Itzik Shmuli นักการเมืองผู้ขับเคลื่อนความเท่าเทียมและสวัสดิการสังคมของอิสราเอล
Itzik Shmuli (อิตซิก ชมูลิ) เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและสังคมของประเทศอิสราเอล ผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม เขาเป็นที่รู้จักในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สวัสดิการ และบริการสังคม รวมถึงเป็นสมาชิกของ Knesset (สภาผู้แทนราษฎรของอิสราเอล) ในนามพรรคแรงงาน (Labor Party) นอกจากนี้เขายังเป็นหนึ่งในผู้นำการประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมทางสังคมครั้งใหญ่ในปี 2011 และเคยดำรงตำแหน่งประธานสหภาพนักศึกษาแห่งชาติของอิสราเอล

เส้นทางชีวิตและการหล่อหลอมตัวตน
ชมูลิเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1980 ณ เมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล โดยมีเชื้อสายเคิร์ดจากทางฝั่งมารดาและครอบครัวมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิรัก ในช่วงวัยเยาว์เขาเติบโตที่เมืองรามาตกัน และเข้าศึกษาที่โรงเรียนมัธยม Yitzhak Rabin Tichon Hadash
ในช่วงปี 1998 เขาได้เข้าประจำการในกองกำลังยานเกราะของกองทัพอิสราเอล (IDF) โดยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรถถังในกองพันที่ 82 ของกองพลยานเกราะที่ 7 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทั้งในอิสราเอลและเลบานอน หลังจากนั้นในวัย 23 ปี ชมูลิได้เดินทางไปยังประเทศอาร์เจนตินาเพื่อทำงานอาสาสมัครในการก่อตั้งและบริหารจัดการสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในกรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมจิตวิญญาณด้านการช่วยเหลือสังคมของเขา
บทบาทผู้นำนักศึกษาและการขับเคลื่อนสังคม
เมื่อกลับมายังอิสราเอลในปี 2004 ชมูลิเข้าศึกษาที่ Oranim Academic College จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการศึกษาพิเศษและการดำเนินงานทางสังคมชุมชน (B.Ed. with Honors) โดยในช่วงปีแรกเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานสหภาพนักศึกษา และได้นำการรณรงค์ต่อต้านคณะกรรมการ Shochat ที่พยายามผลักดันการแปรรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้เป็นเอกชนและเพิ่มค่าเล่าเรียน
ต่อมาในปี 2009 เขาได้รับเลือกเป็นรองประธานสหภาพนักศึกษาแห่งชาติ และก้าวขึ้นเป็นประธานในปี 2010 ซึ่งถือเป็นตัวแทนคนแรกจากวิทยาลัย (College) ที่ได้รับตำแหน่งนี้ ชมูลิมีบทบาทสำคัญในการเจรจาปฏิรูประบบการศึกษาระดับอุดมศึกษา เช่น การเพิ่มจำนวนพนักงานสัญญาจ้างในสถาบันการศึกษา และการผลักดันให้หลักสูตรปริญญาตรีต้องมีการบริการสังคมควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้เขายังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะจากมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็ม และปริญญาโทด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยบาร์-อิลาน
ในปี 2011 ชมูลิกลายเป็นหนึ่งในแกนนำการประท้วงเพื่อความยุติธรรมทางสังคม โดยมุ่งเน้นไปที่ปัญหาที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพที่ส่งผลกระทบต่อชนชั้นกลางและชนชั้นล่าง เขาใช้ความสามารถในการระดมพลังนักศึกษาให้เข้าร่วมการประท้วงจนขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ และได้เข้าพบประธานาธิบดี ชิมอน เปเรส เพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องของประชาชน

เส้นทางการเมืองและการทำงานในระดับรัฐมนตรี
ชมูลิเข้าสู่การเมืองในนามพรรคแรงงานและเป็นสมาชิก Knesset ตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2021 โดยเคยสังกัดพันธมิตรทางการเมือง Zionist Union เขาให้ความสำคัญกับการสร้างความเท่าเทียมให้กับทหารผ่านศึก การส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และการสนับสนุนที่อยู่อาศัยราคาประหยัด นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำกลุ่มล็อบบี้หลายกลุ่มในสภา เช่น กลุ่มผู้เกษียณอายุ, กลุ่มทหารที่ไร้ครอบครัว (Lone Soldiers) และกลุ่มสิทธิสัตว์
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2015 เมื่อชมูลิประกาศตัวว่าเป็น LGBTQ+ ผ่านบทความในหนังสือพิมพ์ Yedioth Ahronoth ซึ่งทำให้เขากลายเป็นสมาชิก Knesset คนแรกที่เปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศในระหว่างดำรงตำแหน่ง
ในปี 2020 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สวัสดิการ และบริการสังคม ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ชมูลิได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือที่สำคัญ ดังนี้:
- จัดสรรงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านเชเกล (NIS) เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ตกงานจากโรคระบาด
- ลงทุน 300 ล้านเชเกล ในระบบฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อยกระดับทักษะแรงงาน
- ปฏิรูปกฎหมายสวัสดิการผู้พิการ โดยเพิ่มงบประมาณอีก 2 พันล้านเชเกล และปรับปรุงการสมทบเงินบำนาญเพื่อให้ผู้พิการเข้าถึงการทำงานได้ง่ายขึ้น
- ริเริ่มโครงการ Magen Zahav งบประมาณ 150 ล้านเชเกล เพื่อดูแลผู้สูงอายุในช่วงโควิด-19 โดยร่วมมือกับกองทัพอิสราเอลในโครงการ ‘Friends in Uniform’ เพื่อให้ทหารได้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน
นอกจากนี้ ในฐานะรัฐมนตรี เขาได้ผลักดันกฎหมายที่เอื้อต่อชุมชน LGBTQ+ ทั้งในเรื่องการรับบุตรบุญธรรม การบริจาคสเปิร์ม และการสนับสนุนทางกฎหมายสำหรับการอุ้มบุญในต่างประเทศ รวมถึงการเปิดศูนย์บริการสาธารณสุขและสังคมสำหรับ LGBTQ+ อีก 6 แห่ง
การก้าวออกจากเมืองและการทำงานในปัจจุบัน
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ชมูลิตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีและสมาชิก Knesset โดยระบุว่าการเข้าร่วมรัฐบาลของเนทันยาฮูเป็นความผิดพลาด และต้องการพักจากงานการเมือง ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2021 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการใหญ่ (Director-General) ของ UJA-Federation of New York ประจำสำนักงานในอิสราเอล
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: ปริญญาตรีด้านการศึกษาพิเศษ, ปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะ และปริญญาโทด้านกฎหมาย
- ผลงานเด่น: ผู้นำการประท้วงความยุติธรรมทางสังคมปี 2011 และผู้ผลักดันสวัสดิการผู้พิการและผู้สูงอายุ
- ประวัติศาสตร์: สมาชิก Knesset คนแรกที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็น LGBTQ+ ขณะดำรงตำแหน่ง
- รางวัล: ได้รับรางวัล "Itur ha’Or" สำหรับงานด้านผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และรางวัล "The Outstanding Parliamentarian Award" ปี 2018
- ชีวิตส่วนตัว: อาศัยอยู่ที่ Moshav Ksalon และมีบุตรชาย 2 คนที่เกิดจากการอุ้มบุญในสหรัฐอเมริกา
| ช่วงปี | ตำแหน่ง / บทบาท | หน่วยงาน / องค์กร |
|---|---|---|
| 2009 - 2012 | ประธานสหภาพนักศึกษาแห่งชาติ | National Union of Israeli Students |
| 2012 - 2021 | สมาชิก Knesset | พรรคแรงงาน / Zionist Union |
| 2020 - 2021 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สวัสดิการ และบริการสังคม | รัฐบาลอิสราเอล |
| 2021 - ปัจจุบัน | ผู้อำนวยการใหญ่ (ประจำอิสราเอล) | UJA-Federation of New York |
คำถามที่พบบ่อย
Itzik Shmuli มีบทบาทอย่างไรในการประท้วงปี 2011?
เขาเป็นหนึ่งในผู้นำหลักที่รณรงค์เรื่องค่าครองชีพและที่อยู่อาศัย โดยสามารถระดมพลังจากกลุ่มนักศึกษาให้เข้าร่วมการประท้วงอย่างกว้างขวาง และเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคืออะไร?
การจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินกว่า 1 หมื่นล้านเชเกลเพื่อช่วยเหลือผู้ตกงานในช่วงโควิด-19, การเพิ่มงบประมาณสวัสดิการผู้พิการ 2 พันล้านเชเกล และการผลักดันกฎหมายเพื่อความเท่าเทียมของกลุ่ม LGBTQ+
ทำไม Itzik Shmuli ถึงลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองในปี 2021?
เขาต้องการพักจากงานการเมือง และได้แสดงทัศนะว่าการตัดสินใจเข้าร่วมในรัฐบาลของเบนจามิน เนทันยาฮู ในขณะนั้นเป็นความผิดพลาด
ปัจจุบัน Itzik Shmuli ทำงานอะไร?
ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของ UJA-Federation of New York ประจำสำนักงานในประเทศอิสราเอล โดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนระดับสูงขององค์กร
เขามีส่วนช่วยกลุ่ม LGBTQ+ ในด้านใดบ้าง?
เขาผลักดันการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการรับบุตรบุญธรรม การบริจาคสเปิร์ม และการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางกฎหมายสำหรับการอุ้มบุญในต่างประเทศ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บริการทางสังคมและสุขภาพสำหรับกลุ่ม LGBTQ+