Hubert Laws ปรมาจารย์ฟลูตผู้ผสานโลกดนตรีคลาสสิกและแจ๊สได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในโลกของดนตรี มีศิลปินเพียงไม่กี่คนที่สามารถก้าวข้ามพรมแดนระหว่างดนตรีคลาสสิกที่เคร่งครัดและดนตรีแจ๊สที่เต็มไปด้วยการด้นสดได้อย่างไร้รอยต่อ Hubert Laws คือหนึ่งในนั้น เขาคือนักดนตรีชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญทั้งฟลูต (Flute), พิคโคโล (Piccolo) และแซกโซโฟน (Saxophone) โดยมีประสบการณ์ในวงการดนตรีมายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ และได้รับการยอมรับในฐานะศิลปินผู้มีความสามารถรอบด้านที่สามารถถ่ายทอดบทเพลงได้หลากหลายแนว ตั้งแต่ป๊อปไปจนถึงริทึมแอนด์บลูส์ (R&B)
เส้นทางสู่ความเป็นเลิศ: จากเท็กซัสสู่จูเลียร์ด
Hubert Laws เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1939 ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ท่ามกลางครอบครัวที่รักในเสียงเพลง โดยเขาเป็นลูกคนที่สองจากพี่น้องทั้งหมดแปดคน ซึ่งหลายคนในครอบครัวก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางดนตรีเช่นกัน จุดเริ่มต้นของเขาเกิดขึ้นในช่วงมัธยมปลาย เมื่อเขาอาสาเล่นฟลูตแทนสมาชิกในวงออร์เคสตราของโรงเรียน และเริ่มพัฒนาทักษะการด้นสด (Improvisation) หรือการสร้างทำนองเพลงขึ้นมาสดๆ ในขณะเล่น ผ่านการร่วมงานกับกลุ่มดนตรีแจ๊สในพื้นที่อย่าง Swingsters ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นวง Modern Jazz Sextet, Night Hawks และ The Crusaders โดยเขาได้ร่วมงานกับ Jazz Crusaders ตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี
ด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่น ทำให้เขาได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนที่ Juilliard School of Music ในนิวยอร์กเมื่อปี ค.ศ. 1960 ที่นี่เขาได้ขัดเกลาฝีมือทั้งในห้องเรียนและเรียนรู้โดยตรงจาก Julius Baker ปรมาจารย์ด้านฟลูต นอกจากนี้เขายังได้สั่งสมประสบการณ์ระดับโลกจากการเป็นสมาชิกของ New York Metropolitan Opera Orchestra และ New York Philharmonic Orchestra ในช่วงปี ค.ศ. 1969–1972

การสร้างสรรค์ผลงานและการยอมรับในระดับสากล
ในช่วงปี ค.ศ. 1971 Laws ได้สร้างชื่อเสียงในกลุ่มผู้ชื่นชอบดนตรีคลาสสิกผ่านอัลบั้ม Rite of Spring ของค่าย CTI ซึ่งเป็นการนำบทเพลงของคีตกวีชื่อดังอย่าง Bach, Debussy, Stravinsky และ Gabriel Fauré มาเรียบเรียงใหม่โดยใช้เครื่องสายและนักดนตรีแจ๊สชั้นนำ และในปี ค.ศ. 1976 เขายังได้กลับมาสร้างสรรค์ผลงานคลาสสิกอีกครั้งในเพลง Romeo and Juliet ของ Tchaikovsky
นอกเหนือจากงานคลาสสิก Laws ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำวงดนตรี โดยเริ่มบันทึกเสียงกับค่าย Atlantic ในปี ค.ศ. 1964 และออกอัลบั้มที่น่าจดจำอย่าง The Laws of Jazz และ Flute By-Laws นอกจากนี้เขายังได้ร่วมงานกับศิลปินระดับตำนานมากมาย เช่น George Benson, Chet Baker, Paul McCartney, Stevie Wonder และ Ella Fitzgerald รวมถึงการมีส่วนร่วมในอัลบั้ม Pieces of a Man ของ Gil Scott-Heron ในปี ค.ศ. 1971 ซึ่งมีบทกวีแจ๊สชื่อดังอย่าง "The Revolution Will Not Be Televised" รวมอยู่ด้วย
ในช่วงทศวรรษ 1990 เขาได้กลับมาสร้างผลงานที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะอัลบั้ม Storm Then Calm (1994) และอัลบั้มที่ทำขึ้นเพื่อระลึกถึง Nat King Cole ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับผลงานในยุคแรกๆ ของเขา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: เป็นศิลปินไม่กี่คนที่เชี่ยวชาญทั้งดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ป๊อป และ R&B อย่างลึกซึ้ง
- รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัล NEA Jazz Masters ในปี ค.ศ. 2011 และรางวัลความสำเร็จตลอดชีวิตจาก National Endowment for the Arts ในปี ค.ศ. 2010
- การเสนอชื่อเข้าชิง: ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Awards ถึง 3 ครั้ง ในช่วงปี 1973, 1974 และ 1979
- การศึกษา: สำเร็จการศึกษาจากสถาบันดนตรีระดับโลกอย่าง Juilliard School
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 10 พฤศจิกายน 1939 |
| เครื่องดนตรีหลัก | ฟลูต, พิคโคโล, แซกโซโฟน |
| แนวเพลง | แจ๊ส, คลาสสิก, ป๊อป, R&B |
| สถาบันการศึกษา | Juilliard School of Music |
| รางวัลสำคัญ | NEA Jazz Masters (2011) |
คำถามที่พบบ่อย
Hubert Laws มีความโดดเด่นกว่านักฟลูตคนอื่นอย่างไร?
ความโดดเด่นของเขาคือความสามารถในการสลับบทบาทระหว่างการเป็นนักดนตรีคลาสสิกที่เคร่งครัดกับการเป็นนักดนตรีแจ๊สที่เชี่ยวชาญการด้นสดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งหาได้ยากในศิลปินคนเดียว
เขาเคยได้รับรางวัล Grammy หรือไม่?
เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Awards ทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ จากอัลบั้ม Morning Star (1973), In the Beginning (1974) และ Land of Passion (1979)
Hubert Laws เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังคนใดบ้าง?
เขาเคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมากมาย เช่น Quincy Jones, Paul Simon, Aretha Franklin, Stevie Wonder และ Herbie Hancock รวมถึงการร่วมงานกับพี่ชายของเขาเองคือ Ronnie Laws
ผลงานชิ้นใดที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในสายดนตรีคลาสสิก?
อัลบั้ม Rite of Spring ในปี ค.ศ. 1971 ซึ่งเป็นการนำบทเพลงของคีตกวีอย่าง Bach และ Debussy มานำเสนอใหม่ เป็นผลงานสำคัญที่ทำให้เขาได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ฟังดนตรีคลาสสิกอย่างกว้างขวาง