
ความท้าทายในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
ในช่วงปี 2011–2017 Parata ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นบทบาทที่เธอตั้งใจจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงคุณภาพการสอน แต่กลับต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายประเด็น เช่น:
- การเพิ่มขนาดชั้นเรียน: ข้อเสนอที่ทำให้โรงเรียนบางแห่งต้องลดจำนวนครู จนนำไปสู่การประท้วงและต้องยกเลิกแผนในที่สุด
- ระบบ Novopay: ระบบจ่ายเงินเดือนครูที่ล้มเหลว ทำให้เกิดความผิดพลาดในการจ่ายเงินจำนวนมากและสิ้นเปลืองงบประมาณ
- การควบรวมโรงเรียน: แผนการปิดหรือควบรวมโรงเรียนในเขตไครสต์เชิร์ชหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งถูกคัดค้านอย่างรุนแรงจากชุมชน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่ง เธอได้รับคำชมจากการยกระดับอัตราการจบการศึกษา NCEA ระดับ 2 ของนักเรียนชาวเมารีและชาวเกาะแปซิฟิก รวมถึงการนำระบบ Equity Index มาใช้เพื่อจัดสรรงบประมาณโรงเรียนตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคมแทนระบบเดิม
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (2011–2017) และรัฐมนตรีด้านกิจการชาติพันธุ์
- การศึกษา: ปริญญาโทด้านเมารีศึกษา จาก University of Waikato
- ผลงานเด่น: พัฒนาหลักการสนธิสัญญาไวตางี และส่งเสริมการศึกษาออนไลน์
- จุดเปลี่ยน: เป็นผู้หญิงเมารีคนแรกที่เป็นประธานสมาคมนักศึกษามหาวิทยาลัย Waikato
- บทบาทหลังเกษียณ: ได้รับแต่งตั้งให้ร่วมคณะกรรมการสอบสวนการตอบสนองต่อ COVID-19 และการใช้ที่ดินป่าไม้หลังไซโคลน Gabrielle
| ช่วงปี | ตำแหน่ง | สังกัด/หน่วยงาน |
|---|---|---|
| 1983 - 1987 | เจ้าหน้าที่การทูต | กระทรวงการต่างประเทศ |
| ก่อนปี 2008 | รองหัวหน้าบริหาร | Te Puni Kōkiri |
| 2008 - 2017 | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร | พรรค National Party |
| 2010 - 2011 | รัฐมนตรีด้านกิจการชาติพันธุ์ | คณะรัฐมนตรีชุดที่ 5 |
| 2011 - 2017 | รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ | คณะรัฐมนตรีชุดที่ 5 |
คำถามที่พบบ่อย
Hekia Parata มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อชาวเมารี?
เธอเป็นตัวแทนของชาวเมารีในระดับสูงของรัฐบาลนิวซีแลนด์ โดยผลักดันให้มีการนำหลักการของสนธิสัญญาไวตางีมาใช้ในนโยบายสาธารณะ และมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนชาวเมารีและชาวเกาะแปซิฟิก
ทำไมการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของเธอจึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์?
เนื่องจากมีการนำเสนอนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนครูในชั้นเรียน การบริหารจัดการระบบจ่ายเงินเดือน Novopay ที่ผิดพลาด และการตัดสินใจปิดโรงเรียนในเขตไครสต์เชิร์ช ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับบุคลากรทางการศึกษาและชุมชน
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพรรค National Party เป็นอย่างไร?
แม้เธอจะเป็นสมาชิกพรรค แต่เคยมีความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรงกับ Don Brash อดีตผู้นำพรรค ในเรื่องทัศนคติต่อสิทธิของชาวเมารี ซึ่งเธอเคยแสดงความละอายใจต่อแนวทางของพรรคในขณะนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ยังคงทำงานร่วมกับพรรคจนเกษียณอายุ
หลังจากลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง เธอทำอะไรต่อ?
เธอได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลพรรคแรงงาน (Labour Government) ให้เป็นคณะกรรมการสอบสวนในประเด็นสำคัญระดับชาติ เช่น การสอบสวนการรับมือโรค COVID-19 และการสอบสวนการใช้ที่ดินป่าไม้หลังเกิดภัยพิบัติไซโคลน Gabrielle