Hugh Herr นวัตกรผู้เปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นพลังแห่งไบโอนิกส์
จากนักปีนเขาอัจฉริยะสู่ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมผู้พลิกโฉมวงการขาเทียม Hugh Herr คือบุคคลที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าข้อจำกัดทางร่างกายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ผ่านเทคโนโลยี Bionics (ไบโอนิกส์) หรือการผสานระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับร่างกายมนุษย์

โศกนาฏกรรมที่กลายเป็นแรงผลักดัน
ในวัยเด็ก Hugh Herr มีพรสวรรค์ด้านการปีนเขาอย่างโดดเด่น โดยสามารถพิชิตยอดเขา Temple ในแคนาดาได้ตั้งแต่อายุเพียง 8 ปี และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักปีนเขาที่เก่งที่สุดในสหรัฐอเมริกาเมื่ออายุ 17 ปี อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเขาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในเดือนมกราคม ปี 1982
ขณะที่เขากำลังปีนเขา Mount Washington ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ Herr และเพื่อนร่วมทางถูกพายุหิมะถล่มอย่างรุนแรงจนหลงทางและต้องติดอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวจัดถึง -29 องศาเซลเซียส เป็นเวลาสามคืน ส่งผลให้เขาเกิดภาวะหิมะกัด (Frostbite) อย่างรุนแรง จนนำไปสู่การตัดสินใจตัดขาทั้งสองข้างใต้เข่าเพื่อรักษาชีวิต
การท้าทายขีดจำกัดด้วยการออกแบบด้วยตนเอง
แม้แพทย์จะบอกว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ Herr กลับหันมาใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมออกแบบขาเทียมที่ตอบโจทย์การปีนเขาโดยเฉพาะ เขาได้สร้างขาเทียมที่มีความแข็งแรงของนิ้วเท้าสูงเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถยืนบนขอบหินขนาดเล็กเท่าเหรียญได้ รวมถึงขาเทียมหัวหมุดไทเทเนียมสำหรับการปีนน้ำแข็ง
ความอัจฉริยะในการออกแบบทำให้เขาสามารถปรับความสูงของร่างกายได้ตั้งแต่ 1.5 ถึง 2.4 เมตร เพื่อให้เข้าถึงจุดยึดเกาะที่คนปกติเข้าไม่ถึง ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้พิการรายแรกที่สามารถปีนเขาในระดับเดียวกับนักปีนเขามืออาชีพที่ร่างกายสมบูรณ์

ก้าวสู่โลกแห่งวิศวกรรมชีวกลศาสตร์ที่ MIT
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้อื่น Herr ได้เข้าศึกษาและทำงานวิจัยที่ MIT ในด้านอุปกรณ์ชีวการแพทย์ จนปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ MIT Media Lab โดยเป็นผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย Biomechatronics (ชีวกลศาสตร์หุ่นยนต์) และร่วมบริหารศูนย์ K. Lisa Yang Center for Bionics
เป้าหมายหลักของเขาคือการพัฒนา Wearable Robotic Systems หรือระบบหุ่นยนต์สวมใส่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางกายภาพของมนุษย์ โดยใช้หลักการของ Biomechanics (ชีวกลศาสตร์) และการควบคุมผ่านระบบประสาท เพื่อสร้างอุปกรณ์ที่เลียนแบบการทำงานของร่างกายมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
นวัตกรรมเปลี่ยนโลกและผลงานที่ได้รับการยอมรับ
Hugh Herr เป็นเจ้าของสิทธิบัตรนวัตกรรมสำคัญหลายรายการ โดยเฉพาะ Rheo Knee เข่าเทียมควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้ไมโครโพรเซสเซอร์ตรวจจับตำแหน่งของข้อต่อและน้ำหนักที่กดทับแบบเรียลไทม์ ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 10 นวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านสุขภาพโดยนิตยสาร Time ในปี 2004
นอกจากนี้ เขายังพัฒนาข้อเท้าเทียมพลังงานไฟฟ้าชิ้นแรกของโลกที่ช่วยให้ผู้สูญเสียขาใต้เข่าสามารถเดินได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งได้รับรางวัลจากนิตยสาร Time อีกครั้งในปี 2007

นอกเหนือจากงานวิจัย Herr ยังมีบทบาทสำคัญในระดับสากล โดยเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้เชี่ยวชาญที่วิจัยเรื่องกลศาสตร์ของขาเทียมแบบใบมีดของ Oscar Pistorius นักวิ่งชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งผลการวิจัยของเขาและทีมงานได้ช่วยให้ศาลอนุญาโตตุลาการการกีฬา (CAS) ยกเลิกคำสั่งห้าม Pistorius ลงแข่งกับคนปกติ ทำให้เขากลายเป็นนักวิ่งผู้พิการคนแรกที่ผ่านเข้ารอบโอลิมปิก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: ครอบคลุมด้านฟิสิกส์, วิศวกรรมเครื่องกล และชีวฟิสิกส์
- ผลงานเด่น: ผู้คิดค้น Rheo Knee และข้อเท้าเทียมพลังงานไฟฟ้าชิ้นแรกของโลก
- บทบาทปัจจุบัน: ศาสตราจารย์ที่ MIT Media Lab และผู้นำด้านไบโอนิกส์
- ความสำเร็จทางกีฬา: นักปีนเขาระดับโลกที่ใช้ขาเทียมออกแบบเองเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดร่างกาย
| ปีที่ได้รับ/เหตุการณ์ | รางวัลหรือความสำเร็จ | ความสำคัญ |
|---|---|---|
| 2004 | Time Top Ten Inventions | นวัตกรรมเข่าเทียม Rheo Knee |
| 2007 | Time Top Ten Inventions | ข้อเท้าเทียมพลังงานไฟฟ้าชิ้นแรกของโลก |
| 2008 | การถอนคำสั่งแบน Oscar Pistorius | พิสูจน์ว่าขาเทียมใบมีดไม่ให้ความได้เปรียบเกินควร |
| 2016 | Princess of Asturias Awards | รางวัลด้านการวิจัยทางเทคนิคและวิทยาศาสตร์ |
คำถามที่พบบ่อย
Hugh Herr คือใคร?
เขาเป็นวิศวกร นักชีวฟิสิกส์ และศาสตราจารย์ที่ MIT ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างขาเทียมขั้นสูงและระบบไบโอนิกส์เพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกายมนุษย์
เหตุการณ์ใดที่ทำให้เขาต้องสูญเสียขาทั้งสองข้าง?
เขาประสบอุบัติเหตุหลงทางท่ามกลางพายุหิมะขณะปีนเขา Mount Washington ในปี 1982 ทำให้เกิดภาวะหิมะกัดรุนแรงจนต้องตัดขาทั้งสองข้างใต้เข่า
Rheo Knee คืออะไรและมีความพิเศษอย่างไร?
คือเข่าเทียมที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีไมโครโพรเซสเซอร์คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวและน้ำหนักที่กระทำต่อขา ทำให้การเดินมีความมั่นคงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
เขามีส่วนช่วย Oscar Pistorius อย่างไร?
เขาเป็นหนึ่งในทีมวิจัยที่พิสูจน์ทางชีวกลศาสตร์ว่าขาเทียมแบบใบมีดของ Pistorius ไม่ได้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันจนเกินไป ซึ่งช่วยให้ Pistorius สามารถลงแข่งในโอลิมปิกได้
เป้าหมายสูงสุดในการทำงานวิจัยของเขาคืออะไร?
เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพให้กับผู้ที่สูญเสียอวัยวะหรือมีความผิดปกติทางร่างกาย และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางกายภาพให้กับมนุษย์ทุกคน