Jacques de Larosière บุรุษผู้ขับเคลื่อนระบบการเงินโลกและยุโรป
ในโลกของการเงินระดับสากล ชื่อของ Jacques de Larosière (ฌัก เดอ ลาโรซิแยร์) เป็นที่ยอมรับในฐานะข้าราชการระดับสูงชาวฝรั่งเศสผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารองค์กรการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกหลายแห่ง ตั้งแต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศไปจนถึงธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาการของยุโรป ด้วยวิสัยทัศน์และการบริหารที่เฉียบคม เขาจึงเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยวางรากฐานการกำกับดูแลทางการเงินของสหภาพยุโรปในยุคปัจจุบัน

เส้นทางสู่ความสำเร็จ: การศึกษาและจุดเริ่มต้นในสายงานราชการ
Jacques Martin Henri de Larosière de Champfeu เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1929 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เขาเริ่มต้นปูพื้นฐานทางปัญญาที่ Lycée Louis-le-Grand และสถาบันการเมืองแห่งปารีส (Sciences Po) ก่อนจะสำเร็จการศึกษาจาก École nationale d'administration (ENA) ซึ่งเป็นสถาบันผลิตผู้บริหารระดับสูงของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1958
หลังจบการศึกษา เขาได้เข้าทำงานใน Inspection générale des finances ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบภายในระดับชนชั้นนำของกระทรวงการคลังฝรั่งเศส และได้สั่งสมประสบการณ์ในกรมธนารักษ์ (Directorate of the Treasury) ระหว่างปี ค.ศ. 1965 ถึง 1974 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการกรมธนารักษ์ในปี ค.ศ. 1974 หลังจากที่ Valéry Giscard d'Estaing ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส
บทบาทผู้นำในองค์กรการเงินระดับโลก
เส้นทางอาชีพของ de Larosière ก้าวกระโดดสู่ระดับสากลเมื่อเขาได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการบริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลเสถียรภาพทางการเงินโลก โดยดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1978 จนถึงมกราคม ค.ศ. 1987
หลังจากบทบาทที่ IMF เขาได้กลับมานำทัพการเงินในบ้านเกิดโดยดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส (Governor of the Bank of France) ระหว่างปี ค.ศ. 1987 ถึง 1993 และต่อมาในปี ค.ศ. 1993 เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานของ ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาการของยุโรป (EBRD) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน โดยเขามีภารกิจสำคัญในการกอบกู้ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของธนาคารกลับคืนมาหลังจากเกิดเหตุอื้อฉาวในสมัยประธานคนก่อน จนกระทั่งพ้นตำแหน่งในปี ค.ศ. 1998
การปฏิรูปการเงินยุโรปและมรดกทางความคิด
แม้จะเกษียณจากตำแหน่งบริหารหลัก แต่ de Larosière ยังคงมีอิทธิพลต่อระบบการเงินอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นสมาชิกของ Group of Thirty และร่วมก่อตั้ง Eurofi องค์กรที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินของยุโรป
เหตุการณ์สำคัญที่สร้างผลกระทบในวงกว้างคือช่วงหลังวิกฤตการล้มละลายของ Lehman Brothers โดยประธานคณะกรรมาธิการยุโรปในขณะนั้นได้มอบหมายให้เขาเป็นผู้นำกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเพื่อวิเคราะห์ระบบการเงิน ผลลัพธ์ที่ได้คือ "รายงาน De Larosière" (De Larosière Report) ในปี ค.ศ. 2009 ซึ่งเสนอให้มีการยกเครื่องโครงสร้างการกำกับดูแลทางการเงินของสหภาพยุโรปครั้งใหญ่
ข้อเสนอในรายงานฉบับนี้ได้กลายเป็นรากฐานของกฎหมาย EU ในปี ค.ศ. 2010 ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งหน่วยงานสำคัญ ได้แก่:
- European Banking Authority (EBA): หน่วยงานกำกับดูแลด้านการธนาคาร
- European Insurance and Occupational Pensions Authority (EIOPA): หน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัยและบำนาญ
- European Securities and Markets Authority (ESMA): หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์
- European Systemic Risk Board (ESRB): คณะกรรมการกำกับดูแลความเสี่ยงเชิงระบบ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อเต็ม: Jacques Martin Henri de Larosière de Champfeu
- ตำแหน่งสูงสุด: ประธาน EBRD, ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส และผู้อำนวยการบริหาร IMF
- ผลงานโดดเด่น: ผู้จัดทำรายงาน De Larosière ที่ปฏิรูปการกำกับดูแลการเงินของสหภาพยุโรป
- การศึกษา: จบการศึกษาจาก ENA ในปี ค.ศ. 1958
- บทบาทปัจจุบัน: ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของ Agence France Trésor และที่ปรึกษา BNP Paribas (ข้อมูลปี 2021)
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | องค์กร |
|---|---|---|
| 1974 – 1978 | ผู้อำนวยการกรมธนารักษ์ | กระทรวงการคลังฝรั่งเศส |
| 1978 – 1987 | ผู้อำนวยการบริหาร | กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) |
| 1987 – 1993 | ผู้ว่าการ | ธนาคารกลางฝรั่งเศส (Bank of France) |
| 1993 – 1998 | ประธาน | ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาการของยุโรป (EBRD) |
คำถามที่พบบ่อย
Jacques de Larosière คือใคร?
เขาเป็นอดีตข้าราชการระดับสูงชาวฝรั่งเศส ผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้นำในองค์กรการเงินระดับโลกหลายแห่ง เช่น IMF, ธนาคารกลางฝรั่งเศส และ EBRD
รายงาน De Larosière มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นรายงานที่เสนอให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการกำกับดูแลทางการเงินของสหภาพยุโรปหลังวิกฤตการเงินปี 2008 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งหน่วยงานกำกับดูแลด้านการธนาคาร ประกันภัย และตลาดหลักทรัพย์ของยุโรปในปัจจุบัน
เขาเคยบริหารองค์กรใดบ้างในระดับสากล?
เขาเคยเป็นผู้อำนวยการบริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และประธานของธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาการของยุโรป (EBRD)
บทบาทของเขาที่ EBRD คืออะไร?
เขาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานในปี ค.ศ. 1993 โดยมีหน้าที่หลักในการฟื้นฟูความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของธนาคารหลังจากเกิดปัญหาอื้อฉาวในยุคก่อนหน้า
เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใดในปัจจุบัน?
ข้อมูลจนถึงปี 2021 ระบุว่าเขายังคงเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของ Agence France Trésor (หน่วยงานบริหารหนี้ของฝรั่งเศส) และเป็นที่ปรึกษาให้กับธนาคาร BNP Paribas